วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 14



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 14
Cr. : Dailynews Online


คณะทูตและพ่อค้าเดินทางมาถึงแคว้น ชิลลา พระเจ้าจินพยอง และมีซิล ได้ให้การตอนรับอย่างดี

“พวกท่านเดินทางมาคงจะเหนื่อยมาก ทุกปีเราจะมีการเจรจาด้านการค้ากับเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือแม้แต่เมืองไกลโพ้นพร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีและช่วยเสริมสร้างความเจริญ”

“ใช่แล้วเพคะ อันว่าการทูตนั้น หมายถึงการผูกสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแคว้นบนพื้นฐานของความเป็นธรรม นอกเหนือจากนี้ ยังได้ใช้ลู่ทางการค้าแลกเปลี่ยนผลผลิต อันจะนำความผาสุกให้แก่ราษฎรมากขึ้น....ไม่ทราบการค้าในปีนี้ พวกท่านสนใจอะไรจากเราเป็นพิเศษบ้าง” มีซิลกล่าวทูล

“เรียนท่านเซจู จากการแลกเปลี่ยนคราวก่อน พ่อค้าของเราได้นำ “ยางรัก” กลับ ไป รู้สึกเป็นของที่มีประโยชน์มากน่ะครับ” ทูต กล่าว

“ท่านบอกว่ายางรักหรือ” เซจองถาม “ใช่ยางของต้นรักใช้ทาพื้นผิว เหมาะกับทั้งไม้และเหล็ก นอกจากกันสนิมแล้วยังทนความร้อน มีประโยชน์ใช้ได้หลายสถาน ฝ่าบาทของเราจึงมีรับสั่ง วังหลวงที่กำลังจะสร้างใหม่ ให้ใช้รักจากชิลลาไปทาเคลือบไว้ก่อน แล้วค่อยลงสีอีกทีน่ะครับ”

“สมแล้วที่เป็นเมืองใหญ่ ความคิดไม่เหมือนใคร ปกติการลงรักจะใช้กับเครื่องเรือนและของประดับ แต่นี่ใช้ถึงในวังเชียวหรือ” มีซิลกล่าว

“ตอนนี้ไม่เพียงแต่เมืองสุย แม้แต่พ่อค้าอื่นก็หวังอยากได้พ่ะย่ะค่ะ” ยองชุนกล่าวทูล

“แต่ยางของต้นรักกว่าจะได้มาแต่ละครั้งมีจำนวนน้อยนิดจึงถือเป็นของมีค่า ถ้าจะใช้ในวังอาจต้องมีปริมาณที่มากกว่าหลายเท่า” อึยเจกล่าว

“แน่นอนว่าถ้าต้องการของมีค่า เราก็ควรมีสิ่งของมาแลกเปลี่ยนเหมือนกัน ไม่ทราบฝ่าบาท ทรงพอพระทัยอะไรจากเราบ้าง” ทูต กล่าว

“ฮ่องเต้เมืองสุยให้ความสนใจยางรักของเราและหวังจะมาติดต่อซื้อขาย ข้ารู้สึกดีใจมาก เราเองก็เหมือนกัน ยังขาดแคลนสิ่งของซึ่งมีเฉพาะในเมืองสุยและอยากแลกเปลี่ยน” พระเจ้าจินพยองตรัส

“งั้นก็ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่า ฝ่าบาททรงต้องการ....”

“ได้ยินว่าเมืองสุย เพิ่งมีการคิดค้นปฏิทินแบบใหม่” อึยเจถาม

“หึ....ขอทรงอภัย เรื่องปฏิทินยังไม่ เรียบร้อยดีนัก อีกอย่าง....เรื่องนี้เป็นความลับ ภายในของเรา แม้ยางรักจะมีค่าก็จริง แต่ว่า ถ้าจะเทียบกับปฏิทินคงไม่ได้” ทูตกล่าวทูล

ชอนมยอง คิมยูซิน และต๊อกมาน แอบดูพ่อค้าที่มาด้วยความสนใจคิดว่าต้องมีใครซักคนเอาดอกเหมยแห่งซาตาฮัมมาด้วยแน่ ชอนมยองจึงสั่งให้ต๊อกมานระวังในการทำงานให้หาของเพียงอย่างเดียวไม่ควรก่อเรื่องเด็ดขาด

ด้านโพจอง ได้เห็นเศรษฐีจางมาด้วย ก็ รายงานให้ซอวอนทราบ เขาจึงสั่งให้จับตาไว้ ให้ดีเขาจะเป็นคนเจรจาระหว่างท่านเซจูกับพ่อค้าอื่น

“พ่อค้าคนกลางแบบนี้จะมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน โดยเฉพาะกับท่านมีเซ็งด้วยแล้ว หรือถ้ามีการติดต่อกับพ่อค้าอื่น เราก็ต้องสืบว่าคุยเรื่องอะไรบ้าง”

“ตอนนี้พวกพ่อค้าพักอยู่เรือนรับรอง “กวางยิน” ข้าจะให้องครักษ์หน่วย “ยีวา” ไปดูแลความปลอดภัยให้กับทุกคนน่ะครับ” โพจองกล่าว

“ดีมาก คราวนี้ ไม่ว่ายังไง เราต้อง สืบให้รู้ว่า ดอกเหมยแห่งซาตาฮัมคืออะไรกันแน่”

ชิซูยังไม่ตาย ได้มาเป็นผู้คุ้มกันให้เศรษฐีจาง เขาได้มอบของสิ่งหนึ่งฝากเศรษฐีจางไปให้มีซิล ด้านมีเซ็งได้มาต้อนรับเศรษฐีจาง

“สบายดี ๆ แหม....นึก ๆ ดูไม่เจอกันหลายปีนะ เราล่ะอยากพบท่าน ภาวนาให้มา ซะทีก็ไม่ค่อยยอมมา”

“ฮ่า ๆๆ ข้าก็อยากมาเหมือนกันฮ่า ๆ ๆ เอ๊ะ....ท่านมีเซ็ง ดูเหมือนหน้าตาท่าน จะอิ่มเอิบกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะ ฮ่า ๆ ๆ ไม่ยอมแก่เลยนะ”

“ฮ่า ๆ ๆ เชิญ ๆ”

ชิซูออกมาพบโซวาที่ยังไม่ตาย เพราะหลังจากที่ชิซูเจอพายุทะเลทรายเล่นงาน เขาก็ย้อนกลับไปช่วยโซวาขึ้นจากทรายดูด และนำ ตัวนางมารักษา ส่วนชิซูได้รับบาดเจ็บจนตามองไม่เห็น

ต๊อกมานแอบติดตามดูว่าพวกพ่อค้าพักอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อมีโอกาสจะได้เข้าไปในห้อง แต่ก็มาพบกับโพจองก่อน

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

“อ้อ....ครับ ข้ามาที่นี่เกี่ยวกับเรื่องข้าวแกงกะหรี่น่ะครับ เพราะแต่ละคนมีรสปากไม่เหมือนกัน อะไรที่ควรใส่หรือควรหลีกเลี่ยงต้องถามให้รู้ก่อนจะปรุงอาหาร ก็เลยคิดว่า....”

“แล้วยังไงมาที่นี่ทำไม ข้าวแกงกะหรี่ เป็นของโปรดของชาวตะวันออกกลางไม่ใช่หรือ”

“อ้อ....พ่อค้าตะวันออกกลาง ไม่ได้อยู่ห้องนี้หรอกหรือ”

“พ่อค้าพวกนั้น ให้ไปอยู่ด้านโน้น”

“อ้อ....ครับ ถ้าอย่างงั้น ข้าไปถามพวกเขาดูก่อน แหะ....หึ....เอ่อ....”

“เจ้าจะไปไหนอีก”

“หา....ก็ไปห้องพ่อค้าตะวันออกกลางไง”

“ไปแล้วทำไม เจ้าพูดภาษาพวกเขาได้หรือ”

“หา....อ้อ....จริงด้วยครับ ข้านี่ไม่มีหัวคิดจริง ๆ ไปคนเดียวจะทำอะไรได้ หึ....”

“นั่นสิ ต้องมีล่ามไปกับเจ้าด้วยข้ากำลังจะไปหาล่าม เจ้าตามมาสิ” โพจองกล่าว

“ครับ เฮ่ย....”

โพจองได้พาต๊อกมานมาเจอเศรษฐีจางที่กำลังคุยกับพ่อค้าอีกคนอยู่ ต๊อกมานได้ซักถามถึงเรื่องรสชาติอาหารที่ต้องการ เมื่อจะออกจากห้องก็แกล้งทำแจกันดอกไม้ตกแตก และบอกว่าจะเก็บกวาดให้ โดยต๊อกมานแกล้งเก็บช้าเพื่อจะได้ยินการพูดคุยระหว่างเศรษฐีจางและพ่อค้า ซึ่งคนในห้องทั้งหมดไม่รู้ว่าต๊อกมานสามารถฟังภาษาต่างชาติได้รู้เรื่อง

“นั่นคือ....สิ่งที่นางอยากได้ที่สุด เราจะเอามาเป็นเงื่อนไขในการต่อรอง หือ....เฮ่อ ๆ ๆ รับรองได้เลยว่า คราวนี้ท่านมีซิล....จะไม่มีทางปฏิเสธเราได้....หือ....หึ ๆ ๆ ส่วนพวกเรา....ก็หวังจะเอาของสิ่งนี้มามอบให้นาง ถึงได้เดินทางไกล....มาถึงนี่....ตั้ง 2 หมื่นลี้ ยังไงก็ต้องให้คุ้มหน่อยล่ะ” เศรษฐีจางกล่าว

“ใช่แล้ว คือคนนี้แหละ เก็บหมดแล้วครับ” ต๊อกมานคิด

“ขออภัย ถ้าไงข้าน้อยขอตัวก่อน” โพจอง กล่าวแล้วออกไป

“เฮ่อ....ฮาเซียร์ ท่านบอกว่าคราวนี้ มีของสำคัญจะมาขายจริงหรือ” เศรษฐีจางถาม

“แน่นอน” พ่อค้ากล่าว

“เฮ่อ ๆ คืออะไร ให้ข้า....ดูเป็นขวัญตาหน่อยได้ไหม หือ....หึ ๆ ให้ข้าดูก่อนเถอะ.... แหม....ฮ่า....ฮ่า....วู้....นี่ก็คือ....หึ....นี่น่ะหรือที่เค้าว่าคือดอกเหมยแห่งซาตาฮัมน่ะ”

“ใช่แล้ว”

“ดอกเหมยแห่งซาตาฮัม วิเศษจริง ๆ รับรองถูกใจท่านมีซิลแน่ หึ ๆ ฮ่า ๆ” เศรษฐีจางกล่าว

มีเซ็งบอกกับธิดาเทพว่าพ่อค้าเปอร์เซีย ที่ชื่อ “ฮาเซียร์” ได้เอาดอกเหมยแห่งซาตา ฮัมมาด้วย

“อ้อ....ที่แท้มากับพ่อค้าเปอร์เซียหรอกหรือ”



“ใช่ถึงบอกว่าพี่ใหญ่มองคนไม่เคยผิดพลาด พอให้เศรษฐีจางไปเดินเรื่องเท่านั้น เดี๋ยวเดียวก็เจอคนที่เราอยากติดต่อ เฮ่อ ๆ ๆ งานนี้ ข้าคุยกับเศรษฐีจางไว้แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีหลุดมือ แต่ว่างวดนี้ ดูเหมือนเขาจะขอตัวเลขสูงกว่าสมัยก่อนเยอะพอดูน่ะนะ”

“เขาอยากได้แค่ไหนก็ให้ไป....ขอแค่เป็นของจริงเท่านั้น เท่าไหร่ข้าก็ยอมจ่าย” มีซิลกล่าว

“งั้นก็ตกลง ภายในคืนนี้ ข้าจะนัดเขาออกมาพบอีกครั้ง” มีเซ็งกล่าว

“แต่ว่า คราวก่อนคิมซอยอนตามไปถึงสถานที่นัดพบของเรา คราวนี้คงต้องระวังหน่อยนะ” ธิดาเทพ กล่าว

“ฮึ่ม....”

“นั่นสิ เจ้าต้องรอบคอบให้มากกว่านี้ เพราะข้าไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิมอีก” มีซิล สั่ง

“เฮ่ย.....ได้ครับ พี่ใหญ่”

ต๊อกมานวางแผนให้จุปังแกล้งเดินไปชนเศรษฐีจาง เพื่อขโมยกุญแจห้องพักมาปั๊ม ด้านซอวอนได้สั่งให้โพจองตามเศรษฐีจางออกไปข้างนอก ส่วนฮาจองก็ได้แอบตามเศรษฐีจางออกไปเช่นกัน แต่ทั้งสองก็ตามไม่ทัน กลับพบมีซิลตำหนิ เพราะทั้งสองจะทำให้แผนของนางเสีย

ต๊อกมาน จุปัง และโกโต ได้แอบเข้ามาที่ห้องพักของเศรษฐีจาง ขณะที่อีกด้านหนึ่งมีซิลได้มาพบกับเศรษฐีจางและฮาเซียร์

“พวกท่านมาไกลคงจะเหนื่อยมากนะ” มีซิล ถาม

“เดินทางมาไกลคงเหนื่อยสินะ” มีเซ็ง กล่าว

“เรียนท่านมีซิล ไม่เหนื่อยครับ ฮาเซียร์ เอาของสำคัญให้ท่านมีซิลได้เห็นกับตาซักครั้ง” เศรษฐีจาง กล่าว

“อึม....”

“ท่านมีซิล ของที่ท่านต้องการ อยู่ในหีบนี้แล้ว เชิญเปิดดูได้”

“ของสำคัญอยู่ในนี้ เชิญท่านเปิด ดูได้” มีเซ็ง กล่าว

“อึม....ฮ่า....” นักบวชวาชอน กล่าว

“ใต้ซือวาชอน ไม่ผิดใช่ไหม” มีเซ็ง ถาม

“ใช่ ไม่ผิดจริง ๆ ท่านเซจู นี่คือปฏิทิน....ที่เราต้องการ....อึม....”

“ใต้ซือ ท่านดูแล้วใช่แน่นะ”

“ปีหนึ่งมี 365 วัน ถ้าคำนวณ จากหมื่นวันเหลือครึ่งจะได้ 2,428 วัน” วาชอน กล่าว

“อ้อ....”

“เป็นวิธีนับวันโดยคำนวณจากการโคจรของโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่สัมพันธ์กัน....ฮ่า....” วาชอน กล่าว



“ถ้าอย่างงั้น ปีอธิกะล่ะคะ หมายถึงอะไร” ธิดาเทพถาม

“หมายถึงทุก 391 ปี จะมี 144 ปี ที่มีเดือนอธิกมาส ซึ่งเป็นการคำนวณตามแบบสุริยคติ” วาชอน กล่าว

“อ้อ....ท่านเซจู น่าจะใช่แน่ นี่คือปฏิทินใหม่ล่าสุดของเมืองสุย ที่มีการคำนวณที่แม่นยำมากกว่า” ธิดาเทพ กล่าว

“อึม....”

“จะเรียกราคาเท่าไหร่เชิญพูดมาได้” มีเซ็ง ถาม

“เท่าไหร่ก็ให้เขาไป” มีซิล บอก

“หา....แต่เราไม่มีทองคำมากขนาดนั้นน่ะครับ” มีเซ็ง กล่าว

“ไม่มีก็ไปหามาให้พอสิ” มีซิล สั่ง

“เอ่อ....ท่านเซจูบอกว่า แล้วแต่พวกท่านต้องการ”

“หึ....หึ....ขอบคุณท่านมีซิลเป็นอย่างมาก” เศรษฐีจาง กล่าว

“หึ....คนที่ควรขอบคุณ น่าจะเป็นข้ามากกว่า เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ ไว้เราหาเงินได้ครบแล้ว ค่อยบอกพวกเขาอีกที”

“ครับ รายละเอียดปลีกย่อย เชิญ ไปคุยข้างนอกเถอะ เชิญทางนี้”

“ขอบคุณมาก” เศรษฐีจาง กล่าว

“ยินดีกับท่านด้วย ในที่สุดดอกเหมย แห่งซาตาฮัม ก็ได้ผลิดอกออกผลอย่างงดงาม” ธิดาเทพ กล่าว

“ซาตาฮัม” มีซิล กล่าว และเมื่อได้ของที่ต้องการแล้วมีซิลได้นึกถึงปฏิทินของเผ่าคาย่า ที่เคยเห็นในวัยเด็ก

“ถ้านี่คือทางเลือกของเจ้า ความฝันของนกน้อยที่ยิ่งใหญ่ ความฝันของนกน้อย.... ที่ไม่ต้องมีข้าเป็นส่วนร่วม งั้นต่อไป นี่คือ สิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องใช้....ไม่ต้องหลั่งน้ำตาเพื่อคนไร้ความหมายอย่างข้า ไม่ต้องห่วงข้า จนทำให้ตรอมใจหรือผ่ายผอม....เพราะนี่คือสิ่งที่....ซาตาฮัมกับนกน้อยร่วมกันสร้างฝันให้ เป็นจริง”

“นั่นเปรียบเหมือนคำสั่งเสียจากเขา” มีซิล กล่าว

“ใช่ หลังจากทิ้งจดหมายและดอกเหมย รวมถึงปฏิทินของเผ่าคาย่าไว้ดูต่าง หน้าแล้ว ท่านซาตาฮัมก็จากโลกนี้ไปอย่างเงียบ ๆ” ธิดาเทพ กล่าว

“และชีวิตของข้า ก็เหมือนได้เกิดเป็นคนใหม่ในวันนั้น ซาตาฮัมซึ่งรักข้านักหนาหลังจากยึดครองเผ่าคาย่าแล้ว ยังได้ปิดเรื่องนี้กับพระเจ้าจินฮึง เพื่อจะนำของขวัญชิ้นสุดท้ายมามอบให้ข้า....และข้าก็นอกใจคนที่ไปรบเพื่อข้า แต่งงานกับคนอื่นโดยไม่รอเขา เขา ยังเอาปฏิทินของเผ่าคาย่ามาให้ข้าอีก” มีซิล กล่าว

“เพราะเหตุนี้ เมื่อท่านมีปฏิทินของเผ่าคาย่าในมือ ทำให้สามารถจัดระบบวันเวลา ใหม่ที่เหมาะกับบ้านเมืองเราและการผนึกชน เผ่าต่าง ๆ” ธิดาเทพ กล่าว

“ใช่ สมัยก่อนถ้าไม่มีดอกเหมยแห่ง ซาตาฮัม ปฏิทินเล่มนี้ ก็คงไม่มีประโยชน์” มีซิล กล่าว



ต๊อกมานเข้าไปในห้องเศรษฐีจาง คนเดียว โดยให้จุปังดูลาดเลาข้างนอก นางค้นหาข้าวของในกล่องเห็นหนังสือที่คังตั๊กเคยให้อ่าน และยังพบป้ายวิญญาณของโซวา ทำให้ต๊อกมานถึงกับตกใจ หลังจากออกมา จากห้องของเศรษฐีจาง ต๊อกมานก็มีท่าที เปลี่ยนไปเก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนโกโตนึกว่าผีเข้า

“ต๊อกมาน ๆ เปิดประตูให้หน่อย ได้ไหม ทำไมขังตัวเองอยู่ในห้องล่ะ หา.... เฮ่ย...” จุปัง ตะโกนเรียก

“อึ๊บ....บ้าจริง แถมยังล่ามประตูไว้อีก ต๊อกมาน” โกโต กล่าว

“โอ๊ย....”

“ลูกพี่ ต๊อกมานจะถูกผีเข้าหรือเปล่า เมื่อก่อนอยู่บ้านนอก มีคนเห็นผีแล้วเป็นโรคเอ๋อไปเลย”

“ปากหรือนั่น เจ้าจะบอกว่าต๊อกมานเพี้ยนหรือ”

“ไม่ใช่อย่างงั้น”

“หาว่าเขาบ้าหรือไง”

“ข้าแค่บอกในสิ่งที่รู้....”

“หุบปาก....” จุปัง สั่ง

คิมซอยอนถามลูกชายว่างานที่ได้รับมอบหมายถึงไหนแล้ว

“อ้อ....แม้จะยังไม่รู้ว่าดอกเหมยแห่งซาตาฮัมคืออะไรกันแน่ แต่จากรายงานของลูกน้องที่แอบตามโพจองไปเมื่อคืนนี้ พบว่าทั้งโพจองและฮาจอง ต่างก็สะกดรอยตามคนของมีซิลอย่างเงียบ ๆ”

“สะกดรอยหรือ”

“ไม่แน่ว่า เกี่ยวกับเรื่องดอกเหมย แห่งซาตาฮัม แม้แต่ท่านซอวอนและท่านเซจอง ก็อาจไม่รู้เรื่องทั้งคู่ เพราะฉะนั้น ทันทีที่มีซิลเกิดความเคลื่อนไหว พวกเขาเลยโกลาหลตามไปด้วย”

“ผู้หญิงคนนี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ ขนาดคนของตัวเอง ยังต้องปิดบังอีก หึ.... หรือว่า เรื่องนี้จะเป็นความลับที่บอกใครไม่ได้....หึ...” คิมซอยอน กล่าว

เซจองสงสัยว่ามีซิลกำลังมีความลับบางอย่างจึงสอบถามกับนาง

“ความลับ....ต้องบอกทุกคนด้วยหรือคงอยากรู้ว่าดอกเหมยแห่งซาตาฮัมหมายถึงอะไรและสำคัญแค่ไหนใช่ไหม....เพราะอย่างงี้ ต่างคนเลยให้ลูกของตัวเองมาสะกดรอยข้า”

“แต่ว่านั่นเป็นเพราะ....ไม่ใช่อย่างงั้น....” เซจอง กล่าว

“ดอกเหมยแห่งซาตาฮัมเป็นธุระของมีเซ็ง ถ้าอยากรู้ความลับจริง ตอนนี้เรามาเปิดเผยความลับของกันและกันก่อนดีมั้ย....อย่างเช่นท่านเซจอง ต้องการกุมเสียงข้างมากในการประชุมขุนนางระดับสูง มีการติดต่อกับขุนนางบางคนอย่างลับ ๆ อยากบอกให้ทุกคนรู้หรือเปล่า”

“เอ่อ....ท่าน....ท่านเซจู นั่นเป็นเพราะ....” เซจอง กล่าว

“อีกอย่าง ท่านซอวอนเอง ใคร ๆ ก็รู้ว่าเกิดในชนชั้นไพร่ แต่กลับได้ดิบได้ดีเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เพราะสมัยปี “คองบุก” เดือนหนึ่งเคยทำอะไรไว้บ้าง จะให้ข้าพูดหรือเปล่า” มีซิล ถาม

“ท่านเซจู” ซอวอน เรียก



“เรื่องพวกนี้มีแต่ข้าที่รู้อยู่แก่ใจ หรือไม่ก็คือนอกจากข้าแล้ว,คนอื่นไม่ควรรับรู้ทั้งสิ้น ถ้าทุกคนอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องของตัว มิเท่ากับจะมาแทนที่ข้าหรอกหรือ....แผ่นดินนี้จะมีมีซิลสองคนไม่ได้ ถ้าใครอยากเป็นมี ซิลคนที่สอง ก็ต้องผ่านศพข้าไปก่อนจริงหรือเปล่า” มีซิล กล่าว

“เอ่อ....ท่านแม่ อภัยให้ข้าด้วย ต่อไปข้าจะไม่ทำอย่างงั้นอีกแล้ว” ฮาจองกล่าว

“ท่านแม่ ข้าก็สำนึกผิดแล้ว” โพจอง กล่าว

“ฮูหยิน ต่อไปเราจะไม่ทำอะไรที่เกินขอบเขตอีก” เซจองกล่าว

“อภัยให้กับความโง่เขลาของข้าด้วย” ซอวอน กล่าว

“ท่านเป็นสามีข้า ทำไมปล่อยให้ข้า.... ต่อสู้กับอุปสรรครอบข้างโดยลำพังล่ะ” มีซิล ถามซอวอน

“ขอโทษด้วย เพราะข้าไม่ทันคิด”

“ข้าไม่เคยโกรธเคืองท่านซักนิด และไม่คิดตำหนิท่านด้วย....ท่านเป็นเสาหลัก เป็นที่พึ่งทางใจของข้า ซึ่งจะอยู่กับข้าตลอดไป ทุกวันนี้ที่ข้ามีอำนาจในมือ เพราะเบื้องหลังมีท่านคอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ หึ....ท่านยังไม่รู้อีกหรือว่า ข้าหวังพึ่งท่านแค่ไหนน่ะ”

“มีซิล....หึ....” เซจองกล่าว

“ท่านเคยบอกว่าเชื่อข้าคนเดียวใช่ไหม..ท่านบอกว่าสิ่งที่ท่านต่างจากคนอื่นที่อยู่รอบข้าง คือไม่เคยหวังอะไรจากข้าเลย” มีซิล กล่าว

“ข้าเชื่อเจ้าตลอด รวมทั้ง....ไม่เคยเรียกร้องการตอบแทนใด ๆ เพียงแต่....ข้า อยากช่วยแบ่งปัน....ไม่ว่าความสุขหรือความทุกข์....สิ่งที่เจ้าต้องการ ความมุ่งหวัง อุดมการณ์และความใฝ่ฝันทุกอย่าง ข้าอยากมีส่วนร่วมในนั้นด้วย” ซอวอนกล่าว

“ทุกวันนี้ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของข้าอยู่แล้ว ดอกเหมยแห่งซาตาฮัม มันเป็นเรื่องงาน นอกจากนี้แล้ว ทุกสิ่งที่ข้าได้ครอบครอง ล้วนมีท่านเป็นเจ้าของอยู่ด้วยครึ่งหนึ่ง” มีซิล กล่าว

“ท่านเซจู” ซอวอนกล่าว

พระมเหสีมายา องค์หญิงชอนมยอง และฮูหยินของคิมซอยอน คุยกันเรื่องของมีซิล

“องค์หญิงทรงหมายถึงท่านมีซิลน่ะหรือ”

“ใช่ค่ะ เว้นแต่นางจะมีอิทธิฤทธิ์ที่ล่วงรู้อนาคตหรือไม่ก็คาดการณ์ล่วงหน้าได้”

“เรื่องนี้ข้าก็แปลกใจเหมือนกันว่าเป็นอย่างงี้มาแต่แรกหรือเปล่า....สมัยก่อนท่านอยู่ในวัง น่าจะรู้ประวัติของนางดีไม่ใช่หรือคะ” พระมเหสีมายาตรัส

“เรื่องนี้....คงหมายถึงเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ที่หลายคนยังจำได้อยู่....ทุกครั้งที่มีซิล ไปทำพิธีเซ่นไหว้ ฝนก็จะตกลงมา หรือไม่ฝนก็จะหยุดตก บางครั้งรู้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดราหูอมจันทร์” ฮูหยินคิมกล่าว

“เรื่องภัยธรรมชาติหรือราหูอมจันทร์ เรามีพวกโหรคอยทำนายก็จริง แต่จนวันนี้ก็ยังคลาดเคลื่อนอยู่ แล้วทำไมมีซิลถึงได้...”

“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ ขนาดพระราชาไปสักการะยังไม่เห็นผล แต่พอมีซิลออกไป ฝนฟ้าก็จะเป็นใจให้ทันที”

“ทำแบบนี้ มิเท่ากับสั่นคลอนถึงพระเกียรติของพระราชาหรอกหรือ” พระมเหสีมายา ตรัส

“สมัยก่อนพระเจ้าจินฮึงมักจะตรัสว่า ผู้หญิงคนนี้อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยช่วยเหลืออยู่ก็เป็นได้”

ต๊อกมาน ยังไม่ยอมออกมาจากห้อง ทำให้โกโตและจุปังเป็นห่วง จนคิมยูซินเข้ามา

“ยังอยู่ข้างในไม่ยอมออกมาอีกหรือ เปิดประตูซิ” คิมยูซินบอกจุปัง

“คือ....เขา....ล่ามกุญแจอยู่ข้างใน...” จุปัง

“บอกให้เปิด” คิมยูซินสั่ง โกโต จึงใช้ตัวกระแทกประตูเข้าไปได้ก็พบว่าประตูไม่ได้ล่ามโซ่ไว้ แต่เมื่อเข้ามาในห้องกลับไม่มีต๊อกมานอยู่ จุปังและโกโตจึงเล่าเรื่องที่ต๊อกมานใช้ให้ทั้งสองขโมยกุญแจ และคอยดูต้นทางให้คิมยูซินฟัง

“พอออกมาเหมือนเจออะไรเข้า ท่าทางเซื่องซึมหงอยจ๋อยไปเลย” จุปัง กล่าว

“เขาเห็นอะไร” คิมยูซิน ถาม

“ดูเหมือนจะเห็น....หนังสือที่เขียนด้วยอักษรพิลึกพิลั่น และมีของกระจุกกระจิกบางอย่าง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษน่ะครับ” จุปัง กล่าว



ต๊อกมานแอบเข้ามาในห้องเศรษฐีจาง อีกครั้ง แต่ก็พบว่าป้ายของโซวาและของอื่น ๆ ที่พบในตอนแรกได้หายจากห้องไปแล้ว โดยเศรษฐีจางได้นำป้ายประจำตัวและเสื้อผ้าของโซวามาให้มีซิล

“เฮ้ย....นี่มันคือ....เอ่อ....นี่คือ....ป้ายประจำตัวของนางในสมัยก่อนหนีออกจากวังนี่นา” มีเซ็ง กล่าว

“นี่มันอะไรกันแน่” มีซิลตกใจ

“หึ....ท่านเอามาจากไหน” มีเซ็งถาม

“เขาเป็นผู้คุ้มกันของข้า บอกว่าให้มา มอบให้ท่านมีซิล”

“ผู้คุ้มกันกลุ่มการค้า หมายความว่าไงนี่” มีเซ็งถาม

“ผู้คุ้มกันคนนี้ชื่ออะไร” มีซิลถาม

“เขาบอกว่าชื่อชิซูน่ะครับ” เศรษฐีจาง กล่าว

“หา....ชิซูหรือ” มีเซ็งและมีซิลต่างตกใจ

“ท่านเซจู ข้ายังมีจดหมายฉบับหนึ่ง อยากให้ท่านดูด้วย.... เฮ่ย....” เศรษฐีจางส่งจดหมายให้

“ท่านเซจู ข้าน้อยชิซูขอรายงานการทำงานให้ท่านทราบ หนึ่งในฝาแฝดรวมถึงศพของนางในคนนั้น ข้านำมาไม่ได้ก็จริง แต่ได้สังหารไปแล้ว ผ้าที่เห็นคือผ้าที่ใช้ห่อองค์หญิงน้อยตอนแรกเกิด ส่วนป้ายนั้น เป็นของนางในที่หลบหนีไปหนังสือเป็นสิ่งที่เด็กนั่นเคยอ่าน.... เนื่องจากผ่านไปหลายปีจนข้าไม่กล้ากลับมาสู้หน้า ส่วนท่านเซจู คิดว่าคงไม่ต้องการให้ข้าช่วยทำงานอีก ข้าจึงขอไปตามทางของตัวท้ายสุดนี้ขอให้ท่านเซจูจงเจริญ”

“หึ....ตอนนี้เขาอยู่ไหน ข้าอยากรู้ว่าชิซูอยู่ไหน” มี ซิลถาม

“ได้ยินว่าจะไปต่างเมือง น่าจะออกเดินทางแล้ว” เศรษฐีจางกล่าว

“ทำไมเป็นแบบนี้ ยังไงต้องหาชิซูให้พบ” มีซิลกล่าว

“ชิซูกลับมาชิลลาหรือนี่”

“โพจองอยู่ข้างนอกหรือเปล่า” มีซิล เรียก

“ท่านแม่”

“ส่งคนไปหาตามโรงเตี๊ยมในตัวเมืองและท่าเรือทุกแห่ง ข้าจะให้ตามหาคนคนหนึ่ง.... ยังมีซกพุงอีกคน ให้หน่วยชองยองของเขามาช่วยเจ้าอีกแรง”

“ครับ ว่าแต่ ท่านจะหาใครหรือครับ”

“หาชิซู....”

หลังได้รับมอบหมาย โพจองได้สั่งลูกน้องทุกคนให้ออกตามหายังไงก็ต้องให้พบ

“เกิดอะไรขึ้น จะให้เราตามหาใคร?” ซกพุงถาม

“บอกเจ้าแล้วอย่าตกใจล่ะ ตามหาอดีตองครักษ์ของหน่วยยีวา....รู้จักท่านชิซูมั้ย” โพจอง กล่าว

“หา....ทุกคนแยกย้ายไปเดี๋ยวนี้ ตามหาท่านชิซูให้พบ เร็วเข้า” ซกพุงสั่ง

“ครับ”

“นี่มันอะไรกัน ท่านชิซูยังไม่ตายหรือ” ซกพุงสงสัย

“ข้าก็แปลกใจเหมือนกัน แต่ท่านเซจู ....สั่งมาอย่างงั้น” โพจองกล่าว ด้านต๊อกมาน ที่แอบได้ยินโพจองสั่งพวกลูกน้องให้ออกตามหาชิซู ก็ถึงกับตกใจเพราะไม่คิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่




..............จบตอนที่ 14.........



1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ27 เมษายน 2553 04:20

    ขอบคุณมากค่ะ ที่เอาเรื่องย่อมาลงให้ทุกๆคนได้อ่าน

    ตอบลบ