วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 42



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 42
Cr. : Dailynews Online


ถึงแม้ว่าองค์หญิงต๊อกมานเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นเพราะคุณชายชุนชูหลอกใช้มีซิล แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้

“สิ่งที่เจ้าทำ ได้ทำให้พวกเขาตื่นตระหนก พอแล้ว คนเรา ถ้ารู้สึกไม่สบายใจก็จะทำบางสิ่งบางอย่างออกมา”

“ใช่ แต่หม่อมฉัน ก็ได้วางแผนรับมือเหมือนกัน หม่อมฉัน จะไม่เอาอย่างมีซิล เอะอะก็ใช้ทหาร ไม่ก็องครักษ์ และไม่เอาอย่างองค์หญิง คำนวณว่าวันไหนจะเกิดสุริยคราส หรือแม้แต่ทำป้ายหินปลอม หลอกล่อให้คนหลงเชื่องมงาย แต่ว่าหม่อมฉันจะใช้วาทศิลป์ ทำงานให้ลุล่วง แต่เดิมคนที่เกาะกลุ่มเหมือนมด แค่หม่อมฉันพูดโน่นพูดนี่ พวกเขาก็จะวิ่งพล่านกันไปหมด” คุณชายชุนชู กล่าว

“ใช่ เป็นอย่างงั้นจริง ๆ แต่ว่า เจ้า คิดว่าตัวเองจะสามารถกำหนดอนาคตได้หรือ”

“ต้องได้แน่นอน”

“ถ้าเกิดล้มเหลวล่ะ” ต๊อกมาน กล่าว

“คำว่าล้มเหลว....จะไม่เกิดขึ้น”

“ไม่ถ้าเจ้าเกิดล้มเหลวจริง ๆ ถึงตอนนั้นยังมีมือของข้า ที่คอยพยุงเจ้าอยู่....เจ้าจะสัญญาได้ไหม”

“ได้ สัญญาก็สัญญา ถ้าหม่อมฉันล้มเหลวจริงน่ะนะ”

ท่านซอวอนมาขอโทษท่านเซจอง พร้อม ทั้งยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการหายตัวไปของโพยาง แต่ทั้งหมดนั้น เป็นเพราะคุณชายชุนชูต้องการให้พวกเราตกหลุมพรางของเขา

“ท่านน้า นี่มันอะไรกันครับ ทำไมทุก อย่างถึงได้กลับตาลปัตรไปแบบนี้ เฮ่ย....”

“ตอนนี้เซจูไปอยู่ไหนกันแน่” เซจอง ถาม

“เอาน่า สองพ่อลูกเงียบก่อนได้ไหม ข้าก็กำลังตามหาพี่ใหญ่จนปวดหัวอยู่นี่”

“ถ้าเป็นท่านยังจะใจเย็นไหวหรือเปล่า ไฟจะลามถึงก้นอยู่แล้ว ท่านแม่ดันไปไหนก็ไม่รู้ เฮ่ย....”

“ข้ารู้หรอกน่า ไม่อยากให้ชุนชูแต่งงานกับโพยางใช่ไหมล่ะ เลยอยากจะห้ามไว้ แต่จะทำไงได้ เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำซะบ้าง” มีเซ็ง กล่าว

“แล้วใครจะเชื่อว่าเจ้าซอวอนไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับพวกเขาด้วย”

“ท่านคิดว่าซอวอนมีปัญญาวางแผนขนาดนี้เชียวหรือ เป็นไปไม่ได้หรอก เชื่อสิ”

“เฮ่ย....”

“เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งโวยวายนัก ตั้งสติแล้วปัญญาจะมา ตอนนี้ข้าจะไปพบคุณชายชุนชูก่อน ฮึ่ม....”

“เฮ่ย....ตอนนี้ แม้แต่เหตุการณ์เฉพาะหน้า เราก็เดาไม่ถูกแล้ว”

“ข้าจะให้ลูกน้องหลายคน ผลัดกันไปเฝ้าหน้าบ้านเจ้าซอวอนไว้” ฮาจอง กล่าว

“ที่สำคัญ ให้พวกพีทันมาพบข้าด้วย” เซจอง กล่าว

ซอวอนไม่เข้าใจว่าทำไมมีซิลถึงยังมี กะใจที่จะออกไปเที่ยวอีก ทั้งที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมากมาย อีกทั้งซกพุงยังบอกด้วยว่า นางพา ชิซู และองครักษ์ติดตามไปอีก 2-3 คน จึงสั่งให้องครักษ์รีบไปตามท่านมีซิลกลับมาเดี๋ยวนี้

“นี่มันเวลาไหน ท่านแม่ยังไปเที่ยวอีก เพราะอะไรกันครับ”

“นางคงจะคิดหนักเกี่ยวกับทางเดินต่อจากนี้ หรือไม่ก็ทบทวนเรื่องบางอย่าง” ซอวอน กล่าว

“เฮ่ย....”

“ข้าเองก็เป็นห่วงนัก ไม่สบายใจเลย”

พระเจ้าจินพยองปรึกษาทุกคนเรื่องของคุณชายชุนชู เพราะยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเขาดี ซึ่งมายาเองก็ไม่เข้าใจในการกระทำของเขาเช่นกัน

“แสดงให้เห็นว่า มีซิลไม่ได้หลอกใช้คุณชายชุนชูเหมือนที่เราคิด เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายหลอกใช้นางมากกว่า”

“หมายถึงชุนชูน่ะหรือ” เมียคิม กล่าว

“ใช่ ถึงวันนี้คงได้ประจักษ์แล้ว ว่าเป็นวิธี....ที่จะทำให้ท่านเซจองกับท่านซอวอนกินแหนงแคลงใจอย่างหนัก”

“แต่ตามหลัก มีซิลไม่น่าจะหลงกลเขาง่าย ๆ นะ”

“ใช่ ที่น่าแปลกกว่านั้นคืออยู่ดี ๆ ก็ไปเที่ยวข้างนอกอีก”

“เฮ่อ....จริงด้วย ข้าก็รู้สึกว่าไม่เหมือนปกติวิสัยที่มีซิลเคยปฏิบัติมา” พระเจ้าจิน พยอง กล่าว

ด้านต๊อกมานเองก็สงสัยในการกระทำของคุณชายชุนชู และท่าทีของมีซิล ที่ตอนนี้นางได้แต่ออกไปเที่ยวนอกเมือง

“ยังไงก็ตามแต่ การที่คนสนิทของนางเริ่มขัดแย้ง จะเป็นผลดีต่อเรามากกว่า ถ้าเรามีแผนรองรับ ผลประโยชน์ของเรื่องนี้จะตกแก่ฝ่ายเราเต็ม ๆ เพราะฉะนั้นองค์หญิงไม่ต้องทรงกังวลให้มากนัก”

“ไม่ได้หรอก นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า....มีซิล....นางถูกหลอกจริงหรือ ส่วนชุนชูก็แต่งงานกับผู้หญิงที่หลายฝ่ายคัดค้าน” ต๊อกมาน กล่าว

“ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ท่านเซจองกับซอวอน เกิดความขัดแย้งอย่างหนัก”

“ใช่ และเรื่องก็จะยิ่งเลวร้ายไปอีก.... นี่คือสาเหตุที่ข้าไม่สบายใจ ความรู้สึกของ มีซิล ตอนนี้จะเป็นไงบ้างนะ”

พวกองครักษ์ของต๊อกมาน พากันแยกย้ายไปติดตามการเคลื่อนไหวของฝ่ายมีซิล โดยที่ซอแจกับกิดจะไปดูความเคลื่อนไหวของท่านเซจอง โกโตไปดูความเคลื่อนไหวของ มีเซ็ง ส่วนกุกซอนกับแทพุง รับผิดชอบท่านซอวอน เมื่อได้เรื่องแล้ว ให้ทุกคนรีบกลับมารายงานให้ไอชองทราบ

โกโตแปลกใจที่ไม่เห็นจุปัง แต่ก็ต้องไปทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งจุปังเองแอบไปพบคุณชายชุนชู

“สิ่งที่ข้าทำไปทั้งหมด คนนอกมีความเห็นยังไงบ้างบอกมาเร็ว” คุณชายชุนชู กล่าว

“ที่ข้ามาพบท่านในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อของพวกนี้ แต่อยากให้ท่านเลิกเป็นอริ....กับองค์หญิงต๊อกมานซะที แล้วก็...”

“รู้มั้ยว่า ท่านมีความสามารถในการเล่าเรื่องที่เก่งมาก จากเรื่องที่ท่านเล่ามา ทำให้ข้าวางแผนได้หลายอย่าง”

“อะไรนะครับ พูดอะไรอย่างงั้นเล่า นี่แปลว่า อยู่ดี ๆ ข้ากลายเป็นนกสองหัวแล้วหรือไง โอ๊ย....ไม่ตั้งใจซักหน่อย” จุปัง กล่าว

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มาเป็นพวกเดียวกับข้าดีมั้ย”

“หา....อะไรนะ”

ระหว่างที่จุปังเดินกลับออกมาจากห้องของคุณชายชุนชู บังเอิญเห็นมีเซ็งกำลังเดินเข้าไปพบคุณชาย แล้วมือของโกโตก็ดึงจุปังเข้าไปมุมหนึ่ง เพื่อซุ่มดูการกระทำของมีเซ็ง

“เฮ่อ ๆๆ ใช่ คุณชายชุนชู เรื่องพรรค์นี้ข้าก็เข้าใจดี คนหนุ่มเลือดร้อน จริงมั้ย โพยางก็น่ารักด้วย หือ....แหม....เฮ่อ ๆๆ แม้ว่าคุณชายจะรวบหัวรวบหางได้เร็ว แต่ว่าการกระทำที่ไม่มีการบอกเล่าเก้าสิบก่อน ก็ทำให้หลายฝ่ายตั้งรับไม่ถูกน่ะนะ หึ....เฮ่ย....เพราะมีความเกี่ยวพันที่ซับซ้อน ทำให้ข้าก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง” มีเซ็ง กล่าว

“ปกติท่านมีเซ็ง....สามารถมองเหตุการณ์ได้ทะลุปรุโปร่ง”

“หือ....”

“เพราะฉะนั้น อะไรที่มีการเปลี่ยนแปลง ท่านน่าจะรู้ดี” คุณชายชุนชู กล่าว

“ก็....คืออะไร”

“แม่ของข้า องค์หญิงชอนมยอง ตายด้วยน้ำมือแทนัมโพลูกของท่าน....ข้า....จงใจละเว้นชีวิตเขา เพื่อเป็นการสร้างบุญคุณ”

“ท่าน คุณชายชุนชู”

“แล้วตอนนี้ท่าน....คิดได้หรือยังว่า จะตอบแทนข้าด้วยวิธีไหน”

“เอ่อ....เฮ่ย....” มีเซ็งหัวเสีย

จุปังลากโกโตกลับ ไม่ต้องมาตามมีเซ็งอีกต่อไปแล้ว

“อะไรเล่า ปล่อยน่า ข้ายังต้องคอยดูท่านมีเซ็งอีก”

“โง่จริง นี่....ท่านมีเซ็งเป็นพ่อแทนัมโพ แทนัมโพอยู่หน่วย “แผ่กฮู” อีกซักพักจะมีคนมาเฝ้าแทนให้”

“หา....หน่วยแผ่กฮูก็มีสายลับด้วยหรือ มาทำอะไร”

“บ้าจริง ถามโง่ ๆ อีกแล้ว ฟังนะ องครักษ์ใหม่ที่รับมา ส่วนใหญ่เป็นชาวคาย่าจากเมืองอัมยาง ได้ถูกกระจายไปอยู่ตามหน่วยต่าง ๆ ขององครักษ์ใช่ไหม” จุปัง กล่าว

“อ้อ....จริงด้วย ฮ่า ๆ ๆ”

“ทีนี้รู้หรือยัง ว่าข้าจุปังนี่แหละ ที่คอยแบ่งสันปันส่วนคนพวกนี้”

“อ้อ....”

“เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง ตามข้าไปทำงานดีกว่า” จุปัง กล่าว

“อึม....แหม....หึ ๆๆ”

มีเซ็งให้องครักษ์ไปตามแทนัมโพมาพบ เนื่องจากตอนนี้ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

“ทุกอย่างเป็นการวางแผนของชุนชูทั้งนั้น เราถูกเขาตบตา”

“ตบตาอะไรครับ” แทนัมโพ กล่าว

“เจ็บใจนัก ไม่น่าเชื่อ แม้แต่ข้ายังดูเขาไม่ออก เฮ่ย....อ้อ....หึ....ถ้าพี่ใหญ่ยังไม่รีบกลับมาอีก เห็นทีจะเกิดเรื่องใหญ่แน่”

“แต่ว่า ท่านมีซิลไม่ได้สั่งอะไรไว้ ก็พาท่านชิซูและคนสนิทไม่กี่คนออกไปท่องเที่ยว น่ะครับ”

“หึ....นางไปอยู่ไหนแน่ ทำไงถึงจะหาพบได้นะ เฮ่ย....” มีเซ็ง กล่าว

“เห็นสาวใช้บอกว่า ท่านมีซิลมีอาการผิดปกติเมื่อไม่นานมานี้น่ะครับ”

“ผิดปกติยังไง”

“ก็คือไม่ได้ล้มป่วย แต่เอาแต่นอนซมทั้งวันน่ะครับ” แทนัมโพ กล่าว

“เฮ่ย....หึ....”

คิมยูซินเห็นองค์หญิงต๊อกมานนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ซึ่ง ต๊อกมานบอกว่าที่ผ่านมานางเชื่อใจมีซิลเสมอ

“เพราะนางคือ....ศัตรูที่ข้าเชื่อมั่นในฝีมือ ตอนเอาเรื่องสุริยคราสไปหลอกนาง ที่ข้าสามารถวางแผนได้อย่างแนบเนียน เพราะรู้ดีว่านางเป็นคนประเภทไหน”

“ใช่ เพราะความที่รู้เขารู้เราอย่างถ่องแท้ เราจึงชนะได้”

“แต่ตอนนี้ ข้ากลับเดาใจนางไม่ออก ปล่อยให้เหตุการณ์วุ่นวายยังไม่เหลียวแลซักนิด อ่านความคิดชุนชูไม่ออกแต่แรก ไม่เหมือนนิสัยนางเลย เหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้....ไม่แน่ว่ามีซิล อาจมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็ได้”

มีซิลกับองครักษ์มาที่บ้านพัก “แค อุน” ริมลำธารบนเขา “โอจิ” ซึ่งนางบอกกับพีดัมว่า ทุกครั้งที่นางกลุ้มใจ นางชอบมาที่นี่ เพราะว่าที่นี่สวยงาม ซึ่งพีดัมออกจะไม่เข้าใจในการกระทำของมีซิลนัก

เมื่อจุปังและโกโตสืบจนแน่ใจแล้วว่า มีซิลเดินทางไปที่บ้านพัก “แคอุน” ริมลำธารบนเขาโอจิ พวกเขาจึงรีบมารายงานให้องค์หญิงต๊อกมานทราบ ต๊อกมานจึงรีบตามไปพบมีซิล

มีซิลเล่าให้พีดัมฟังว่า เมื่อก่อนชิซู อาจารย์ของเขาเคยร้องไห้ เพราะทนลำบากกับการฝึกวิชาไม่ไหว อีกทั้งมีครั้งหนึ่งโมโหท่าน “ชุยบู” ซึ่งเป็นอาจารย์ที่แกล้งให้เขาฝึกหนัก เลยจับงูไปขู่

“ส่วนข้า เพราะเป็นคนโปรดของ พระเจ้าจินฮึง อาจารย์เลยไม่กล้าเคี่ยวเข็ญหนัก ส่วนท่านซอวอน พอว่างทีไรก็จะชวนพวกองครักษ์ไปเที่ยวหาความสำราญ ไม่ค่อยตั้งใจฝึกวิชาเหมือนกัน” มีซิล กล่าว

“หึ....”

“ตอนนั้นหลายคนเลยตั้งฉายาให้เขาว่า “บุรุษเจ้าสำราญ”

“แล้วอาจารย์ข้าล่ะครับ” พีดัม กล่าว

“ฮูกุกซอน”....ความหมายคือผู้ปกป้องบ้านเมืองนี้”

“แล้วท่านล่ะครับ”

“พระเจ้าจินฮึงเคยตรัสว่า แค่มีเราสามคนก็จะช่วยพระองค์ได้ทุกอย่าง ฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร...ก็ไม่เคยทรงห้ามปราม”

“แล้วท่านล่ะครับ ฉายาของท่านคืออะไร” พีดัม ถามย้ำ

“โฉมงาม...อันดับหนึ่ง”

“โฉมงาม...อันดับหนึ่งก็แปลว่า เป็นสาวงามที่ไม่มีใครเทียบได้ในแผ่นดินใช่ไหมครับ”

“แต่ถ้ามองในแง่องครักษ์ ผู้หญิงยิ่งสวยเท่าไหร่คือการเย้ยหยันมากกว่า และเป็นการเตือนฝ่าบาท ให้ทรงระวังข้าให้ดี” มีซิล กล่าว

“ท่านก็เลยไม่ชอบสิ”

“ไม่ชอบหรือ?...อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นก็ได้...ตำแหน่ง...พระมเหสี ทำให้ข้าตั้งความหวังอย่างเจ็บปวด”

“ความหวัง...เจ็บปวดหรือ” พีดัม ยังไม่เข้าใจความหมายนัก

ซกพุงมารายงานให้ท่านซอวอนทราบว่า หลังจากพีทันออกจากบ้านท่านเซจอง ก็บอกว่าจะเกิดเรื่องในเมืองหลวง

“จากนั้นเขาก็รีบไปพบพ่องั้นหรือ” ซอวอน กล่าว

“ครับ”

“พ่อของเขาคือใต้เท้า “จูจิน” เป็นเจ้าเมือง “ซังจู” ซึ่งดูแลทหารที่อยู่ใกล้เมืองหลวงที่สุดน่ะครับ” โพจอง กล่าว

“ใช่ ทหารที่มีเกินกว่า 5 พันคนด้วยซ้ำ”

“หวังว่าท่านเซจองคงไม่คิดจะก่อสงครามกลางเมืองขึ้นมาในเวลานี้หรอกนะ”

“เฮ่ย...”

“เรื่องแค่นี้จะไม่มีทางปรับความเข้าใจเชียวหรือนี่ ปัญหาเกิดจากความเข้าใจผิดแท้ ๆ” ซอวอน กล่าว

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เราก็ให้คุณชายชุนชูเป็นรัชทายาทซะ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเราไว้ก่อนดีกว่า...หรือไม่อย่างงั้น เราก็ต้องเป็นฝ่ายลงมือก่อน ให้ทหารที่ “แฮซาน” และ “ชุยวา” เตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ”

“ถึงอย่างงั้นก็สายไป ทหารที่ “ซังจู” น่าจะมาถึงเร็วกว่า คนของเรามาถึงทุกอย่างก็จบไปแล้ว”

“ถ้าอย่างงั้น คนของกรมทหารล่ะครับ”

“เรายิ่งแตะต้องไม่ได้ ไม่อย่างงั้นจะกลายเป็นผู้นำก่อกบฏซะเอง”

“แล้วจะทำไงดีล่ะครับ” โพจอง กล่าว

“ให้ท่านเซจูกลับมาจัดการดีกว่า ก่อนนางจะมาถึง เราต้องใช้วิธีประนีประนอมไว้ก่อน”

“ประนีประนอมยังไงครับ” ซกพุง สงสัย

“ท่านพ่อ...เราจะรอช้าไม่ได้นะครับ”

“ให้ต๊อกชุนกับปาร์คอึย รวมพลเดี๋ยวนี้” ซอวอน กล่าว

ฮาจองรีบมาบอกท่านเซจองให้รู้ว่า ตอนนี้ต๊อกชุนกับปาร์คอึย พาลูกน้องไปรวมอยู่บ้านท่านซอวอน ยิ่งถ้าเขารู้ว่าเราให้พีทันไปติดต่อพ่อของเขา ไม่แน่อาจจะเล่นงานเราก่อน ก็ได้

“แล้วเมื่อไหร่ท่าน “จูจิน” จะมาถึง” เซจอง กล่าว

“ถึงจะเร่งยังไง ก็ต้องอีกวันหนึ่งน่ะครับ”

“หา...ตายล่ะ”

“ตอนนี้เราต้องช่วยตัวเองไว้ก่อน สั่งทหารมาเฝ้าไว้ รอจนกว่าพ่อของพีทันจะพา ทหารมาช่วยอีกที หึ...แต่ว่าท่านพ่อ ท่านซอวอน ยังมีทหารในเมืองหลวง ที่จะสู้กับเราได้ไม่ใช่หรือครับ หึ...” ฮาจอง กล่าว

“เขาคงรู้ว่า เวลานี้ไม่ควรเคลื่อนย้ายทหารส่งเดช ถ้าทหารออกมาเมื่อไหร่ ก็เท่ากับคิดกบฏเมื่อนั้น”

“ถึงงั้นก็ไว้ใจไม่ได้ล่ะ ไม่ได้การ ข้าต้อง ไประดมพลบ้างแล้ว”

“ตอนนี้ชุนชูเป็นไงบ้าง” เซจอง กล่าว

“เขา...กำลังหาอยู่ครับ แต่ไม่รู้ไปเก็บตัวที่ไหน ข้าจะให้คนไปหาอีก โอ๊ย...ยุ่งจริง เฮ่ย...”

ที่บ้านโพจองและซกพุงพาลูกน้องมาคุมตัวท่านเซจองเอาไว้ โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่ให้ความคุ้มครองเท่านั้น ด้านฮาจองเตรียมตัวสั่งลูกน้องให้รีบไปที่บ้าน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ทั่วทุกจุด แต่ยังไม่ทันไร บ่าวก็เข้ามารายงานว่าตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ ท่านเซจองถูกจับตัวไปแล้ว

“อย่าเพิ่งพูดเลย รีบไปช่วยท่านเซจองก่อนเถอะ” โฮแจ กล่าว

“เราต้องมีกำลังคนมากกว่านี้น่ะครับ”

“โอย...โพจอง ซกพุง ต๊อกชุน ปาร์ค อึย เจ้าพวกนี้....เดี๋ยวก่อน ซอวอนมาด้วยหรือเปล่า” ฮาจอง กล่าว

“เปล่าครับ ไม่เห็นท่านซอวอน”

“หึ...งั้นหรือ แสดงว่าเขาก็อยู่คนเดียวเหมือนกัน” ฮาจอง กล่าว

ท่านซอวอนอธิบายให้ฮาจองรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาเป็นฝ่ายที่ไม่เชื่อใจก่อน เรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะตอนนี้มีซิล ไม่อยู่ เราน่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่า

“งั้นหรือ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ด้วยการจับตัวพ่อข้าใช่ไหม” ฮาจอง กล่าว

“นั่นเป็นทางออกที่เราจำเป็นต้องเดิน หากไม่ทำแบบนี้ พวกเจ้าก็เตรียมตัวจะใช้ทหารมาปราบเราเหมือนกัน”

“เฮอะ...เฮ่อ ๆ ๆ เอะอะก็โทษคนอื่นไว้ก่อนนะ หือ...”

“ท่านฮาจอง เราต่างก็ถูกชุนชูหลอกเหมือนกันเข้าใจมั้ย” ซอวอน กล่าว

“เฮอะ...ท่านซอวอนดูจะด้อยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะ จะแต่งเรื่องก็ให้มันสมจริง หน่อยซี่ หือ...หลอกเด็กหรือไง หา...ฮึ... เฮ่อ ๆ ๆ เห็นข้าเป็นเด็กไปได้ ฮึ่ม...ตัวเองวางแผนก็รับมาตรง ๆ เถอะ”

“พวกเจ้าไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของเซจูบ้างหรือ”

“ทำไม แม่ข้าเปลี่ยนยังไง”

“คิดว่าสิ่งที่นางทำอยู่ตอนนี้ เพียงแค่ไปพักผ่อนหย่อนใจแล้วจะกลับมาเหมือนเดิม งั้นหรือ” ซอวอน พูดให้ฮาจองได้คิด

ยอจงรายงานให้คุณชายชุนชูรู้ว่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะเป็นไปตามที่เขาวางไว้ เพราะท่านเซจองกับท่านซอวอนกำลังจะห้ำหั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

“แล้วยังไง ทำไมท่านทำหน้าอย่างงั้นล่ะ ไม่เป็นอย่างที่คิดหรือไง” คุณชายชุนชู กล่าว

“ครับ แต่ว่า มันก็คิดลำบากน่ะนะ เพราะว่า...”

“เกี่ยวกับมีซิลใช่ไหม”

“ใช่ เพราะนางนิ่งเงียบเกินเหตุ” ยอจง กล่าว

“ถ้านางไม่เคลื่อนไหว ก็แปลว่าแอบสนับสนุนท่านซอวอนเงียบ ๆ รับรองว่าไม่มีเรื่องอื่นแน่”

“ใช่ ข้าก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน ตอนนี้ นอกจากที่องค์หญิงต๊อกมานประกาศตัวเป็นรัชทายาทแล้ว นอกจากคุณชายก็ไม่มีปัญหาอื่นอีก”

“หึ...ทุกคน...ต่างก็ประเมินค่ามีซิลสูงเกินไป”

“แต่ก็ไม่ควรประมาทนางเหมือนกัน” ยอจง กล่าว

“นางก็ไม่ต่างจากคนอื่น ที่หวังแต่จะแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ใส่ตัว ว่าแต่ ทำไมไม่เห็นพีดัมล่ะ ไม่อยู่ดูเรื่องสนุกของข้าหรือ หึ ๆ”

มีซิลยังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความฝันอันรันทดของนางให้พีดัมฟังต่อ

“ตอนนี้มาคิดดู เป็นอย่างงั้นจริง ๆ ความฝันโง่ ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นมเหสีแล้วไง ตำแหน่งนี้สำคัญนักหรือ ก็แค่เมียเอกของพระราชา มันจะมีความหมายอะไรนัก คนเราถ้าจะฝืนชะตา ลูกยังทิ้งได้เลย ทิ้งเขาไป เพื่อจะเป็นมเหสีอย่างที่ใจคิด”

“ถือว่าเป็นความใจเด็ด”

“งั้นหรือ”

“เรื่องนี้ ก็คือความฝันของท่านงั้นหรือ” พีดัม กล่าว

“ความฝัน...แต่ก็แสนรันทด”

“จะรันทดก็ดี ยิ่งใหญ่ก็ช่าง ความฝันกับความจริงก็ไม่ต่าง มันจะมี...ราคาที่ต้องจ่าย อยู่”

“เจ้ารู้จักปลอบใจข้า ขอบใจจริง ๆ... แล้วทำไมเจ้าถึงอยู่กับต๊อกมานได้ นิสัยเจ้าไม่เหมือนกับนางเลย” มีซิล กล่าว

“ข้าน่ะ เหมือนลูกนกตัวหนึ่ง”

“ลูกนกหรือ”

“ลูกนก...ที่ไม่ว่าใครมาให้ความอบอุ่นก่อน ข้าก็จะยอมตายเพื่อคนนั้น” พีดัม กล่าว

แทนัมโพจะรีบมารายงานให้มีซิล ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวังหลวง แต่ถูกชิซูห้ามเอาไว้ โดยบอกแต่เพียงว่าน้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้ อะไรจะเกิดก็ช่างเถอะ

มีซิลอดถามพีดัมไม่ได้ว่า เพื่อนคนแรกที่เขารู้จักในชีวิต ก็คือองค์หญิงต๊อกมานหรือ

“เจ้าชอบนางมากใช่ไหม” มีซิล กล่าว

“หึ...ใครจะกล้าคิดอย่างงั้น”

“แต่ว่า ฐานะไม่เอื้ออำนวย ข้าหมายถึงผู้ชายที่แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งจนยอมตายแทนนางได้ ไม่รู้เพราะอะไรข้ากลับรู้สึกอิจฉามากกว่า”

“แต่ว่า ที่ข้ารับใช้นาง ไม่ใช่เพราะความ รักอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง...ข้าจะได้บรรลุเป้าหมายด้วย...ชั่วชีวิตอาจารย์ข้า มีความหวังจะผนึกสามแคว้นเป็นหนึ่ง ใช้เวลาหลายปี เขียนหนังสือแผนที่ของสามแคว้นออกมา...แต่ข้าว่า เรื่องแบบนี้ท่านคงไม่สนใจอยากรู้นัก ไม่เหมือนกับองค์หญิง ที่สนใจเรื่องนี้มาก... องค์หญิงรับข้าไว้เพื่อจะให้ช่วยทำงาน ส่วนข้าอยู่กับนาง ไม่แน่อาจได้เป็นวีรบุรุษ...อ้อ... อาจารย์บอกว่าคนที่ทำงานใหญ่ได้สำเร็จ จะถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์...ความหวังของข้า พอจะถือว่ายิ่งใหญ่ได้ไหม...ผู้ชายที่มีเป้าหมายแบบนี้ น่าจะมีคุณค่าให้ผู้หญิงมาชอบได้บ้าง... เพราะฉะนั้น ถ้าบอกว่าฝันของท่านคือความรันทด นับแต่นี้ก็จงเลิกฝันซะดีกว่า” พีดัม ระบายความในใจออกมา

“เพราะอะไร”

“เพราะข้าคือข้า” พีดัม กล่าว

“เป็นไปไม่ได้หรอก”

“ทำไมถึงพูดอย่างงั้น”

“เพราะข้าคือข้า”

“แต่ท่านเป็นคนบอกเองว่า นั่นเป็นความฝันอันรันทดไม่ใช่หรือ”

“ข้าคิดอย่างงั้นจริง แต่ชั่วชีวิตข้า... มีซิลคนนี้ การยอมรับไม่ได้แปลว่ายอมพ่ายแพ้... ทุกอย่างเริ่มต้นได้เสมอ นี่แหละคือข้า...มีซิล” มีซิล กล่าว

ยองชุนและยิงทูลพระเจ้าจินพยองว่า ตอนนี้เหตุการณ์ข้างนอกไม่ค่อยปกตินัก คนของฝ่ายเซจองและซอวอนล้วนมีความเคลื่อนไหวที่น่าเป็นห่วง อีกทั้งท่านพีทันยังกลับไปหาพ่อที่บ้าน

“พีทันที่ว่านี่ จำได้ว่าคือลูกชายเจ้าเมือง “ซังจู” ที่ชื่อจูจินใช่หรือเปล่า” พระเจ้า จินพยอง กล่าว

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ”

“หึ...แย่จริง พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ต๊อกมานอยู่ไหนรู้มั้ย”

“องค์หญิงเสด็จไปหาท่านมีซิล เพราะมีเรื่องบางอย่างจะหารือเพคะ อีกหลายวันกว่าจะกลับมา” โซวา กล่าว

“อะไรนะ แม้แต่มีซิลก็ไม่อยู่ด้วยหรือ ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วเราจะป้องกัน...โอ๊ะ...” พระเจ้าจินพยอง ล้มลง

“ฝ่าบาท”

“ฝ่าบาทเพคะ ทรงเป็นไงบ้าง หึ...รีบตามหมอหลวงมาเร็ว”

“เพคะ”

“ไม่ต้อง ไม่ต้องตามหมอ เฮ่อ...ข้าไม่เป็นไรหรอก หึ...รู้อยู่ว่าข้าเป็นอะไร อย่าตื่น เต้นนักเลย ถ้าใครรู้เข้าจะยิ่งวุ่นวาย” พระเจ้า จินพยองห้ามไว้ ทั้งที่ยังหอบอยู่ตลอดเวลา

มีซิลดุชิซูที่เข้ามาขัดจังหวะการคุยกับพีดัม แต่เขาว่าเป็นเพราะองค์หญิงต๊อกมานเสด็จมา

“ท่านเซจู อยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว” ต๊อกมาน กล่าว

“หา....”

“ท่านทิ้งปัญหาที่ตัวเองเป็นคนก่อ จากนั้นก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทำให้ข้าวางตัวลำบาก”

“หึ...หม่อมฉันไม่เข้าใจที่รับสั่ง”

“กว่าจะถึงวันนี้ ข้าพยายามจะคิดเหมือนท่าน เจริญรอยตามท่านให้ใกล้เคียง ท่านยังไม่เข้าใจ อีกหรือ”

“แล้วยังไง” มีซิล กล่าว

“เพราะรู้ว่าท่าน...เป็นคู่ต่อสู้ที่ข้าจะประมาท ไม่ได้เลย...แต่แล้ว ทำไมจู่ ๆ ปล่อยให้ทุกอย่างคาราคาซังไปหมด”

“องค์หญิงทรงคิดเหมือนหม่อมฉัน จะเอาอย่างหม่อมฉันงั้นหรือ”

“ใช่”

“ถ้าอย่างงั้น สิ่งที่หม่อมฉันทำอยู่ตอนนี้ องค์หญิงก็น่าจะทรงทราบ”

“นี่แหละคือ....สิ่งที่ทำให้ข้าไม่สบายใจ” ต๊อกมาน กล่าว

“เมื่อก่อนจำได้ว่า องค์หญิงมักจะตั้งคำถามที่น่าขบคิดให้หม่อมฉันได้ตอบ งั้นวันนี้หม่อมฉันก็ขอรับฟังเหมือนเดิม”

“จู่ ๆ รู้สึกว่า ตัวเองด้อยลงใช่ไหม”

“ใช่”

“ถึงขนาด....คิดว่าไม่สามารถจะทนต่อไปได้”

“ใช่”

“ฉะนั้น เลยต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเองใหม่” ต๊อกมาน กล่าว

“ใช่”

“แสดงว่า...ยังจะเดินหน้าต่อไปอีกหรือ”

“หม่อมฉันอาจจะแพ้ หรือองค์หญิงอาจเป็นฝ่ายชนะในที่สุด แต่ว่า...โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่า ๆ โดยที่มนุษย์ไม่ทำอะไรเลย...ถ้าสิ่งที่องค์หญิงต้อง การ คือลาภยศสรรเสริญ หรือผู้คนนับหมื่นนับแสน หม่อมฉันก็อาจถวายคืนได้ แต่ว่า...สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ...คือตำนาน...เส้นทางของการสร้างตำนานนั้น จะ ไม่มีใครมาขวางหม่อมฉันหรือให้หม่อมฉันยุติได้” มีซิล กล่าว

“แต่สำหรับข้า สิ่งที่ได้มาอาจเสียไปในชั่วพริบตา เพราะยังไงข้าก็ตัวคนเดียวอยู่แล้ว ในขณะที่ท่าน ต่างจากข้ามากนัก”

“ใช่ เพราะอย่างงี้ หม่อมฉันถึงมาพักผ่อนที่นี่ เพื่อจะหา...กำลังใจในการเดินต่อไป เพื่อจะทุ่มเท ...ทั้งชีวิตและจิตวิญญาณให้มากขึ้นอีก...เพื่อจะเป็นผู้นำต่อไป” มีซิล กล่าว

หลังจากที่ต๊อกมานคุยกับมีซิลเรียบร้อยแล้ว คิมยูซินจึงรีบถามว่าได้คำตอบจากมีซิลหรือไม่

“นางเป็นคนที่...ทำอะไรแน่วแน่เสมอ”

“นางยังยืนยัน จะเดินทางเก่าอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ” พีดัม กล่าว

“ยังไงก็ช่าง เราต้องรีบกลับไปเมืองหลวงก่อน”

ชิซูรายงานมีซิลให้ทราบว่า ตอนนี้คุณชายชุนชูได้แต่งงานกับโพยางไปแล้ว มีซิลจึงสั่งให้เตรียมม้า เพื่อมุ่งหน้ากลับเมืองหลวงเดี๋ยวนี้

เมื่อองค์หญิงต๊อกมาน พีดัม และคิมยูซิน เดินทางมาถึงวังหลวง ไอชองก็รีบเข้ามารายงานความ วุ่นวายที่เกิดขึ้นให้ต๊อกมานฟัง

“ระหว่างที่องค์หญิงไม่อยู่ ท่านเซจองกับท่าน ซอวอนเกิดความขัดแย้งอย่างหนักพ่ะย่ะค่ะ”

“ขัดแย้งกันยังไง” ยูซิน กล่าว

“ต่างก็ส่งองครักษ์ไปจับตัวอีกฝ่ายไว้เหมือน พร้อมจะแตกหักทุกเมื่อ”

“แล้วชุนชูล่ะ”

“คุณชายชุนชูก็เตรียมองครักษ์ไว้ป้องกันตัว แต่ไม่ทราบที่อยู่แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ” ไอชอง กล่าว

“แล้วโพยางล่ะ”

“แม่นางโพยางอยู่แต่ในบ้าน แต่ไม่เห็นคุณชายชุนชู หม่อมฉันส่งคนไปหาทุกที่ แต่ก็หาไม่พบ พ่ะย่ะค่ะ”

“ถ้าอย่างงั้น ก็คงอยู่ที่นั่น” พีดัม กล่าว

“เจ้ารู้หรือ” ต๊อกมานสงสัย

องค์หญิงต๊อกมานมาที่บ้านขององค์ชายชุนชู เพื่อที่จะขอให้เขาวางมือ

“หึ...จะให้ข้าวางมืองั้นหรือ...ถ้ามีปัญญาจับข้าไว้ เหตุการณ์ก็จะพลิกผันทันที พร้อมกันนี้ ข้าอาจชื่นชมในความสามารถของน้าหญิงมากกว่าเดิมก็เป็นได้”

“ขอบใจมาก...แต่ก่อนอื่น ข้าจะมาขอโทษเจ้า...ที่เห็นเจ้าเป็นเด็กไม่รู้เดียงสา ไม่ทันมองว่าเจ้าก็มีสิทธิ มีความสามารถพอที่จะได้ครองบัลลังก์” ต๊อกมาน กล่าว

“หึ...”

“ที่สำคัญ ความเฉลียวฉลาดของเจ้า ข้า ก็ชื่นชมนัก...เทียบกับคนที่ตรงไปตรงมาอย่างข้า ดูเหมือนว่า เจ้าจะรู้จักใช้คนหลากหลาย และจับจุดอ่อนของคนได้มากกว่า” ต๊อกมาน กล่าว

ท่านซอวอนขอให้ท่านเซจองเชื่อเขาสักครั้ง ถ้าคิดว่าไว้ใจเขา ก็ขอให้เชื่อมั่นต่อมีซิล เพราะถ้าเป็นนางจะไม่แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้

“ใช่ ถ้าตอนนี้เป็นนาง อาจจะลอบสังหารข้าให้รู้แล้วรู้รอดซะ” เซจอง กล่าว

“ใช่ แม้ว่าข้าเองยังหวังในยศศักดิ์อยู่ แต่ คงไม่กล้าข้ามหน้าข้ามตา ไม่ปรึกษานางซักนิดก็จะ วางแผนทำเรื่องอย่างงั้นได้...เพราะฉะนั้น ขอให้เชื่อข้าซักครั้ง”

“ถึงอย่างงั้น เราก็เดินมาไกลเกินไปแล้ว ถึงขนาดจับตัวอีกฝ่าย แถมยังใช้อาวุธด้วย”

“งั้นข้าก็จะขอเชื่อท่านก่อน...โพจองวาง กระบี่ลงเดี๋ยวนี้...วางกระบี่ลงที่พื้นเร็วเข้า ส่วนคนอื่นก็วางอาวุธลง และไปรอคำสั่งอยู่ข้างนอก”

“พวกเจ้าวางอาวุธทุกคน และถอยไปด้วย” เซจอง กล่าว

“เอ่อ...”

องค์หญิงต๊อกมานอธิบายให้คุณชายชุนชูรู้ว่า ตอนนี้แผนของเขาล้มเหลวแล้ว เนื่องจากมองข้ามเรื่อง ๆ หนึ่งไป

“ข้าเชื่อว่าตัวเองมองทะลุปรุโปร่ง และ คาดการณ์ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น...ในวันที่องค์หญิงประกาศจะเป็นรัชทายาท คนที่จะต่อกรกับท่านได้ ไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นข้าคนเดียวเท่านั้น” คุณชายชุนชู กล่าว

“มีอีกคน...คือมีซิล”

“หึ...เรื่องนี้...เป็นไปไม่ได้แน่นอน ข้าไม่เชื่อ ท่านเอาอะไรมาพูดน่ะ”

“เราสองคน ต่างก็เหมือนเอาเชือกมารัดคอตัวเอง ข้าประกาศว่าจะครองแคว้นชิลลา ส่วนเจ้าก็ว่าการสืบสันตติวงศ์แบบเก่าล้าหลังไปแล้ว เราสองคน ทำให้มีซิล ตาสว่างขึ้น มังกรที่จำศีล ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้น ต่อไปเราต้องร่วมมือกัน ส่วนทางมีซิล ข้าจะรับมือนางเอง” ต๊อกมาน กล่าว

มีซิลบอกให้ฮาจองรู้ว่า นับแต่นี้ต่อไป นางจะออกโรงด้วยตัวเอง สร้างความตกใจให้ฮาจองยิ่งนัก





..............จบตอนที่ 42............



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น