วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 8



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 8
Cr. : Dailynews Online


ทันทีที่มีซิลได้เจอกับจุปังและโกโต ก็ถามหาโพจองทันที และขอให้พวกเขาพาไปหาโพจอง โกโตคุยโม้ว่าหากไม่ได้พวกเขาโพจองอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดีควรจะให้พวกเขาถือทอง เพื่อจะได้เดินเร็วขึ้น จุปังเห็นหน้ามีซิลแล้วเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเอง กลัวว่าหากนางได้พบโพจองเมื่อไหร่ พวกเขาจะถูกกำจัด จึงสั่งให้โกโตวิ่งหนีเข้าป่าทันที มีซิลสั่งให้องครักษ์ตามไป แล้วจับตัวมาให้ได้

ในตัวเมือง ยองชุนและแผ่กจองนั่งรอมีซิลอยู่ แต่เห็นว่าไปนานผิดสังเกต จึงเดาว่าคงหาโพจองไม่พบแน่

“ฝ่าบาท ความปราดเปรื่องขององค์หญิง เท่ากับเรามีกำลังมากขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ”

“หึ....ใช่ข้าพยายามจะหาช่องทางให้คิมซอยอนได้กลับเมืองหลวง ในที่สุดก็ได้สมหวังในวันนี้ เฮ่อ ๆ ๆ”

“หม่อมฉันก็ตั้งใจว่ากลับไปเที่ยวนี้ จะได้เดินทางพร้อมกับท่านคิมซอยอนและลูกชายพ่ะย่ะค่ะ หึ....”

“ฝ่าบาท ท่านเซจูมาขอเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

“เชิญเข้ามาได้”

ด้านโพจองเปิดเผยตัวเอง ก่อนที่จะสั่งให้ทหารที่ติดตามมาจับตัวต๊อกมานและชอนมยองเอาไว้ แต่ทั้ง 2 ก็สามารถหนีการจับตัวได้ ก่อนที่จะไปเจอกับจุปังและโกโตโดยบังเอิญ เมื่อตามตัวทั้งสองไม่ทัน มีซิลจึงพาโพจองกลับ พร้อมตามหมอมารักษา

“ถ้าแผลปริกว่านี้จะทำให้ประสานลำบาก ช่วงนี้คงต้องให้คุณชายนอนพักนิ่ง ๆ ก่อน”

“งั้นเจ้าก็อดทนหน่อย รู้หรือเปล่า” มี ซิล กล่าว

“หึ...เฮ่ย...ข้า...แทบไม่กล้ากลับมาสู้หน้า ท่านแม่อีกแล้ว...งานที่ท่านสั่ง ข้าไม่สามารถทำให้ลุล่วงได้ หึ...มุนโน...ไม่ได้อยู่ที่วัดนั้นน่ะครับ” โพจอง กล่าว

“ไม่เกี่ยวกับเจ้าหรอก อาจเพราะเขาหนีไปก่อนก็ได้”

“เป็นความผิดของเรามากกว่าที่ไม่ได้สืบข่าวให้แน่ชัด....แต่เจ้ายังรอดได้และกลับมาเฝ้าทันเวลา ถือว่าทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว....สองคนนั้นว่าไง”

“ข้าถามแล้วว่าพวกมันพักอยู่ไหน นอก จากส่งคนไปตามแล้ว ยังให้จับตาดูความเคลื่อนไหวด้วย”

“เฮ่ย....”



ต๊อกมานพยายามหาคำตอบจากจุปังว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จุปังว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรู้ และ ตอนนี้ควรรีบไปจากที่นี่ก่อน

“จะรีบไปไหน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครน่ะ”

“นางคือมีซิล รู้จักหรือเปล่า”

“ตั้งแต่เมื่อคืน เอาแต่เรียกมีซิล ๆ อยู่ได้ ผู้หญิงที่อยู่ในวังน่ะหรือ”

“ก็ใช่น่ะซี้”

“ท่านไปรู้จักคนสูงส่งอย่างงั้นได้ไง”

“นั่นเพราะ....เพราะว่านาง....ช่างเถอะ ๆ สรุปคือถ้าถูกจับได้ก็คือตาย ข้าต้องรีบเปิดก่อน พวกเจ้าจะหนีหรือไม่ก็แล้วแต่เถอะ ไม่อยู่แล้ว ....ยังไม่มาอีก....เร็วซี่ มาเร็ว....” จุปัง กล่าว

จากนั้นไม่นาน เหล่าองครักษ์ก็ตามมาถึง แต่หาจนทั่วบริเวณก็ไม่พบใคร

ในตัวเมือง ขณะที่มีขบวนเสด็จ จุปังสั่งให้ทุกคนรีบไปที่ท่าเรือ โดยสั่งให้เดินห่าง ๆ กันไว้ อย่าเกาะกลุ่ม เดี๋ยวจะเป็นที่ผิดสังเกต แต่แล้วทั้งจุปังและโกโต ก็ถูกทหารองครักษ์จับตัวไว้ เนื่องจากไปขวางขบวนเสด็จ

“ท่านอา เอ่อ....อุ๊ย....เอ่อ...พี่ชาย ช่วยหน่อยได้ไหม ทางโน้นมีคนใกล้จะตายแล้ว”

“เดี๋ยวจะมีขบวนเสด็จผ่าน หลีกไปน่า”

“เอ่อ....ได้โปรดเถอะ ช่วยข้าซักนิด ไปเร็วเข้า”

“บอกให้หลีกไงเล่า”

“ว้าย....โอ๊ะ....ทำไมต้องใช้กำลังด้วย เอ่อ....หา....เอ่อ....คุณชาย ๆ จำข้าได้ไหม ข้ามีเรื่องจะให้ช่วย โอ๊ย....”

“บังอาจนัก” ยูซิน กล่าว

“หมอนั่นนี่นา”

“จริงด้วย ยังมารนหาที่อีก”

“เจ้าหนุ่ม ขโมยป้ายทองของคุณชายเราไปใช่ไหม”

“หา....ป้ายทองอะไรอีกล่ะ ช่างเถอะ นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ มานี่เร็ว....โอ๊ย....”

“อย่ามายุ่งกับข้า เพราะเจ้าเป็นต้นเหตุ เกือบทำให้พวกเราเดือดร้อนด้วยซ้ำ”

“โธ่เอ๊ย....พูดอะไรก็ไม่รู้ ข้าแค่มาขอความช่วยเหลือ เร็วหน่อยได้ไหม”

“ยังจะพูดอีก”

“เอะอะอะไรกัน....เดี๋ยวจะมีขบวนเสด็จออกมา ทำไมถึงวุ่นวายนัก” ยองชุน กล่าว

หลังจากแผ่กจองลงพื้นที่ดูความเป็นอยู่ของราษฎร จนรู้ว่าที่อยู่แถบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านต้องเผชิญกับความอดอยากและทุกข์ยากจาก สงคราม ฉะนั้นถึงฤดูเก็บเกี่ยวปีหน้า จึงสั่งให้ละเว้นการเก็บส่วยให้หมด พร้อมสั่งให้คิมซอวอน ช่วยดูด้วยว่าชาวบ้านมีปัญหาเรื่องที่ทำกิน จนถูกบีบให้ต่อต้านทางการหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ช่วยจัดสรรที่ให้ใหม่ด้วย ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับเข้าวัง

ยองชุนเข้ามาทูลให้แผ่กจองทราบว่า มีคนที่บอกว่าเห็นเหตุการณ์สังหารที่วัดยูไล จะมาทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ เมื่อต๊อกมานเข้าเฝ้า แผ่กจอง นางจึงชี้ไปที่โพจอง และว่าเขาเป็นคนที่ปรากฏตัวที่วัดยูไล แต่โพจองปฏิเสธ และว่าเพิ่งจะเคยเห็นหน้าต๊อกมานที่นี่เป็นครั้งแรก

“เฮอะ....หึ....ข้าเป็นคนช่วยชีวิตท่านไว้นะ....ตอนนั้นท่านถูกธนูยิงแล้วข้าช่วยไว้ ป้อนยาตั้ง 3 วันกว่าจะรอดมา”

“ไม่เป็นความจริงซักนิด”

“หึ....แล้วทำไมต้องจับพ่อข้ากับพี่ชายไปทั้งสองคน หา....”

“เจ้าหนุ่มโอหัง รู้มั้ยอยู่ต่อหน้าใคร ยังจะพูดส่งเดชอีก....คำพูดของคนจรจัด เชื่อไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“นี่คืออะไร แหวนของท่านใช่ไหม ใช่หรือเปล่า....พูดสิ....ไม่ใช่แหวนของท่านหรอกหรือ พูดมาเร็ว ใช่แหวนของท่านหรือเปล่า ได้ยินว่าท่านรับปากพ่อข้า ถ้าพาคุณชายคนนั้นกลับมาได้ จะให้รางวัลเป็นทองคำตั้ง 30 ตำลึง แล้วทำไมจู่ ๆ จับพ่อข้ากับพี่ชายไปอีก....ปล่อยพ่อข้ากับพี่ชายออกมาเดี๋ยวนี้ ได้ยินหรือเปล่า เร็วด้วย”

มีซิลขู่ชอนมยอง ว่าหากนางยังไม่ไปจากที่นี่ ก็อาจจะพบกับโชคชะตาอันเลวร้าย แต่ชอนมยองไม่กลัว และว่า ที่นางไม่ไปเป็นเพราะต๊อกมาน พร้อมกับห้ามมีซิลทำอะไรเขาแม้แต่ปลายเล็บ

ในขณะที่จุปังและโกโตกำลังจะถูกลงทัณฑ์ ยิมจงเข้ามาช่วยไว้พอดี และว่าเป็นคำสั่งจากฝ่าบาทให้ปล่อยตัวเขาทั้งสอง พร้อมกับ พาจุปังและโกโตมาอยู่กับต๊อกมานเพื่อความปลอดภัย

“อีกไม่นานคงมีคำสั่งลงมา แต่ที่ให้อยู่นี่เพื่อความปลอดภัยก่อน”

“ผู้หญิงที่ชื่อมีซิลจะฆ่าท่านมุนโนใช่ไหม แล้วคนที่ข้าช่วยชีวิตไว้ เขาเป็นอะไรกับมีซิล หนุ่มคนนั้น เขาจะฆ่าท่านมุนโนเหมือนกัน” ต๊อกมาน กล่าว

“เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าพูดมากนัก”

“เดี๋ยวก่อนพี่ชาย....ท่านมุนโนตายแล้วหรือว่ายังมีชีวิตอยู่ ถ้าท่านรู้อะไร ช่วยบอกข้าซักนิดได้ไหม”

“คนอย่างท่านมุนโน ไม่มีทางตายง่าย ๆ หรอก”

การกลับมาของชอนมยองคราวนี้ ทำให้แผ่กจองเห็นว่า นางกล้าที่จะเผชิญกับอุปสรรคมากขึ้น อีกทั้งยังได้ต๊อกมานมาช่วยสานต่อด้วยความบังเอิญ แต่ชอนมยองว่า เป็นเพราะโอรสที่ประสูติจากท่านยองซูด้วย

“หา....เจ้า....ว่าไงนะ”

“ทรงอภัยด้วยเพคะ หม่อมฉัน....หลังจากสูญเสียน้องชายไปสามคน ทำให้ไม่อยากเสียลูกไปอีก”

“หึ....ไม่เป็นไร พ่อเข้าใจ เมื่อก่อนเป็นอย่างงั้นจริง ๆ เจ้าทำแบบนี้ก็ถูก นับแต่นี้ข้าก็จะเข้มแข็งเหมือนกัน ที่สำคัญเราต้องฟื้นฟูกำลังทหารที่กระจัดกระจายหลังการหายสาบสูญของมุนโน นั่นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะตอนนี้อำนาจทางทหารอยู่ในมือมีซิลคนเดียว แต่วิญญาณของยองซู รวมถึงชอนมยอง และหลานของข้าจะเป็นกำลังใจให้ เราจะต้องสู้กับพวกเขา พยายามสู้ให้ได้”

“หม่อมฉันขอถวายชีวิต มอบแด่ฝ่าบาทองค์เดียวพ่ะย่ะค่ะ” คิมซอวอน กล่าว

ส่วนฮาจองและมีซิลก็หัวเสียอย่างหนัก เพราะเท่ากับว่าตอนนี้พวกเขาแพ้ชอนมยองแล้ว ฮาจองเสนอให้จัดการซะแต่มีซิลค้าน และว่าตอนนี้พวกเราต้องอยู่เฉยเอาไว้ก่อน

ในการเดินทางครั้งนี้ ชอนมยองขอให้ ยูซิน มาเป็นองครักษ์ให้นาง ซึ่งยูซินไม่ปฏิเสธ แต่ขอร้องว่า ไม่อยากต้องเห็นชอนมยองต้องกรรแสงอีก

“ใช่ ข้าจะไม่ร้องไห้ง่าย ๆ อีก.... เพราะหลักการทำงานของเจ้าเตือนสติข้าไว้”

“เอ่อ....หม่อมฉันละอายนัก”

“เจ้าบอกว่าเราต้องทำงานอย่างตั้งใจ ถ้าเรามุ่งมั่นจะสามารถเปลี่ยนโลกนี้ก็ยังได้.... เพราะข้าเชื่อคำพูดของเจ้า ศรัทธาต่ออุดมการณ์ ที่เจ้ายึดมั่น ถึงจะพาเจ้าไปเมืองหลวงด้วยกัน”

“องค์หญิงทรงวางพระทัย หม่อมฉันจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด”

“อีกอย่าง ข้ามีเรื่องจะไหว้วาน”

ต๊อกมานเล่าให้จุปังฟังว่านางเห็นกับตาว่ามีซิลส่งคนไปฆ่าท่านมุนโน และตอนนี้ มีซิลก็ยังรู้ด้วยว่าต๊อกมานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อีกทั้งยังได้บอกกับมีซิลไปแล้วด้วยว่า จุปังกับโกโตเป็นพ่อและพี่ชายของนาง จุปังจึงว่าคราวนี้ต้องตายแน่ ๆ ตอนนั้นเอง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาเชิญให้เขาทั้งสามคนออกไปจากห้อง แต่ยูซินไปเจอเข้าซะก่อน พร้อมทั้งสั่งให้ปล่อยตัวพวกเขาทั้งหมด และยังถามด้วยว่าใครคือต๊อกมาน เมื่อต๊อกมานแสดงตัว ยูซิน จึงขอให้นางมาเป็นองครักษ์ในสังกัดของเขาตั้งแต่วันนี้ อีกหน่อยหากต๊อกมานเก่งขึ้น และยอมเชื่อฟังเขาดี ๆ ก็จะพาไปเมืองหลวงด้วยกัน ส่วนจุปังและโกโต จะไปไหนก็ไป

“ล้อเล่น ข้างนอกมีแต่คนจะฆ่าเราคอยจ้องจะเสียบอยู่เรื่อย จิ้ม ๆ ๆ” จุปัง กล่าว

“ใช่ ๆ”

“องค์หญิงรับสั่งว่าต่อไปคงไม่มีปัญหาอีก เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงมาก”

“เรื่องแบบนี้ใครจะกล้ารับรอง เวลาคนจะมาฆ่าเรา คงไม่ประกาศก่อนหรอกว่าจะลงมือน่ะ” จุปัง กล่าว

“ใช่”

“คุณชาย ๆ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ช่วยเราด้วยได้ไหม ขอร้องล่ะ”

“นั่นสิ ได้โปรดเถอะ”

“พาเราไปด้วยนะ อ้อ....ต๊อกมานจ๋า ต๊อกมาน ใจคอจะทิ้งเราได้ลงหรือ หา....ไหนว่าข้าเป็นพ่อเจ้าไง เป็นพ่อ แล้วจะทิ้งพ่อได้หรือ”

“ส่วนข้าก็เป็นพี่เจ้า พี่ชายนอกไส้น่ะ ฮือ ๆ ๆ” โกโต กล่าว

“ช่วยหน่อยเถอะนะ ต๊อกมาน ๆ”

“แล้วผู้หญิงที่ชื่อมีซิล ไปเมืองหลวงด้วยหรือเปล่า”

ชอนมยองสั่งให้หน่วยยองวาของยูซิน ขึ้นตรงกับเมืองหลวง ด้านมานมยอง แม่ของยูซิน ก็แสดงความวิตกเมื่อรู้ว่ายูซินต้องไปเมืองหลวง จึงถามคิมซอวอนว่า บอกให้ยูซินเตรียมตัวแล้วหรือยัง แต่คิมซอวอนว่ายัง เพราะเห็นว่าเขาเป็นเด็กฉลาด ไม่น่าจะมีปัญหา

องครักษ์ส่วนหนึ่งนำโดยโพจองไม่เห็นด้วยที่ยูซินจะรับต๊อกมาน โกโต และจุปังเข้ามาเป็นองครักษ์วังหลวง พร้อมขอประลองฝีมือ หากพวกเขาสามารถเอาชนะได้ ก็จะยอมรับเขาทั้งสามเข้ามาเป็นองครักษ์ ยูซินก็ไม่ปฏิเสธ แต่ท้ายที่สุด ทั้งสามก็สู้ฝีมือของโพจองกับ เหล่าองครักษ์ไม่ได้ ทั้งยังถูกฉีกธงไปครึ่งหนึ่ง พร้อมกับท้าให้มาประลองฝีมือกันได้ทุกเมื่อถ้าต้องการธงอีกครึ่งผืนคืน เหล่าองครักษ์พากันหัวเราะชอบใจ พร้อมแสดงความเห็นว่าครั้ง นี้องค์หญิงคงใช้คนผิดแล้ว

พวกยูซินพากันบ่น เพราะแพ้เค้าอยู่เรื่อย โกโต ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ที่นี่ได้อีกหรือเปล่า แต่จุปังว่า หากไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ไหน

“ข้ายังหลงนึกว่าหน่วยยองวาจะเก่งซะอีก เอาเข้าจริงมันก็งั้น ๆ นี่....เจ้าคิดว่าพวกเราจะทำอะไรได้บ้าง สงสัยจะได้แค่ตามก้นคนอื่นล่ะมั้ง ฮึ่ม....” จุปัง กล่าว

“เฮ่ย....”

“นี่แหละคือการเป็นทหาร เปลือกนอกอาจดูโก้หรูน่าเกรงขาม แต่จริง ๆ ต้องผ่านการเคี่ยวกรำและต่อสู้อย่างหนักเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง....และสุดท้ายคนที่อยู่อย่างมั่นคง ถึงคู่ควรเป็นองครักษ์ที่ดี....นี่คือสิ่งที่องค์หญิงทรงประสงค์จะให้พวกเจ้าเรียนรู้ไว้ แต่ว่า สิ่งที่องค์หญิงทรงทำเพื่อพวกเจ้าได้ ก็มีเพียงแค่นี้ ตอนนี้ธงครึ่งผืนถูกคนอื่นเอาไปแล้ว ใครก็ไม่อาจช่วยได้อีก” คิมซอวอน กล่าว

ชอนมยองนำชุนชู ลูกของนางมาพบแผ่กจอง เมื่อมีซิลรู้เข้า ก็อารมณ์เสีย ซอวอนจึงบอกให้รู้ว่า ที่แล้วมาเด็กคนนี้อยู่กับองค์หญิงในวัดมาตลอด

“ที่แท้....ตอนนั้นนางไม่ได้หนีไปหรอกหรือ....แต่เพื่อจะคลอดลูก นางทำเพื่อปกป้องลูกเลยแกล้งออกจากวัง เพื่อไม่ให้ใครรู้...จากนั้นก็แอบตามหามุนโน หรือแม้แต่วางแผน ให้คิมซอยอนกลับมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญ... ฮ่า ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ” มีซิล กล่าว

“พี่ใหญ่ขำอะไรนัก ท่าทางน่ากลัวเชียว”

“ฮ่า ๆ ๆ”

“ฮูหยิน เจ้าเป็นไรไป” เซจอง กล่าว

“ท่านไม่รู้สึกว่านางเหมือนข้าตอนยังเด็กหรือ”

“อะไรนะ องค์หญิงทรงเหมือน....ท่านแม่น่ะหรือ”

“สมัยที่ข้ายังเด็กเคยถูกพระพันปีขับออกจากวังครั้งหนึ่ง”

“ตั้งหลายปีแล้ว ยังไปคิดถึงเรื่องนี้อีกทำไม” เซจอง กล่าว

“ตอนนั้นข้าบอกตัวเองว่า ถ้าได้กลับวังหลวงอีกครั้ง ข้าจะไม่เป็นมีซิลที่อ่อนแอเหมือนเดิมอีก สุดท้ายข้าก็ทำได้ ถึงวันนี้ เลยทำให้ข้านึกออก ตอนนี้องค์หญิงชอนมยองช่างเหมือนข้าในสมัยก่อน หลังจากสูญเสียสวามี อุ้มท้องออกจากวังไปอยู่เงียบ ๆ....ตอนนั้นนางคงบอกตัวเองว่า ถ้าได้กลับมาอีกครั้ง นางจะไม่ใช่ชอนมยองคนเดิม....ฮ่า ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ”

“เอ่อ....ท่านแม่ ถ้าเป็นอย่างท่านว่า มันก็ไม่น่าขำหรอกนะ จริงหรือเปล่า”

“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่าน นางต้องทนทุกข์ทรมาน เก็บความเจ็บแค้นไว้ในใจ ขณะเดียวกันก็วางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย....นี่คือความท้าทายสำหรับข้า ความท้าทายที่มาจากองค์หญิง เฮ่อ ๆ ๆ”

ซอวอนรายงานให้โพจองทราบว่าตอนนี้ที่หน่วยยองวา มีเพียงยูซินเท่านั้นที่พอมีพื้นฐาน นอกนั้นยังคงต้องฝึกกันอีกมาก มีซิลจึงสั่งให้ซอวอนไปตามสืบประวัติของต๊อกมานมาให้ได้

ยูซินเข้ามาตามหาต๊อกมานในห้อง เมื่อไม่เห็นนางจึงถามกับคนแถวนั้น แต่พวกเขาว่าหลังจากซ้อมกลับมา ก็ไม่เห็นต๊อกมานแล้ว ไม่รู้นางไปไหน แม้แต่จุปังกับโกโตเอง ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

ซอวอนเล่าให้มีซิลฟังว่า จุปังกับโกโตเป็นพวก 18 มงกุฎ ส่วนเด็กที่ชื่อต๊อกมานไม่ใช่ลูกของจุปัง แต่ก็ตามไปถึงวัดยูไลกับองค์หญิงด้วย ฮาจองจึงเล่าว่า ชาวบ้านแถวนั้นเคยบอกว่า เห็นองค์หญิงอยู่กับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ก็น่าจะเป็นต๊อกมานนี่แหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับองค์หญิง มีซิลว่าไปถามเดี๋ยวก็รู้เอง

ต๊อกมานหายตัวไป เพื่อออกมาตามหาตำหนักของมีซิล ระหว่างทางเจอกับทหารคนหนึ่ง จึงถูกจับตัวไปพบกับชิซู

“15 ปีเต็ม ๆ เพื่อจะตามหาพวกเจ้าสองคน ข้าใช้เวลาถึง 15 ปี ตอนนี้ได้พบแล้ว ตามข้ากลับไปเคนิมซะดี ๆ กลับไปเคนิมกับข้าซะ...ใหม่ ๆ ก็หาอยู่ 2-3 ปี นานเข้าเริ่มรู้สึกว่าจากบ้านไปไกล เลยกลายเป็นคนเร่ร่อนรับจ้างทำงานไปเรื่อย ทั้งที่จริง ข้าน่าจะกลับบ้านเกิดไปซะ แล้วรับโทษจากท่านเซจูถึงเป็นการไถ่บาป”

“ท่านเซจู หา...หรือว่า...จะเป็นมีซิล เอ่อ...อึ้ม...อึ้ม ๆๆ...ปล่อยข้านะ ปล่อยซี่ หึ... โอ๊ย...จะทำอะไรข้า พาข้ามาที่ไหนน่ะ” ต๊อกมาน พยายามขัดขืน แต่ก็ถูกนำตัวไปพบกับมีซิลจนได้

“เจ้าไปที่วัดยูไลทำไม” มีซิล กล่าว



“เอ่อ...คือ...ข้า...ข้าอยากรู้ว่าท่านมุนโนอยู่ไหน แล้วท่านรู้หรือเปล่า ว่าท่านมุนโนอยู่ไหน...ข้าได้ยินว่าเขาเก็บตัวอยู่วัดยูไล แต่ว่า...จู่ ๆ เกิดการเข่นฆ่า หลังจากนั้นก็หาไม่พบอีก”

“เจ้าจะหาเขาเรื่องอะไร...เพราะอะไร”

“ข้าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องบอกท่าน”

“หึ ๆ”

“แต่ว่า ยังไงข้าก็อยากพบท่านมุนโนซักครั้ง ท่านช่วยบอกหน่อยได้ไหม”

“องค์หญิงรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” มีซิล กล่าว

“หือ...องค์...องค์หญิงอะไรของท่าน...ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดเรื่องอะไร เพราะข้าไม่ใช่ชาวเคนิม และไม่รู้จักใครที่นี่ซักคน...บอกหน่อยได้ไหมว่าท่านมุนโนอยู่ไหน”

“เจ้าอยู่หน่วยยองวาใช่ไหม”

“เอ่อ...ใช่มั้ง ใคร ๆ ก็ว่าอย่างงั้น”

“ถ้าอย่างงั้น รอจนกว่าหน่วยยองวาเอาชนะหน่วยของโพจองได้ซะก่อน ค่อยมาถามข้าละกัน ถึงตอนนั้นข้าจะบอกเจ้า”

“แล้วข้า...จะเชื่อท่านได้ยังไง”

“นี่เป็นคำสัญญาจากข้า”

“หลีกไป อย่ามายุ่ง ถอยไปห่าง ๆ นะ” ยองชุน เข้ามาที่ตำหนักของมีซิล

“ทุกคนหยุดก่อน...วันนี้ท่านยองชุนนึกยังไงมาถึงนี่ได้”

“เด็กคนนี้ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”

“ถ้างั้น ข้าจะพาเขาไปได้ไหม”

“ทำไมจะไม่ได้”



ยองชุนถามต๊อกมานว่าท่านเซจูพูดอะไรกับนางบ้าง แต่ต๊อกมานว่าไม่มีอะไร แล้วถามเขาว่ารู้จักผู้ชายที่ชื่อชิซูมั้ย ด้านฮาจอง และเซจอง ก็หงุดหงิด เพราะไม่รู้ว่ามีซิลไปสัญญากับยองชุนเพื่ออะไร

“รู้มั้ยว่าสัญญาของข้าจะหมายถึงอะไรบ้าง”

“ความหมายของท่านแม่คือหน่วย “ยีวา” ของข้า ห้ามแพ้หน่วยยองวาเป็นอันขาดถูกมั้ยครับ”

“นี่ไม่ใช่ปัญหาระหว่างองครักษ์เท่านั้น เจ้าต้องจำไว้ด้วย”

“ครับ”

“หึ...”

“คำพูดของเด็กนั่นเขาไม่ได้โกหกข้าหรอก... แต่ว่าที่น่าแปลกคือแววตาเขาไม่เหมือนคนอื่น” มีซิล กล่าว

ยองชุนเล่าให้ต๊อกมานฟังว่า ชิซูคืออดีตองครักษ์ และเป็นคนสนิทของมีซิล

“ประมาณซัก 15 ปีก่อน ได้ยินว่าเขาเสียชีวิตระหว่างที่ไปทำงานให้มีซิลอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะหาศพไม่เจอ แต่ตอนนั้นข้าก็เป็นองครักษ์อยู่ มีซิล จึงตั้งป้ายบูชาให้เขาเป็นการให้เกียรติ”

“แล้วตอนนั้น เขาไปทำงานอะไรหรือครับ”

“เรื่องนี้ข้าไม่รู้...ว่าแต่เจ้ายังเด็กไปรู้จักชิซูได้ไงน่ะ”

“เอ่อ...เปล่าครับ ไม่มีอะไร ข้าเพียงแต่... บังเอิญได้ยินชื่อนี้เข้า”

“ต่อไปไม่ว่าจะได้ยิน...หรือเห็นอะไร เมื่อมาเป็นองครักษ์ ก็ต้องระวังกิริยาวาจาให้ดี”

“ครับ” ต๊อกมานรับปาก พร้อมทั้งคิดว่า ที่นี่จะทำให้นางได้รู้ความจริงว่าทำไมแม่ของเขาต้องถูกตามล่า และรู้ด้วยว่าแท้จริงแล้วนางเป็นใครกันแน่

จุปังและโกโตเห็นต๊อกมานกลับมาแล้วก็ดีใจ ต๊อกมานโกหกว่าเมื่อคืนปวดฉี่เลยออกไป ชิ้งฉ่อง แต่เดิน ๆ ไปดันหลงทาง ยูซินจึงสั่งว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าจะไปไหน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ต้องห้ามออกไปโดยไม่บอกกล่าว

“หึ...เอานี่ไปผูกไว้...ต่อไปไม่ว่าจะเป็นเวลา ฝึกซ้อม กินข้าวหรือว่าเข้านอน เจ้าต้องผูกมันไว้ กับตัว ที่สำคัญถ้ากล้าไปข้างนอกโดยพลการหรือ ขัดคำสั่งอีก ข้าจะเพิ่มถุงทรายให้มากขึ้นเรื่อย ๆ” ยูซิน ส่งถุงทรายให้ต๊อกมาน

“หึ...”

“ถ้ากล้าทิ้งไปเพราะคิดว่าหนัก ถึงวันนั้น เจ้าก็ไม่ต้องมาอยู่ในหน่วยยองวาของข้าอีก”

“หึ...หึ...ไม่ต้องสั่งให้มากหรอก ข้าไม่ไปไหนอีกแล้ว”

แล้วทั้งจุปัง โกโต และต๊อกมานก็ได้รับการฝึกฝนอย่างหนักจากองครักษ์ ซึ่งหากใครวิ่งกลับมาเป็นคนสุดท้ายก็จะต้องถูกเพิ่มถุงทราย ที่ขา ต๊อกมานวิ่งกลับมาเป็นคนสุดท้ายเสมอ แต่นางก็ไม่ยอมแพ้ จนวันนึงนางก็สามารถทำได้

“ฮ่า...หึ...ดูสิ คราวนี้ข้าไม่ใช่คนสุดท้ายแล้ว เห็นหรือเปล่า เฮ่อ ๆ”




..............จบตอนที่ 8............

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 7



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 7
Cr. : Dailynews Online


“ถ้ายังไม่มีเบาะแสขององค์หญิงอีก หรือทรงประสบเหตุร้ายไม่คาดฝัน....อย่างน้อย ที่สุด ท่านควรแสดงความรับผิดชอบบ้างไม่ ใช่หรือ”

ฮาจองแอบสะใจที่ทำให้คิมซอยอนโกรธได้ ส่วนมีซิลก็ขอให้ซอวอน หาใครซักคนที่เป็นฝ่ายเรา และเหมาะกับตำแหน่งเจ้าเมืองมารอไว้ เพราะมานโนเป็นเมืองชายแดนที่สำคัญ ไม่ควรให้คิมซอยอนปกครองนานเกินไป



“ขออภัย ให้ฮาจองออกไปก่อนได้ไหม ข้ามีเรื่องจะรายงาน”

“หา....อะไรนะ ออกไป? ข้าน่ะหรือ”

“ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านเซจู” ซอวอน กล่าว

“ท่านแม่”

“เจ้าออกไปก่อน” มีซิล กล่าว ฮาจองจึงต้องเดินออกไปรอข้างนอก ด้วยท่าทีไม่พอใจนัก

“โพจองล่ะ เจ้าไม่ห่วงความปลอดภัยของเขาบ้างหรือ”

“ท่านเคยเห็นแม่คนไหนมั้ยที่ไม่ห่วงลูกน่ะ....เพียงแต่ไม่สามารถไปตามหาโจ่งแจ้งได้ แต่ก็สั่งให้ “ซกพุง” ไปหาเขาเงียบ ๆ แล้ว”

ยูซินช่วยชอนมยองเอาไว้ เมื่อนางรู้สึกตัว ก็ขอให้เขาแก้เชือก และช่วยพาเข้าไปหาเจ้าเมืองมานโนที่ชื่อคิมซอยอนที ยูซินรับปากว่าจะพาไป แต่ขอฝึกวิชาให้เสร็จก่อน



“เจ้าจะบ้าหรือไง นับเกือบถึงหมื่นแล้วยังเริ่มใหม่อีก”

“ครั้งสุดท้ายที่จะฟันลงไป จู่ ๆ ข้ารู้สึกไม่มั่นใจ”

“โลกนี้ใครจะโง่เหมือนเจ้า ไม่มีใครรู้หรอกว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจ แค่ฟันครบหมื่นครั้งก็พอแล้วนี่”

“คนอื่นรู้ไม่รู้ไม่สำคัญ แต่ข้ารู้แก่ใจตัวเองดี”

“นี่คือวิธีสอนลูกน้อง,จะให้พวกเขาดูเป็นแบบอย่างใช่ไหม....ข้าดูลักษณะของเจ้า เห็นจะไม่ค่อยฉลาดแถมฝีมือก็ไม่ได้เก่งมากมาย แม้จะพอมีอิทธิพลในที่กันดารแบบนี้ แต่ฐานะคงไม่เอื้อ อยากจะเอาอย่างทหารในเมืองหลวงแต่ความสามารถไม่ถึงก็เลยจนใจ....แต่ว่า ถ้าจะเป็นผู้นำทหารจริงก็ต้องแสดงฝีมือให้เห็นบ้าง เลยใช้วิธีดันทุรัง หลับหูหลับตาฝึกไปเรื่อย เป็นอย่างงั้นใช่ไหม....หึ....ข้าพูดถูกส่ะสิ อยากฝึกทหารให้เก่ง แต่มีปัญญาอันน้อยนิดเลยคิดได้แต่วิธีโง่ ๆ แบบนี้”

“หึ....ข้าไม่เคยมองคนในแง่ร้าย เพียงแต่ว่า....ทำงานด้วยความตั้งใจจริง ข้าจะทำให้มันดีขึ้น....ข้าเชื่อว่าขอเพียงตั้งใจ อย่างน้อยต้องมีอะไรเปลี่ยนในทางที่ดี และถ้าข้าทำได้ ทุก อย่างก็จะเปลี่ยนตามด้วย....นี่คือหลักการ ที่ข้าเชื่อมาตลอด....หึ....1....2....3....4....” ยูซิน กล่าว

ต๊อกมานเห็นว่าอาการของโพจองแย่ลง จึงไปตามหมอมารักษา แต่หมอไม่ยอม เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว และไม่ได้ค่าตอบแทนด้วย ต๊อกมานจึงรีบไปหาจุปัง เพื่อทวงป้ายทองคืน แต่จุปังไม่ให้ ทำให้ต๊อกมานเสียใจ จุปังจึงอาสาที่จะไปช่วยโพจองแทน ต๊อกมานไม่เชื่อนักว่าจุปังจะรักษาโพจองได้ แต่จุปังว่า สมัยที่เขาบวช เขามีชื่อว่าหมอฮูโต๋

“อย่ามาคุยหน่อยเลย ถ้าท่านคือฮูโต๋ ข้าคงเป็นขงเบ้งแล้วมั้ง”

“เขาถูกธนูอาบยาพิษยิงเข้าเลยแย่หน่อย แต่ข้าถอนพิษให้หมดแล้ว เดี๋ยวก็คงดีขึ้นหึ.....”

“ถ้าไม่ได้ลูกพี่ ป่านนี้คงเท่งทึงไปแล้ว รู้หรือเปล่า” โกโต กล่าว

“ฮึ....ชิ...”

“เป็นไงล่ะ ทำงานให้เจ้าเสร็จแล้วใช่ไหม”

“โธ่เอ๊ย....ช่วยคนแค่นี้ทำเป็นคุย” ต๊อกมาน กล่าว

“แต่ก็จ่ายค่าป้ายทองให้เจ้าแล้วนะ”

“ใช่”

“ใช่ ไปล่ะ”

“ยาที่ให้ต้มเป็นยาแพง ต้องต้มดี ๆ ล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนรู้มั้ย....โอ๊ะ....ข้าไปล่ะ” โกโต กล่าว

แล้วโกโตกับจุปัง ก็พากันกลับ แต่ไม่วายที่จะหยิบแหวนของต๊อกมานไปด้วย ระหว่างทางทั้งสองได้ยินชายแปลกหน้าพูดถึงการตามหาองค์หญิง แล้วจะได้เงิน ทำให้ทั้งสองถึงกับตาโต ก่อนจะเดินตามไป

ยิมจงประกาศให้ทุกคนรู้ว่าใครที่จะเป็นอาสาสมัครตามหาองค์หญิง จะมีเงินให้หนึ่งตำลึง ด้วยความที่อยากได้เงิน โกโตจึงถามความเห็นจุปัง ว่าจะเข้าร่วมการค้นหาองค์หญิงหรือไม่ แต่ จุปังปฏิเสธ แล้วหยิบแหวนของต๊อกมานที่หยิบติดมือมาให้โกโตดูและว่า น้อยครั้งที่จะเห็นแหวนประเภทนี้ หากนำไปขายคงได้เงินเป็นกอบเป็นกำแน่ แล้วเดินนำโกโตไปเพื่อนำแหวนไปขาย

เมื่อโกโตและจุปังเดินมาได้สักพัก มีการประกาศตามหาองค์ชาย องครักษ์เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า เขาหายสาบสูญในละแวกวัดยูไล อายุประมาณ 15 ปี ใส่ชุดสีดำล้วน ร่างสูงประมาณ 6 เชียะ คิ้วหนา สายตาแหลมคม และอาจได้รับบาดเจ็บ ที่สำคัญหากใครตามเจอ จะได้รับเงินรางวัลถึง 30 ตำลึง จุปังได้ยินค่าตอบแทน ถึงกับเปลี่ยนใจ ชวนโกโตออกตามหา โกโตยังนึกไม่ออกว่าจะไปตามหาที่ไหน แต่จุปังว่า เขาพอจะรู้แล้วว่าจะไปตามหาที่ไหน

แผ่กจองร้อนใจ ทำไมป่านนี้ยังไม่มีวี่แววของชอนมยองอีก แต่ยองชุนว่า ได้กระจายกำลัง ออกตามหาทุกพื้นที่แล้ว แต่มีซิลว่า ไม่อยาก ให้ซอวอนมาวุ่นวายเรื่องนี้ พร้อมสั่งให้ฮาจอง จัดกองกำลังใหม่ออกตามหาองค์หญิง ตั้งแต่เขา “ซางซาน” ไปจนถึงเขา “แทฮัง” ทั้งหมด

ยูซินยังไม่ยอมปล่อยตัวชอนมยองไป ระหว่างทางที่ทั้งสองเห็นชาวบ้านมุงดูประกาศจากมหาดเล็ก เกี่ยวกับการหายตัวไปขององค์หญิง

“องค์หญิงมาหายสาบสูญที่นี่ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ป่านนี้ท่านพ่อคงจะห่วงแย่แล้ว”

“ส่วนสูง 5 เชียะครึ่ง รูปร่างผอมบาง หายตอนอยู่ริมน้ำซางซาน ขณะหายไปนั้น.... สวมชุดนักบวชหญิง...” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

“นักบวชหรือ....เอ๊ะ....ตกลงยังไงแน่....”

“เจ้าคงไม่ใช่....” ยูซิน หันไปมองที่ชอนมยอง

“อะไร?”

“คงไม่ใช่....องค์หญิงหรอกนะ”

“เฮอะ....ใช่มั้ง....เชอะ...”

ยูซินปล่อยตัวชอนมยอง ทำให้นางได้กลับเข้าวัง แล้วพบกับแผ่กจองอีกครั้ง

“ฮือ....ฮือ ๆ ๆ หม่อมฉันไม่ได้เฝ้าเสด็จพ่อมาเป็นปี กลับทำให้ทรงเป็นห่วง ต้องขออภัยด้วยเพคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกลูก”

“องค์หญิงทรงปลอดภัยก็ดีแล้ว แสดงว่าสวรรค์คุ้มครองนะเพคะ”

“นั่นสิพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันขอยินดีด้วย” ซอวอน กล่าว

“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ทุกคนแห่กันมานี่เพื่อจะหาเจ้าคนเดียว”

ด้านยูซินถูกจับขังคุก ข้อหาที่จับตัวองค์หญิงไว้ ระหว่างนั้น แผ่กจองและชอนมยองเข้ามาถามว่าเขาเป็นทหารหน่วยไหน และชื่ออะไร

“เอ่อ....หม่อมฉันเป็นหลานผู้ว่าคนแรกของเมือง “ซินจู” ท่าน “คิมบูลัก” ที่สมัย ก่อนเคยออกศึกที่เมือง “กวานซาน” และเอาชนะพระราชาแห่งแคว้นแพ่กเจได้”

“ถ้าอย่างงั้น ก็เป็นลูกชายท่านซอยอนน่ะสิ”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เขาเป็นลูกหม่อมฉันเอง” คิมซอยอน กล่าว

“อ้อ....หึ ๆ แล้วเจ้าชื่ออะไร”

“หม่อมฉันเป็นหัวหน้าทหารหน่วย “ยองวา” .....ชื่อคิม....ยูซินพ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นหรือ คิมยูซิน....มาใกล้ ๆ ข้าซิ.... บอกให้เดินมาใกล้ ๆ ข้าต้องขอขอบใจเจ้า เจ้าทำดีมาก”

“เอ่อ....หา....”

“ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากเขา หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไงบ้าง เขาเป็นผู้มีพระคุณ เพคะ” ชอนมยอง กล่าว

“หึ....ที่สำคัญ ยังเป็นลูกของน้องสาวข้า องค์หญิง “มานมยอง” กับท่านซอยอนอีกต่างหาก เฮ่อ ๆ ๆ ช่างน่ายินดีซะจริง ๆ บอกมาซิ อยากได้รางวัลอะไรบ้าง”

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่คู่ควรรับรางวัลพ่ะย่ะค่ะ....หม่อมฉันโง่เขลาที่ไม่อาจแยกแยะฐานะขององค์หญิง” ยูซิน กล่าว

“แม้ไม่รู้ว่าหม่อมฉันเป็นใคร เขายังปกป้องเต็มที่โดยไม่รังเกียจเพคะ”

“หึ ๆ ๆ ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ใจกล้าจริง ๆ....ลูกชายท่านได้สร้างผลงานชิ้นใหญ่ให้แก่บ้านเมือง”

“มิได้พ่ะย่ะค่ะ”

“แต่ว่าฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องจะทูลขอเพคะ”

“เรื่องอะไร”

“ขนาดเขาอายุยังน้อย ยังตั้งใจฝึกวิชาเพื่อเตรียมรับศึกหนักซึ่งจะมีในอนาคต หม่อมฉันกลับไปเก็บตัวในวัด เพียงเพราะสวามีเสียชีวิต จึงรู้สึกละอายนัก....ต่อไป หม่อมฉันจะไม่หนีความจริงอีกแล้ว....หม่อมฉันจะกลับไปเมืองหลวง รับหน้าที่เป็นหัวหน้าองครักษ์อีกครั้ง”

“จริงหรือ เจ้ายอมกลับไปแน่นะ”

“เพคะ ที่สำคัญ หม่อมฉันอยากได้คิมยูซินมาร่วมงานด้วย ฝ่าบาททรงอนุญาตให้เขาไปเมืองหลวงกับเรา....จะได้ไหมเพคะ”

มีซิลไม่เห็นด้วยที่จะให้ครอบครัวคิมซอยอนย้ายไปด้วยกัน เนื่องจากเขาเคยทำผิดจารีตของแคว้น โดยการพาองค์หญิงมานมยองหนี ไปแล้วแต่งงานกันเอง และตั้งแต่นั้นพระพันปีจึงมีรับสั่งไม่ให้พวกเขาเข้าสู่เมืองหลวงแม้แต่ก้าวเดียว แต่ชอนมยองว่า นางจะรับผิดชอบเอง

“เรื่องนี้เห็นจะไม่ได้....องค์หญิงปลอด ภัยก็ดีแล้ว แถมยังคิดกลับวังอีก หม่อมฉันเห็นว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ว่า จะให้ครอบครัวคิมซอยอนย้ายไปด้วยกัน เห็นจะไม่เหมาะนัก”

“หม่อมฉันเป็นเซจูยิ่งสมควรจะคัดค้านต่างหาก ถ้าคิมซอยอนรู้จักปราบพวกแข็งข้อก่อนที่เรื่องจะบานปลาย เหตุการณ์ที่วัดยูไลก็คงไม่เกิดขึ้น”

“เหตุร้ายที่วัดยูไลไม่เกี่ยวกับชาวบ้านซักนิด”

“ฮาจองนำทหารไปปราบจนชาวบ้านหนีเข้าวัด เป็นเหตุให้เกิดการเข่นฆ่าอย่างหนัก.... แล้วจะบอกว่าไม่เกี่ยวได้ยังไง”

“ไม่ใช่อย่างงั้น”

“องค์หญิงทรงทราบเรื่องนี้ได้ยังไง”

“เพราะว่า....ตอนนั้นข้าอยู่กับพวกชาวบ้านด้วย”

“นี่แปลว่า พวกเขาบังอาจจับองค์หญิงไปด้วยหรือ”

“เปล่า เอ่อ....ข้าไม่ได้ถูกจับ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าข้าเป็นองค์หญิง”

“งั้นหรือ ทำไมองค์หญิงทรงเชื่ออย่างงั้นล่ะ”

“สรุปก็คือ พวกเขาเป็นแค่ชาวบ้าน.... ที่ทนลำบากกับสงครามและความอดอยากไม่ไหวเท่านั้น”

“ใช่ ปกติผู้ก่อการร้ายก็เริ่มต้นจากชาวบ้านอยู่แล้ว และชาวบ้านพวกนี้ มักจะมีข้ออ้างต่าง ๆ สารพัด เดี๋ยวก็ไม่มีปัญญาจ่ายส่วย เดี๋ยวก็หลบหนี พกอาวุธ เป็นศัตรูกับทางการ พวกนี้ถือว่าก่อการร้ายทั้งนั้น....แถมตอนนี้ยังกล้าเหิมเกริมจับองค์หญิงอีก เมื่อถูกสังหารที่วัดยูไล จึงถือว่าสมควรรับกรรม....”

“ไม่ใช่อย่างงั้น เหตุการณ์ที่วัดยูไลไม่เกี่ยวกับพวกเขา”

“ถ้าอย่างงั้น เป็นฝีมือพวกไหน”

ชอนมยองถามหาโพจอง เพราะตั้งแต่นางกลับมายังไม่เห็นเขาเลย มีซิลแก้ตัวว่าโพจองท่องเที่ยวไปเรื่อย แต่ชอนมยองว่านางเห็น เขาที่วัดยูไลตอนเกิดเรื่อง แต่มีซิลแก้ต่างให้ ชอนมยองจึงสั่งให้มีซิล ตามตัวโพจองมาพบ ภายใน 1 วัน เพื่อไขข้อข้องใจ

มีซิลรีบมาสั่งให้ฮาจองตามตัวโพจอง กลับมาให้ทัน ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน เพราะตอนนี้ชอนมยองประกาศเป็นศัตรูกับเราแล้ว

จุปังและโกโตกลับมาที่บ้านของต๊อกมาน เพื่อตามหาองค์ชาย ซึ่งชายที่จุปังสงสัยว่าจะเป็นองค์ชายคือ โพจอง ซึ่งตอนนี้กำลังไม่สบาย โดยมีต๊อกมานคอยดูแลอยู่ พร้อมกับยื่นข้อเสนอเป็นส่วนแบ่งให้ต๊อกมาน หากมอบตัวโพจองให้พวกเขา แต่ต๊อกมานว่าเขาไม่อยากได้ และพร้อมที่จะยกเงินทั้งหมดให้ เพียงแต่อยากรู้ว่าใครเป็นคนบงการตามหาองค์ชาย พร้อมให้ทั้งสองคนช่วยนางทำอะไรบางอย่าง

จุปังและโกโตมาบอกให้องครักษ์รู้ว่าตอนนี้พวกเขาตามหาตัวองค์ชายเจอแล้ว องครักษ์จึงพาทั้งสองคนไปพบซอวอน

“เขาอยู่ไหนแน่ พูดมาเร็ว”

“ที่จริงแล้ว เราช่วยเขาก็ไม่ได้หวังเงินหรอกนะ เพียงแต่มีความจำเป็นบางอย่างก็เลย...จะต้อง...”

“ไม่ต้องห่วง บอกมาเร็วว่าเขาอยู่ไหน”

“คือว่า....อย่างน้อย....น่าจะให้เราเห็นเงินก่อน แล้วค่อย....นัดเรื่องเวลาอีกทีน่ะนะ”

“ใช่ เงิน...มันก็....สำคัญ...ให้เราดูก่อนได้ไหม แหะ....” โกโตและจุปังตาโตทันทีที่เห็นเงิน 30 ตำลึง

“ทีนี้จะบอกได้หรือยัง ว่าเขาอยู่ไหน”

ชอนมยองทูลให้แผ่กจองรู้ว่าโพจองน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่วัดยูไล

“แน่ใจหรือว่าเป็นโพจองน่ะ”

“ทีแรกก็ไม่มั่นใจหรอกเพคะ”

“แล้วทำไม....”

“แต่พอเห็นท่าทีของมีซิล หม่อมฉันก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น....ต่อให้ได้พบโพจองจริง หม่อมฉันก็ยืนยันไม่ได้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข่นฆ่าในวัด แต่ว่าพอบอกให้โพจองมาพบ นางกลับหน้าเสียทันที....ปกตินางเป็นคนสุขุม มีปัญหาก็ไม่เคยตกใจ”

“หึ....ถึงกับให้ลูกชายไปทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ พอถูกทำร้ายเข้าจริง ๆ นางเลยเป็นห่วงมาก”

“เพคะ”

“ยิมจงบอก ว่า เขาตามไปช่วยองค์หญิง เห็นชายปิดหน้าคนหนึ่งจึงยิงธนูใส่....คนที่ถูกยิงอาจเป็นโพจองก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” ยองชุน กล่าว

“รับรองว่า พรุ่งนี้โพจองไม่มีทางปรากฏตัวแน่”

“ชอนมยอง”

“เสด็จพ่อ”

“เจ้าเชื่อว่าตัวเองพร้อมจะต่อกรกับมีซิล ได้หรือ....ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง ทำไมต้องดั้นด้นไปหามุนโนให้พบ”

“จะทำได้หรือไม่หม่อมฉันก็ไม่รู้ แต่ อย่างน้อยก็ได้เริ่มต้นทำอะไรบ้าง”

“แต่นางคือมีซิลนะ อย่าให้เหมือนยองซูล่ะ”

“ทราบแล้วเพคะ หึ....แต่อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน....หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่า จะต่อกรกับมีซิล ได้ซักแค่ไหน....ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ไม่แน่อาจมีคนที่เป็นศัตรูกับนาง มาช่วยอีกแรงก็ได้....หรือหากไม่ได้อีก อาจมีซักวันหนึ่ง ที่นางเกิดโชคร้ายขึ้นมา ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้” ชอนมยองกล่าว และขอให้คน ๆ นั้นยังอยู่ด้วยเถอะ

ต๊อกมานนัดให้จุปังและโกโต มาพบกันคืนนี้ยามสาม พร้อมกับนัดคนที่อยากจะเจอโพจองมาด้วย แต่เมื่อถึงเวลา มีซิลมาถึงแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของต๊อกมานและโพจองเลย




..............จบตอนที่ 7............

[Photo] องค์หญิงชอนมยองและคิมยูชิน / Princess Chun-myung & Kim Yu-shin



บทความเกี่ยวกับละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"

สัมภาษณ์ผู้เขียนบทละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติของ "ซังแดดึง พีดาม" หรือ "บิดัม" ในเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
พระสนมมิชิลบรรเลงดนตรีจาก "พิณแก้วน้ำ" - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
The reason to love and fear Mishil : Queen Seon Duk (선덕여왕)
[Article] พีดาม : โศกนาฎกรรมของ "องค์ชายฮยองจง หรือ พีดาม" ในละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติ “กุกซอนมุนโน” - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน
[Article] History's Kim Yu-shin / ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมยูชิน"
ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมอัลชอน" หรือ "ซังแดดึง-อัลชอน"
Wind Flowers(바람꽃)- Ye Song(예송) : เพลงประกอบละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
[Article] ซอนด็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (Queen Seon Duk) เรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์
History's Queen Seon Duk of Silla / ราชินีซอนด็อก แห่งอาณาจักรชิลลา
4 ขุนศึกคู่บัลลังก์ ในละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 1 :คิมยูชินและพีดาม
Nang-cheon Festival (Hwarang Festival) : Queen Seon Deok / "นังชอน" หรือ เทศกาลการเฉลิมฉลองของ "ฮวารัง"





[Photo] องค์หญิงชอนมยองและองค์หญิงด็อกมาน / Princess Chun-Myung & Princess Deok-Man



บทความเกี่ยวกับละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"

สัมภาษณ์ผู้เขียนบทละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติของ "ซังแดดึง พีดาม" หรือ "บิดัม" ในเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
พระสนมมิชิลบรรเลงดนตรีจาก "พิณแก้วน้ำ" - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
The reason to love and fear Mishil : Queen Seon Duk (선덕여왕)
[Article] พีดาม : โศกนาฎกรรมของ "องค์ชายฮยองจง หรือ พีดาม" ในละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติ “กุกซอนมุนโน” - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน
[Article] History's Kim Yu-shin / ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมยูชิน"
ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมอัลชอน" หรือ "ซังแดดึง-อัลชอน"
Wind Flowers(바람꽃)- Ye Song(예송) : เพลงประกอบละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
[Article] ซอนด็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (Queen Seon Duk) เรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์
History's Queen Seon Duk of Silla / ราชินีซอนด็อก แห่งอาณาจักรชิลลา
4 ขุนศึกคู่บัลลังก์ ในละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 1 :คิมยูชินและพีดาม
Nang-cheon Festival (Hwarang Festival) : Queen Seon Deok / "นังชอน" หรือ เทศกาลการเฉลิมฉลองของ "ฮวารัง"










[Article] History's King Taejong Muyeol or "Kim Chun Chu (김춘추)" / ชีวประวัติของ "องค์ชาย คิมชุนชู" หรือ "พระเจ้าแทจงมูยูล มหาราชแห่งอาณาจักรชิลลา"



King Taejong Muyeol / 태종 무열왕 (602 – 661)

King Taejong Muyeol / 태종 무열왕 (602 – 661, Birth name: Kim Chunchu / 김춘추), was the 29th monarch of the southern Korean kingdom of Silla(Sinra) and ruled from 654 to 661. He is credited for leading the unification of the Three Kingdoms of Korea. He was a childhood friend of Kim Yusin, who eventually became his brother-in-law after his marrying the latter's sister.

King Taejong Muyeol was born with "sacred blood." He was born with the rank of seonggol. His father, Kim Yongsu, was the son of Silla's 25th ruler, King Jinji. When King Jinji was overthrown, all royalty from his line were deemed unfit to rule over the kingdom. This fate was brought down upon Kim Yongchoon. However, as he was one of the few remaining seonggols, and married a princess (Princess Chunmyung) who was a seonggol as well, their child, Kim Chunchu, became seonggol. Kim Yongsu was a powerful figure in the government. However, he lost all of his power to Kim Baekban, the brother of the king. In order to survive, he had to become a jingol, the rank that was right below seonggol. Therefore, he lost his chance of becoming the king, and so did his child, Kim Choonchu. However, when all the seonggols were dead, somebody with the royal blood in the jinggol rank had to succeed the throne. The people in the government wanted Kim Alcheon (a.k.a. So Alcheon), who was then Sangdaedeung(highest post of government) of Silla to succeed the throne. His father was a seonggol, who married a jingol wife so that his son would not be a seonggol and suffer from the fight for the throne. However, Kim Yusin supported Kim Chunchu, and Kim Alcheon refused the throne and supported Kim Chunchu. As a result, Kim Chunchu succeeded the throne.

He was well acquainted with the Emperor Gaozong of the Tang Dynasty, for he and the Emperor were friends before the Emperor became an Emperor. King Muyeol was a great support to the Emperor, and the Emperor returned the support to King Muyeol. He constantly pleaded with the Tang for reinforcements to destroy Baekje, to which the Tang finally acquiesced in 660, sending 130,000 troops under General Su Dingfang. Meanwhile, Kim Yusin set out from Silla with 50,000 soldiers and fought the bloodly battle of Hwangsanbeol leaving Baekje devastated and unprotected. King Uija of Baekje finally surrendered, leaving only Goguryeo to face Silla as an adversary on the Korean peninsula.

In June of the following year King Muyeol died, leaving his son Kim Beopmin to assume the throne as King Munmu.









ดูทีวีออนไลน์ : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (ซับภาษาไทย) ตอนที่ 27




สำหรับท่านที่รอดูละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ทางช่อง 3 กำลังออกอากาศ...คลิปที่ท่านได้ชมอยู่ในขณะนี้นำมาจาก คุณ...manasnina...จาก youtube และ mthai.. ขอขอบคุณท่านเจ้าของคลิปมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ..

Roytavan & TWSSG TEAM

บทความเกี่ยวกับละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"

สัมภาษณ์ผู้เขียนบทละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติของ "ซังแดดึง พีดาม" หรือ "บิดัม" ในเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
พระสนมมิชิลบรรเลงดนตรีจาก "พิณแก้วน้ำ" - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
The reason to love and fear Mishil : Queen Seon Duk (선덕여왕)
[Article] "Mugunghwa Country" or "Silla" / National Flower of Korea – Mugunghwa
Talk about "Queen Seon Duk" by...Roytavan...
[Article] พีดาม : โศกนาฎกรรมของ "องค์ชายฮยองจง หรือ พีดาม" ในละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติ “กุกซอนมุนโน” - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน
[Article] History's Kim Yu-shin / ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมยูชิน"
ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมอัลชอน" หรือ "ซังแดดึง-อัลชอน"
Wind Flowers(바람꽃)- Ye Song(예송) : เพลงประกอบละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
[Article] ซอนด็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (Queen Seon Duk) เรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์
History's Queen Seon Duk of Silla / ราชินีซอนด็อก แห่งอาณาจักรชิลลา
4 ขุนศึกคู่บัลลังก์ ในละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 1 :คิมยูชินและพีดาม
Nang-cheon Festival (Hwarang Festival) / "นังชอน" หรือ เทศกาลการเฉลิมฉลองของ "ฮวารัง"




Queen Seon duk Ep.27/1 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/1 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.27/2 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/2 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.27/3 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/3 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.27/4 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/4 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.27/5 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/5 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.27/6 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/6 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.27/7 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 27/7 (ซับภาษาไทย)