วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 61



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 61
Cr. : Dailynews Online


พีดัมหลงกลยอจง ที่บีบให้เขาร่วมทำสงครามกับต๊อกมาน ส่งผลให้พีดัมต้องกลายเป็นหัวหน้ากบฏไปโดยปริยาย

“ที่แท้ฝ่าบาท....คิดจะฆ่าเจ้าหรือ นี่แปล ว่าฝ่าบาท ฮ่า ๆ ๆ เป็นไงล่ะ หือ....นี่แหละคือผลที่ออกมา เจ้ายอมหักหลังทุกคนเพื่อเห็นแก่ความรักอันยิ่งใหญ่ สุดท้ายมันก็แค่นี้ เห็นมั้ย ฮ่า ๆ ๆ โอ๊ย....”

“คนสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้าซะก่อน หึ....”

“เอาซี่ เชิญฆ่าข้าเลย เฮ่อ ๆ ๆ จะฆ่าก็เชิญเลย นึกว่าข้าตายแล้ว ปัญหาจะจบได้งั้นหรือ หึ....ต่อให้ไม่มีข้า แล้วเจ้า....จะทำยังไงต่อ หึ ๆ เจ้า....ไม่แน่ว่า....อาจถูกทอดทิ้งอีกครั้ง.... ฝ่าบาท....ได้ทรงทิ้งเจ้าไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่สาย ถ้าอยากได้ฝ่าบาทก็ต้องยึดครองชิลลาไว้ เราเตรียมการให้เจ้าหมดแล้ว แต่แรกมาเจ้าก็อยากเป็นพระราชาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” ยอจง กล่าว

เมื่อมีเซ็งไม่เห็นพีดัมกลับมากับยอจงด้วยก็โวยวาย แต่ยอจงว่า ยังไงเขาก็ต้องตามกลับมาแน่ และในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังกระวนกระวาย พีดัมก็กลับมาจริง ๆ

ทหารมารายงานให้ไอชองรู้ว่า หลายวันนี้ไม่เห็นทหารที่ชื่อ “ฮึกซาน” มาเข้าเวร อีกอย่าง พักก่อนเขาดูแปลกๆ ชอบทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ ด้วย

พีดัมบอกให้ทุกคนรู้ว่า พวกเราจะไม่หนี และจะไม่เคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น

“สมัยก่อนตอนชิซูก่อการ สาเหตุที่ทำให้ท่านเซจูพ่ายแพ้ก็คือ....นั่นเพราะว่า....นางทิ้งเมืองหลวงไปอยู่เมืองแทยาซอง
แทน....ใครที่ทิ้งเมืองหลวงจะถูกมองว่าเป็นกบฏ....ความชอบธรรมในการครองราชย์จะต้องอยู่ในวังหลวงเท่านั้น”

“งั้น.... แล้ว....ถ้าอย่างงั้น....”

“เราจะกลับไปยึดเมืองหลวง บีบให้ฝ่าบาทสละราชสมบัติ....แล้วข้า....จะเป็นพระราชาแทน” พีดัม กล่าว

“พวกเราทุกคน....ยินดีทำตามคำสั่ง ของท่าน”

“เราจะขอติดตามท่านพีดัม”

“อึม....อีกไม่นาน ฟ้าก็จะสว่างอีกครั้ง.... ก่อนที่จะฟ้าสาง เราจะมุ่งตรงไปยังเมืองหลวงทันที”

“หา....นี่มัน....หมายความว่า เราจะบุกตำหนักที่ประทับของฝ่าบาทงั้นหรือ” มีเซ็ง กล่าว

“ใช่”

“แต่กองกำลังที่รับปากว่าจะช่วย ยัง มาไม่ถึงเลย”

“ด้วยกำลังที่เรามีอยู่ตอนนี้ ยังไม่มั่นใจว่าจะชนะทหารที่อยู่ในเมืองหลวงได้หรือเปล่านะ” ยอจงเริ่มหวั่น แต่พีดัมกลับไม่สะทกสะท้าน

เวลานั้น ต๊อกมานนึกถึงพีดัมขึ้นมา จึงได้ร่างจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง

“นี่คือสิ่งที่....ข้าจะสั่งเป็นครั้งสุดท้าย ในฐานะราชินีที่ยังอยู่บนบัลลังก์แห่งชิลลา จบจากงานนี้แล้ว....ข้าจะสละบัลลังก์ ให้ชุนชูขึ้นแทน แล้วจะไปอยู่เมือง “ชูวาคุง” ตอนนี้ ให้ไปหาที่เงียบสงบเพื่อจะสร้างอารามเล็ก ๆ แล้วเราไปพบกันที่นั่น อาจจะเหลือเวลาไม่มากนัก ข้าก็อยากใช้ชีวิตอยู่กับเจ้า”

คิมซอยอนเดาว่าพีดัม และยอจงน่าจะไปซ่อนตัวอยู่แถว “ยุนโพ” แน่ ซึ่งยองชุนเห็นด้วย เพราะที่นั่นมีสาขาของหน่วยตรวจการณ์ตั้งอยู่

“เพราะฉะนั้น ถ้าพวกเขาจะก่อการ ก็น่าจะเริ่มต้นจากจุดนี้ ตอนนี้ เราต้องวางกำลังจากยุนโพจนถึงเมืองหลวงทุกเส้นทางให้เข้มงวด เพื่อเป็นการสกัดกั้นไม่ให้พวกกบฏมาถึงเมืองหลวงได้”

“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยกุกซอนครับ ท่านแม่ทัพ เราเห็นมีกลุ่มทหารเคลื่อนไหวอยู่แถว “กึมอูซาน” จำนวนน่าจะอยู่ที่ 2 พันน่ะครับ”

“ถ้ามาจากกึมอูซานตรงมาเรื่อย ๆ ก็จะเป็นเขา “แทต๊ก” ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองหลวง” คิมยูซิน กล่าว

“เขาแทต๊กหรือ”

“ข้าน้อยแทพุงมีเรื่องรายงานครับ.... สายรายงานว่าเห็นกองกำลังของท่านจูจิน ผ่านมาทางเนิน “ชิลกุก” ครับ”

“อะไรนะ จากเขาแทต๊กมาทางตะวันออก บวกกับทหารจากเนินชิลกุก”

“เขาแทต๊ก เนินชิลกุก....หา....แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เป้าหมายของพวกเขา”

“เอ่อ....ก็คือเมืองหลวง”

“ใช่ ที่ที่ฝ่าบาทประทับอยู่ พวกเขากำลังจะตรงมาที่นี่”

“ถ้าผ่านเขาแทต๊กและชิลกุกมาได้ อาจ หนีไม่พ้นการปะทะในเมืองหลวง และจะมีราษฎรมากมายที่ต้องรับเคราะห์ เราจะส่งทหารหนึ่งพันคนไปสกัดที่ทางเข้าเมืองหลวง....คือ ที่นี่ เขาซานโต และเขา “ต๊อกซาน” สองจุดนี้ แม่ทัพใหญ่” ต๊อกมาน กล่าว

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ไปตั้งด่านสกัดที่เขาต๊อกซาน อย่าให้พวกกบฏเข้ามาได้”

“แม่ทัพใหญ่ยูซิน น้อมรับพระบัญชาฝ่าบาท”

ทั้งนี้ ต๊อกมานยังกำชับทุกคนด้วยว่า อย่าให้เกิดการปะทะในเขตเมืองหลวงอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

ด้านพีดัม สั่งให้ท่านจูจินและท่านโฮแจ พาทหารของเราไปยังทุ่งกว้าง “ยอโต” เพื่อเตรียมรับมือกองกำลังของคิมยูซิน ถ้าจำเป็นก็ต้องปะทะ แต่ถ้ามีคำสั่งบอกให้ถอยก็ต้องถอยทันที

“ทหารของพีทันก็พร้อมแล้วใช่ไหม”

“ใช่ กำลังรอคำสั่งอยู่ จะให้ติดต่อเลยมั้ย”

“ไม่ต้อง ให้รอเดี๋ยวก่อน”

ยางกิดเข้ามารายงานให้คิมซอยอนทราบว่า ตอนนี้กองทัพของท่านยูซินกำลังถูก จู่โจมหลายด้าน ตอนแรกก็สู้กับกองทัพของท่านโฮแจ แต่ไม่ทันไร ก็มีทหารของท่านจูจิน และโพจองโผล่มาจากด้านหลัง

“ตกลงพวกเขาจะยึดยอโต หรือว่าต้อง การจะยึดเมืองหลวงกันแน่”

“ตอนนี้ ทหารของท่านยูซินต้องรับศึกหลายด้านน่ะครับ”

“ถัดจากยอโตก็ถึงเมืองหลวงแล้ว ส่งกองกำลังที่ “นานซาน” และทหารที่ “โมวาซาน” ไปยอโตให้หมด เพื่อจะช่วยยูซินอีกแรง” คิมซอยอน สั่ง

ยอจงรายงานให้พีดัมทราบว่า มีข่าวว่าทหารจากนานซานและโมวาซาน กำลังจะเคลื่อน พลมาทางนี้ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดเอาไว้

“งั้นก็ดี ไปบอกพีทันเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขา ...เตรียมตัวรับมือได้แล้ว เดี๋ยวก่อน”

“ครับ”

“ออกคำสั่งให้ท่านจูจิน ท่านโฮแจและท่านโพจอง...ให้ถอนกำลังกลับมาก่อน”

“ถอนกำลัง? เราจะไม่ตียอโตแล้วตรงเข้าเมืองหลวงหรือไง”

“เมืองหลวงหรือ แน่นอนว่า...ไม่ใช่เมือง หลวง”

การถอนกำลังทหารของฝ่ายพีดัม ทำให้ต๊อกมานแปลกใจ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า เป้าหมายของพีดัมไม่ได้อยู่ที่นานซานอย่างที่เข้าใจ แต่ อยู่ที่เมืองเมียงวาต่างหาก

“หมายความว่าพวกเขาจะไปตีเมือง “เมียงวา หรือ”

“เมืองหลวงของเรา มีจุดยุทธศาสตร์สำคัญอยู่สองแห่ง” ต๊อกมาน ค่อย ๆ เล่าให้ ชุนชูฟัง

“เป้าหมายแต่แรกของพวกเขา ไม่ใช่ ศูนย์กลางของเมืองหลวงคือเขต “วาซอง” แต่เป็นเมืองเมียงวาต่างหาก พวกเขาแกล้งทำเป็นตียอโต ให้เราส่งทหารจากนานซานไปช่วยเสริม จากนั้นก็ใช้กำลังบางส่วนเข้ายึดเมืองเมียงวาอย่าง ง่ายดาย”

“สมัยก่อนที่มีซิลก่อกบฏ มีข้อผิดพลาดก็คือจุดนี้” ต๊อกมาน กล่าว

“ใช่ ข้อผิดพลาดในอดีตคือทิ้งเมืองหลวง พวกเขาได้เรียนรู้และไม่ยอมเจริญรอยตาม”

“หึ...จากเมืองเมียงวาจะเข้าถึงเมืองหลวง ระยะทางไม่ถึง 50 ลี้ด้วยซ้ำ”

“ใช่ สำหรับคนที่ขี่ม้า ไม่เกินหนึ่งมื้อข้าว ก็มาถึงแล้ว”

“ไม่นึกว่าจะมีศัตรูมาอยู่ใกล้เราขนาดนี้ หึ...” ยองชุน กล่าว

“ขอทรงอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกเขา...ช่างกล้า...ทำให้เมืองหลวงกลายเป็นสมรภูมิ เป็นการวางแผนที่อุกอาจที่สุด” ต๊อกมานเจ็บใจ โดยที่ยังไม่รู้ว่าคนที่วางแผนนี้คือพีดัม

ฮาจองอดสะใจไม่ได้ เพราะหากดูจากประวัติ 700 ปีของชิลลา หรือแม้แต่แคว้นอื่นแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่มีกองกำลังมหาศาลมาจ่อแค่ปลายจมูก

“ใช่ โดยเฉพาะจากที่นี่ไปเมืองหลวง ก็ห่างแค่ 50 ลี้เท่านั้น”

“เพราะฉะนั้น อย่ามานิ่งนอนใจคุมเชิงให้ เสียเวลาอีกเลย ท่านพีดัม ขั้นต่อไปเราจะทำไงดี”

“ท่านคิดว่าข้าจะทำไงต่อ” พีดัม ย้อนถาม พรรคพวก

“ก่อนอื่น คงต้องป่าวประกาศให้ผู้คนรู้มั้ง”

“ป่าวประกาศหรือ ประกาศเรื่องอะไรไม่ทราบ”

“นี่เป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงเกิดความตึงเครียดขนาดนี้ ที่แล้วมาทั้งท่านยูซิน ท่านพีดัม หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ต่างก็ภักดีต่อฝ่าบาท แม้นางจะเป็นผู้หญิงก็ยังมีอำนาจ เหนือกว่าพระราชาองค์อื่น แต่ว่า ถ้าเรื่องนี้เปิดเผยเมื่อไหร่ จะทำให้เหล่าขุนนางและชาวบ้าน เริ่มสงสัยในความสามารถของฝ่าบาทและอำนาจที่นางมีอยู่ และจะตั้งข้อสงสัยในใจว่า...ผู้หญิงเหมาะที่จะครอง เมืองแน่หรือเปล่า”
มีเซ็ง กล่าว

“ใช่แล้ว นับแต่นี้เราจะทำลายความศรัทธา ที่มีต่อพระนางซอนต๊อก ทำให้ผู้คนเริ่มหวั่นไหว เกิดเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน ตรงข้ามกับคนที่เมืองหลวง จะหาทางแก้ปัญหาให้เร็ว เพราะไม่อยากถูกบั่นทอนกำลัง” พีดัม สนับสนุน

คุณชายชุนชูเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือพีดัมและพรรคพวก แต่ต๊อกมานไม่อยากฟัง อย่างไรก็ตาม ในใจของต๊อกมาน ก็เชื่อว่าเป็นฝีมือของพีดัม แต่ก็หวังไม่ให้เป็นความจริงตามที่คิด

ขณะนี้พีดัมกำลังได้เปรียบฝั่งของต๊อกมาน เนื่องจากมีขุนนางมาเข้าพวกถึง 7 ใน 10 คน

“ใช่แล้ว เสนาบดีพีดัม จะเรียกขุนนางทั้งหลายให้ประชุมในวันพรุ่งนี้ การประชุมในวันนี้ เพื่อหารือในประเด็นถอดถอนพระนางซอนต๊อก พระนางซอนต๊อกนอกจากไม่สามารถปกป้องดินแดนที่พระเจ้าจินฮึงทรงเป็นผู้บุกเบิก ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังปล่อยให้โกคูรยอและแพ่กเจมารุกราน จน เกือบเสียเมืองแทยาซองไป เนื่องจากนางเป็นสตรี เพศจึงถูกทูตต้าถังลบหลู่ อันทำให้เสื่อมเสียเกียรติ และภาพลักษณ์ของบ้านเมืองยิ่งนัก นอกจากนี้ยัง มีคำทำนายของพระเจ้าอายูวัง บ่งบอกถึงพระนางได้สูญสิ้นบารมี สมควรให้พระราชาองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์แทนภายใต้บัญชาแห่งสวรรค์ ด้วยเหตุ ผลสามประการนี้ จึงขอเสนอให้ที่ประชุมขุนนาง พิจารณาถอดถอนพระนางซะ ต่อไปห้ามก้าวก่ายราชกิจทั้งปวง จงสละบัลลังก์แต่โดยดี เพื่อเห็นแก่ส่วนรวม และเป็นทางเดียว ที่จะช่วยให้บ้านเมืองพ้นวิกฤติคราวนี้ โดยความเห็นชอบของสภา ขุนนาง และเสนาบดีพีดัม” พีดัม ประกาศ

จุปังนำจดหมายของต๊อกมานไปให้พีดัมที่เมืองชูวาคุง แต่คนเฝ้าบ้านบอกว่าพีดัมไม่ได้มาที่นี่ จุปังจึงเดินกลับเข้าไปในเมือง เห็นป้าย ประกาศเขียนเรื่องถอดถอนต๊อกมานออกจากบัลลังก์ ก็ตกใจ ซ้ำยังรู้อีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของพีดัม

“แบบนี้ เหมือนก่อกบฏชัด ๆ”

“เดี๋ยวคิดดูก่อน ตอนนี้ท่านพีดัม...ก็ต้องอยู่เมืองเมียงวาน่ะสิ แล้ว...ข้าเอานี่ไปมอบให้ เขา เมืองเมียงวาเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกทหาร กบฏไม่ใช่หรือ”

“ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง ไปเมื่อไหร่ก็คือตาย นะ”

“หา...ไปก็คือตาย แต่ว่า จดหมายก็ต้องส่ง แล้วข้าจะทำไงดี เอ่อ...” จุปังบ่น แต่ก็ยอมเสี่ยงที่จะไปหาพีดัม

ทางเมืองหลวงได้รับใบฎีกาที่เขียนส่งมาให้ทุกคน แต่ต๊อกมานบอกว่า ฎีกานี้ถือเป็นการประชุมที่ไม่มีเสนาบดี จึงไม่มีผลตามกฎหมาย มานมยองจึงบอกให้ต๊อกมานดูที่ใบฎีกา เพราะมีชื่อของเสนาบดีพีดัมกำกับอยู่ ซึ่งต๊อกมานยังไม่เชื่อว่า พีดัมจะกล้าถอดถอนตน และว่าถ้าเป็นพีดัมจริง ต่อไปนางก็จะไม่ยอมยกโทษให้เขาอีก

จุปังเดินทางไปเมียงวา จนได้พบกับพีดัม เขารีบนำจดหมายของต๊อกมานให้พีดัมอ่าน ซึ่งพีดัมอ่านแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นกลลวงของต๊อกมานกับชุนชู เวลาเดียวกัน ต๊อกมานได้รับแหวนคืนจากคนของพีดัม นางจึงเชื่อว่าเรื่อง ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นฝีมือของพีดัม นางจึงสั่งให้ถอดพีดัมออกจากตำแหน่งเสนาบดี และสั่งให้สังหารได้ตลอดเวลาหากเจอที่ไหน รวมทั้งผู้ที่ร่วมก่อการกบฏทั้งหมดด้วย

เมื่อพีดัมได้อ่านจดหมายที่ต๊อกมานเขียนมาหาอีกครั้งก็เกิดความสับสน จึงให้ลูกน้องไปตรวจสอบประวัติของฮึกซาน คนที่ลอบสังหารพีดัม เมื่อยอจงรู้เรื่องที่พีดัมให้คนไปสืบประวัติฮึกซานเข้า จึงสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าปิดปากทั้งครอบครัว ดีที่น้องสาวของฮึกซานสามารถหนีออกมาได้ และเป็นเวลาเดียวกับที่ไอชองนำทหารไปตรวจสอบครอบครัวของฮึกซาน

“รู้มั้ยว่าทำไมพวกเขาถึงถูกฆ่า”

“ฮือ....เพราะพี่ชายข้าไปทำงานใหญ่เรื่องหนึ่ง ฮือ....ทำให้เขาอยู่ที่นี่ไม่ได้น่ะค่ะ”

“ทำงานใหญ่หรือ งานใหญ่อะไรกัน”

“ได้ยินว่าในวัง....มีคนคนหนึ่ง....ชื่อ ยอจง....ใช่แล้ว มีคนชื่อยอจงน่ะค่ะ”

“ยอจงหรือ”

ต๊อกมานทราบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น และเมื่อลองปะติดปะต่อเรื่องราวดู ก็รู้ว่าคนที่คิดร้ายต่อพีดัม ก็คือยอจงนั่นเอง

“ไม่น่าเชื่อว่าความเชื่อมั่นของมนุษย์ แท้จริงมันจะเปราะบางขนาดนี้ ยิ่งคนที่อยู่โดยหวังพึ่งคนอื่นด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีหลักยึดในใจด้วยซ้ำ” ต๊อกมาน กล่าว

“แต่ว่า เมื่อเข้าใจผิดถึงขนาดนี้ ก็ต้องทรงอธิบายไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“มันสายไปแล้ว อธิบายก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เขาทำมันเกินกว่าที่ข้าจะแก้ไขได้....โอ๊ะ....”พูดยังไม่ทันจบ ต๊อกมานก็เริ่มมีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นมา

“ฝ่าบาท”

“ข้าไม่เป็นไร พวกท่านออกไปก่อน”

“พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้”

พีดัมส่งคนไปสืบประวัติของฮึกซาน แต่ก็ถูกลูกน้องของยอจงฆ่าปิดปาก เมื่อพีดัมถามหาคนของตน ยอจงก็ทำเป็นไม่รู้

“ซางทายังไม่กลับมาอีกหรือ ข้าถามว่าซางทามาหรือยัง”

“ข้ามีข่าวดีมาบอกท่าน....หึ....เข้ามาเร็ว หึ ๆ....ท่านยองจินบอกว่าจะมาร่วมขบวนการกับเราด้วย” จูจิน กล่าว

“เห็นพวกท่านทำงานใหญ่ ข้ายินดีสนับสนุนด้วยคน”

“เป็นความคิดที่นับว่าฉลาดมาก”

“นอกจากเขาแล้ว ยังมีแม่ทัพเมือง “นังจู” ที่ชื่อ “โฮยุน” ก็ส่งสัญญาณว่าจะมาสมทบกับเราที่นี่เหมือนกัน” ฮางจอง กล่าว

“เจ้าเมือง “คูราวา” ก็บอกว่าจะส่งทหารมาช่วยเราด้วย”

“ถ้าได้ทหารจากคูราวา เราจะมีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

“ใช่ครับใต้เท้า ตอนนี้ก็รอแค่ทหารมา เรื่องอื่นไม่ต้องห่วงอีกแล้ว เฮ่อ ๆ ๆ”

“ยินดีด้วยนะ”

“นั่นสิ นี่ก็แสดงว่าขุนนางหลายฝ่ายเชื่อว่าท่านมีความชอบธรรมที่จะก่อการนี้ขึ้น มา”

“แน่นอนว่า ข้ารู้สึกซาบซึ้งมาก”

“เฮ้....ไม่ต้องเกรงใจหรอก ตอนนี้ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม”

“นั่นสิ จะไปไหนเสีย เฮ่อ”

คิมยูซินรีบเข้าเฝ้าต๊อกมานด้วยความเป็นห่วง หลังจากรู้เรื่องที่ทหารไปปิดประกาศจับตัวพีดัมรอบเมือง

“เราได้ติดประกาศไปทั่วเมือง ให้จับ พีดัมและพวกในฐานะนักโทษกบฏ”

“หึ....ดีมาก”

“พักก่อนที่ยึดทหาร เป็นเหตุให้ขุนนางหลายฝ่ายไม่พอใจ หมู่นี้การเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงดูแปลก ๆ”

“เห็นทีว่าคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเปิดศึกกลางเมืองซะแล้ว” ต๊อกมาน กล่าว

“ถึงอย่างงั้นเราก็พร้อมที่จะรับมือ....ฝ่าบาท เป็นไรหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ....หึ....หม่อมฉันได้ยินว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ที่เกิดจากฝีมือเจ้ายอจง”

“ไม่ว่าจะเป็นแผนลวงของใคร หรือเข้าใจผิด สรุปแล้วก็คือ มีเรื่องหลายอย่างที่เกิดจากความบังเอิญ แล้วมันก็ก่อตัวขึ้น บางครั้งประวัติศาสตร์ก็ถูกเขียนขึ้นด้วยเหตุเหล่านี้ ....ตอนนี้ ข้าและพีดัม ได้ก้าวข้ามความเชื่อใจไปแล้ว....ด้านหนึ่ง ข้ารู้สึกเสียใจที่เขาก่อกบฏโดยไม่ถามความจริงจากข้าก่อน ส่วนอีกด้านก็ละอายใจ จนไม่กล้าสู้หน้าเขาอีก”

“ฝ่าบาททรงละอายต่อเขา เพราะอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” ยูซิน ถาม

“ข้ามาหวนคิดอีกที เพราะหวังจะได้ทหารจากเหล่าขุนนางมาอยู่ใต้อาณัติง่าย ๆ ทำให้ข้านึกชอบเขาอย่างกะทันหันหรือเปล่า ข้อนี้ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน....หรืออยากลิดรอนอำนาจที่เขามีอยู่ จึงเลือกที่จะแต่งงานกับเขา ข้าก็ยิ่งไม่แน่ใจเข้าไปใหญ่....แต่ว่า พอนึกว่าอีกไม่นานข้าจะสละบัลลังก์ เพื่อไปใช้ชีวิต....อยู่กับเขาอย่างสันโดษ นี่คือความหวังสุดท้ายของข้าที่เกิดจากความจริงใจ” ต๊อกมานรู้สึกเสียใจมาก

ยอจงเห็นประกาศที่ให้ถอดพีดัมออกจากตำแหน่งเสนาบดี ร่วมกับพรรคพวกเป็นนักโทษกบฏ ก็รู้สึกเจ็บแค้น ส่วนต๊อกมานก็เห็นว่า กลุ่มคนที่คิดแข็งข้อ เราจำเป็นต้องกวาดล้างให้หมด เพื่อจะได้เดินหน้ารวมสามแคว้นอย่างราบรื่น

“ฝ่าบาท....เพื่อเป็นการปกป้องฝ่าบาท ไม่ให้กลุ่มกบฏมายึดบ้านเมืองของเรา มีชาวบ้านมารวมตัวที่ลานฝึกเป็นจำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรนะ ชาวบ้านอาสามารวมตัวหรือ”

“ใช่ครับ”

“ข้าจะออกไปดู ว่าพวกเขามาทำอะไร”

เวลานั้นพีดัมได้ประกาศปลุกปั่นชาวบ้านที่เมืองเมียงวา

“แคว้นชิลลาตอนนี้กำลังร้องไห้ เพราะประมุขที่ไร้ความสามารถ สงครามจึงต้องเกิดขึ้น ซ้ำยังถูกแคว้นอื่นมาดูหมิ่นพวกเรา ตอนนี้บ้านเมือง....กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ ซึ่งพวกเรา.... ไม่ควรที่จะนิ่งดูดาย เราต้องถอดถอนราชินี เพื่อความยั่งยืนสืบไป พร้อมกับสร้างเมืองใหม่อันยิ่งใหญ่”

ด้านต๊อกมานเมื่อออกไปดูที่ลานฝึกก็พบว่า มีชาวบ้านแห่มาให้กำลังใจนางมากมาย นางจึงได้กล่าวให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า
“ตอนนี้บ้านเมืองกำลังมีภัย เหตุจากขุนนางที่ไม่ยอมให้ยึดกำลังทหาร ชาวบ้านจะยิ่งถูกเอาเปรียบ ถึงขั้นให้ต่างชาติมาช่วย เพราะฉะนั้น ตอนนี้บ้านเมืองเรา อยู่ในภาวะคับขันอย่างหนัก ทางการ....จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย ปราบปรามผู้คิดร้ายต่อบ้านเมือง ความเจริญมั่นคง สานต่อเป้าหมายผนึกรวมสามแคว้น”

“ทรงพระเจริญ ๆ”

“ชิลลาจงเจริญ ๆ ๆ”






..............จบตอนที่ 61.............