วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 22



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 22
Cr. : Dailynews Online


คนของคิมซอยอน กำลังจะเข้ามาจัดการกับต๊อกมาน แต่พีดัมได้เข้ามาช่วยไว้ก่อน พอดีกับ ที่คิมยูซินเข้ามาถึงจึงเข้าใจผิดว่าพีดัมคือคนร้าย

“ท่านยูซิน อย่าทำอะไรเขา...คน ๆ นี้ช่วย ข้าไว้”

“ไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ใช่ ข้าไม่เป็นไร”

“หึ...หึ...นี่...เจ้าเนื้อไก่...เอาคืนไป...” พีดัม กล่าว

“เฮ่อ...ข้าเข้าใจผิด ขอโทษด้วยนะ”

“ค่าเนื้อไก่ล่ะ เอามาก่อนสิ”

“หึ...เงินหรือ ข้ายังหาไม่ได้เลย” คิมยูซิน กล่าว

“หลอกข้าหรือ”

“หึ...หึ...เอานี่ไปขายซะ น่าจะพอกับค่าเนื้อไก่”

“ฮ่า...หนังวัวแท้ซะด้วย แหะ ๆ ๆ งั้นก็ได้ ว้า...เฮ่ย...กลับไปโดนอาจารย์ตีอีกแล้ว เซ็งจัง” พีดัม กล่าว

“สรุปก็คือขอบคุณมาก เจ้าพักอยู่ไหนน่ะ”

“ข้าหรือ อยู่ไม่เป็นที่หรอก แต่ตอนนี้อยู่หมู่บ้านยางจี ถ้าจะตอบแทนข้า ช่วยหาเซซินมา ให้หน่อยสิ”

“เซซินหรือ”

“เพราะช่วงนี้มีโรคระบาด ทำให้เซซิน หายาก คิดแล้วก็ปวดหัว หึ ๆ...หึ...ว่าแต่...เพลง กระบี่ท่าน ร้ายกาจไม่เบานะนี่ หึ ๆ เจ็บชะมัด หึ...”

“รีบไปเร็วเข้า” คิมยูซิน กล่าว

“หึ...เราจะไปไหนได้อีก” ต๊อกมาน ถาม

“ไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยว่า” คิมยูซิน กล่าว

ผู้ช่วยของคิมซอยอน กลับมารายงานว่าการทำงานล้มเหลวเพราะมีหนุ่มคนหนึ่งเข้ามา

“มีคนมาแทรกหรือ มันเป็นใคร”

“ข้าก็ไม่รู้มันเป็นใคร แต่ว่า นานปีทีหนจะเจอคนที่ฝีมือเยี่ยมขนาดนี้ เพลงกระบี่ที่เขาใช้ คล้ายกับหน่วยฮูกุกขององครักษ์ยิมจง”

“ถ้าอย่างงั้น จะเป็นคนของยิมจงหรือเปล่า”

“ปัญหาอยู่ที่ว่า ฝีมือเขาร้ายกว่ายิมจงหลายเท่า”

“มีคนแบบนี้ด้วยหรือ ถ้างั้นจะเป็นคน ของมีซิลหรือเปล่า”

“แต่งตัวเหมือนชาวบ้าน พูดจาเอะอะมะเทิ่ง ไม่เหมือนคนของนางซักนิด”

ซอวอน และโพจอง เดินทางมาที่เขตปกครองที่มีหมู่บ้านชื่อ “ยางจี” ซึ่งกำลังมีโรคระบาด เมื่อมาถึงก็ให้ข้าหลวงท้องถิ่นช่วยหาที่ พักให้

“ไส้ศึกที่อยู่กับคิมซอยอน จนป่านนี้ยังไม่มีข่าวอีกหรือ” ซอวอน ถาม

“คิดว่าเดี๋ยวคงมาครับ มีข่าวเมื่อไหร่จะ รายงานให้ทราบทันที” โพจอง กล่าว

“ซกพุง ส่งคนไปเฝ้าหมู่บ้านทุกแห่ง สังเกตคนแปลกหน้าที่เข้าออก” ซอวอน สั่ง

“ครับ”

“ดูให้ดี แม้แต่หนูซักตัวก็อย่าให้คลาดสายตา”

ต๊อกมาน สงสัยว่าคิมยูซิน มีปัญหาอะไร กับคิมซอยอนหรือเปล่า จึงสอบถาม

“หมายความว่าไง” คิมยูซิน กล่าว

“กลุ่มคนที่มาเมื่อกี้ ข้าเห็นคนหนึ่งเป็น ผู้ช่วยของพ่อท่าน...นี่แปลว่าแม้แต่ใต้เท้าคิมก็คิด จะฆ่าข้างั้นหรือ...เขาบอกว่าจะฆ่าข้า หึ...ตอนนี้ ไม่เพียงแต่มีซิล ทุกคนก็อยากให้ข้าตายหมด” ต๊อกมาน กล่าว

“เลิกพูดซะที...หึ...อย่าเพิ่งคิดเรื่องนี้เลย ไว้อีกซักพัก วันหลังค่อยคิดได้ไหม คนของหน่วย ยีวา หึ...มีซิลก็เริ่มเคลื่อนไหวเหมือนกัน”

“หา...” ต๊อกมาน กล่าว

“ไปเร็ว” คิมยูซิน บอก แล้วพาต๊อกมานวิ่งหนีออกไป

“เดี๋ยว...ขนาดหมู่บ้านยังมีคนเฝ้า แสดง ว่าทางสัญจรถูกปิดกั้นหมดแล้ว เราอย่าหนีอีกเลย หึ...หลับหูหลับตาไปไหนไม่รอดหรอก เราจะไปไหนแน่” ต๊อกมาน กล่าว

“ไม่งั้นจะนั่งรอความตายหรือ...หึ...มีที่หนึ่งที่จะไปได้ หึ...” คิมยูซิน กล่าวแล้วพาต๊อกมานไป

“หึ...กลับมาหมู่บ้านยางจีทำไมอีก ไหน ว่าเกิดโรคระบาดหนัก ชาวบ้านตายเป็นเบือไม่ใช่ หรือ” ต๊อกมาน ถาม

“เพราะอย่างงี้ถึงต้องมา ทางนี้คงไม่มีใคร มาตรวจ พวกองครักษ์ก็ไม่กล้ามาส่งเดชด้วย”

“แต่ว่า...”

“ใช่ เจ้าพูดถูกแล้ว ทั้งมีซิลและฝ่าบาท ต่างก็ต้องการตัวเจ้า แม้แต่พ่อข้าก็ตามมาถึงที่นี่ ...ตอนนี้ไม่มีใครช่วยเราได้อีก นอกจากเราสองคนเท่านั้น” คิมยูซิน กล่าว

“อึม....ก็ได้”

“ส่งข่าวให้ท่านเซจูรู้ว่าพบฝาแฝดอีกคนแล้ว” ซอวอน สั่งโพจอง

เมื่อมีซิลว่าที่เจอตัวฝาแฝดขององค์หญิงแล้ว ก็สั่งให้ทุกคนไปเตรียมตัวเพื่อเริ่มทำงาน

“ท่านเซจู” ธิดาเทพ กล่าว

“ว่าไง”

“นางเป็นเด็กที่เกิดมา ในวันที่ดาวลูกไก่แยกเป็น 8 ดวง คำทำนายที่เคยมี ท่านคงไม่ลืมหรอกนะ นั่นเป็นเด็กที่เกิดมาตามบัญชาสวรรค์ ถึงเราจะพากลับมาเพื่อยืนยันเรื่ององค์หญิงแฝด แต่ถ้ากำจัดได้ ก็ฆ่าทิ้งซะดีกว่า”

“จนวันนี้ท่านยังเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่หรือ ....มันก็จริงน่ะนะ ท่านเป็นธิดาเทพ ก็ต้องเชื่อมั่นไว้ก่อน” มีซิล กล่าว

“ท่านเซจู”

“แต่ว่า แค่ข้าเซ่นไหว้ก็ทำให้เกิดฝนตก แค่พูดคำเดียว จันทร์บนฟ้าก็อับแสงทันที....ดาวลูกไก่ จาก 7 กลายเป็น 8 เป็นเรื่องไร้สาระทั้งนั้น....ธิดาเทพ ข้า....ข้าคือมีซิลนะ”

ใต้เท้าอึยเจมาเข้าเฝ้าพระเจ้าจินพยอง

“ฝ่าบาท ในเมื่อตอนนี้ มีซิลรู้เรื่ององค์หญิงแฝดเข้า นี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยล้างอาถรรพณ์ให้บ้านเมืองได้พ่ะย่ะค่ะ”

“แต่ว่า การแต่งงานขององค์หญิงจะทำรวบรัดเหมือนเด็กเล่นขายของได้ยังไง ให้ชอนมยองแต่งกับยูซินน่ะหรือ”

“ถ้าอีกหน่อยมีรัชทายาท มีซิลก็จะไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ส่วนคิมซอยอนก็จะยิ่งภักดีต่อฝ่าบาทมากขึ้น”

“แต่ว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะมาคุยเรื่องแต่งงานของข้า เพราะต๊อกมานยังอยู่ในช่วง ระหว่างความเป็นความตาย” ชอนมยอง กล่าว

“ปัญหานี้ก็จะคลี่คลายในไม่ช้าเหมือนกัน....ต้นเหตุแห่งความวุ่นวาย เพราะฝ่าบาทไม่มีรัชทายาทที่เป็นชาย ถ้าให้ยูซินเป็นราชบุตรเขยและควบตำแหน่งรัชทายาทด้วย คำทำนายในอดีตก็จะไม่มีความหมายอีก” ใต้เท้าอึยเจ กล่าวทูล

พระมเหสีมายา เสด็จเข้ามาขอโทษองค์หญิงชอนมยอง ที่ต้องถูกบังคับให้ต้อง แต่งงานใหม่

“ถ้าเราเกี่ยวดองกับเผ่าคาย่าด้วยวิธีนี้ ก็จะกลายเป็นเครือข่ายอิทธิพลใหม่....โดยเฉพาะฝ่ายมีซิล ไม่รู้ว่าวันไหนจะเอาเรื่องของต๊อกมาน ขึ้นมาถกให้บ้านเมืองสั่นคลอนและเป็นประโยชน์ต่อนาง” ชอนมยอง กล่าวทูล

“ใช่ หึ....เรื่องนี้แม่ก็คิดอยู่เหมือนกัน”

“ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ประมาท หากจะรอดูสถานการณ์ หม่อมฉันว่าเราน่าจะเตรียมรับมือนางบ้าง”

“องค์หญิง ท่านยิมจงมาขอเฝ้าเพคะ” นางใน เข้ามากล่าว

“เชิญเข้ามาได้” ชอนมยอง กล่าว

“หึ....พระมเหสี องค์หญิง มีข่าวว่าจะเปิดประชุมขุนนางพ่ะย่ะค่ะ” ยิมจง กล่าวทูล

“ประชุมขุนนางหรือ”

มีซิลเรียกประชุมสภาเพื่อหารือกันถึงเรื่องฝาแฝด แต่ใต้เท้าอึยเจทำเป็นไม่เชื่อเรียกร้องให้มีซิลนำหลักฐานมาแสดง เซจอง จึงให้ชิซู เข้ามาในที่ประชุมเพื่อเล่าเรื่องในอดีตให้ทุกคนฟัง

“20 ปีก่อน พระมเหสีประสูติธิดาแฝดสององค์ และฝ่าบาทก็ทรงมอบหนึ่งในสองนั้น ให้นางกำนัลชื่อโซวา เพื่อนำไปเลี้ยงที่ต่างเมือง ....ข้ารับหน้าที่เปิดเผยความลับนี้ จึงออกไปตามล่านางกำนัล สุดท้ายกลับพบว่า นางในคนนั้น พาธิดาแฝดอีกองค์ ได้กลับมาอยู่เมืองหลวงนานแล้ว” ชิซู กล่าว แต่องค์หญิงชอนมยอง แกล้งไม่เชื่อว่าต๊อกมานจะเป็นน้องของตนเอง เพราะเห็นว่าต๊อกมานเป็นผู้ชาย

“ถ้าจับเขามาได้ จะให้เปลื้องผ้าพิสูจน์ต่อหน้าทุกคนมั้ย” มีซิล กล่าว

“งั้นก็รอให้จับมาได้ค่อยว่าเถอะ”

“ตอนนี้ชิซูอยู่กับหม่อมฉัน โซวาก็อยู่ในมือเราเหมือนกัน ถ้าต๊อกมาน....ไม่ใช่.... องค์หญิงต๊อกมานกลับมาเมื่อไหร่ให้หม่อมฉันดูปานที่หลังใบหูของนาง....พระมเหสีกับองค์หญิงทั้งสอง คงต้องรับผิดชอบเรื่องที่ทำให้ทายาทชายสูญสิ้นนะ เพคะ” มีซิล กล่าว

“ได้ ขอเพียงท่านเซจู สามารถพาต๊อกมานกลับมาได้เท่านั้น”

“ตกลง หม่อมฉันต้องพาเขามาแน่”

“ถ้าเอาตัวมาไม่ได้ ที่เปิดประชุมขุนนางเพื่อลบหลู่ราชสำนัก ทั้งขุนนางและชาวบ้านคงไม่ยอมปล่อยท่านง่าย ๆ”

“แน่นอน หม่อมฉันรู้ตัวดี ดูซิว่าใครจะได้ตัวต๊อกมานมาก่อน ถ้าฝ่าบาทเป็นฝ่ายได้ตัวนาง ทรงคิดจะทำไงกับนางดี....น่าจะสั่งประหารซะ ไม่ให้มีร่องรอยเหลือไว้ด้วย ถ้าไง เราจะพบกันในการประชุมคราวหน้า”

“แม้ท่านจะมั่นใจว่าสามารถกุมชะตาบ้านเมืองไว้ แต่ลิขิตสวรรค์ เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและผันแปรได้ตลอด สวรรค์ไม่เคยลำเอียง เข้าข้างมนุษย์คนไหนชั่วนาตาปี ฉะนั้นจงอย่าเชื่อมั่นนัก ท่านเซจู”

“เพคะ องค์หญิง สมัยที่หม่อมฉันอายุเท่าองค์หญิง ก็เคยหวาดกลัวต่อโชคชะตาฟ้าลิขิต พร้อมที่จะเชื่อฟังง่าย ๆ....แต่วันนี้ หม่อมฉันไม่กลัวอีกแล้ว”

คิมยูซิน บอกกับต๊อกมานว่าจะไม่ยอมให้ใครพาตัวนางไปได้ง่าย ๆ และทั้งสองจะออกไปจากที่นี่ให้ได้

“หึ....ใช่ แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าข้าตกไปอยู่ในมือมีซิล ฝ่าบาทก็จะทรงตกที่นั่งลำบาก พระมเหสีกับองค์หญิงก็อาจจะถูกปลด ส่วนท่านกับใต้เท้าคิมซอยอน อนาคตก็ไม่รู้จะเป็นยังไง” ต๊อกมาน กล่าว

“ข้าไม่ได้หมายความอย่างงั้น” คิมยูซิน กล่าว

“เพราะอย่างงี้ ถ้าข้าตายซะจะได้หมดเรื่องหมดราว”

“ต๊อกมาน....”

“หึ....เมื่อกี้ ข้าเข้าไปในห้องเก็บยาของที่นี่ เห็นมีสารหนูเก็บอยู่ ในใจก็คิดว่า ถ้าข้าจัดการปลิดชีวิตตัวเองซะ มันจะดีกว่าหรือเปล่า”

“ต๊อกมาน เจ้าเพ้อเจ้ออะไรน่ะ”

“หรือแม้แต่คิดว่า ข้าอยากตายให้พ้น ๆ ไปซะ”

“เจ้าต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ห้ามมีความคิดเหลวไหลแบบนี้”

“หึ....ข้ารู้สึกสมเพชตัวเองยังไงไม่รู้ ถึงรอดชีวิตกลับมาก็ไม่มีความหมาย ต่อให้ตายก็ยิ่งไม่มีคุณค่าอะไร หึ....ช่างเป็นมนุษย์ที่น่าสมเพช หึ....ไร้ญาติขาดมิตร หมดที่พึ่งพา แต่ตอนนี้ อย่างน้อยที่สุด ข้ายังมีเป้าหมายบ้าง”

“คืออะไร เป้าหมายอะไร” คิมยูซิน ถาม

“ได้ช่วยชีวิตคนตั้ง 200 คน แค่นี้ก็พอแล้ว” ต๊อกมาน คิด

“ต๊อกมาน”

“ข้าไม่รู้สึกเสียดายซักนิด แต่ว่ามันคงน่าใจหาย ที่ข้าต้องจากท่านไป” ต๊อกมาน คิดในใจ

“ต๊อกมาน พูดเร็วเข้า”

“ฮือ....ท่านยูซิน ข้าน่ะ จะไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นได้ในสิ่งที่นางต้องการ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด” ต๊อกมาน กล่าว

“ใครหรือ....ใครคือผู้หญิงคนนั้น” พีดัมถาม

“หึ....คือ....คน ๆ หนึ่ง”

“กินเร็วเข้า....เฮ่ย....”

“ได้ยาที่ต้องการหรือยัง” ต๊อกมาน ถาม

“ต้องเอาเจ้าไปแลกก่อน” พีดัม กล่าว แล้วพาต๊อกมานออกไป คิมยูซินพยายามร้องเรียกและจะพังประตูห้องขังแต่ก็ทำไม่ได้

“ไว้ส่งตัวเจ้าไปแล้ว ข้าจะกลับมาปล่อย เขาเอง” พีดัม กล่าว

“ก็ดี เฮ่อ....” ต๊อกมาน กล่าว

“เจ้า....เจ้า....เจ้ามีมีดอยู่ในมือ ทำไมไม่ตัดเชือกแล้วหนีไปล่ะ”

“หึ....อยากให้เจ้าได้ยาไง จะได้ช่วยคนตั้ง 200 คน หึ....” ต๊อกมาน กล่าว

พีดัม พาต๊อกมานมาพบซอวอนเพื่อแลก กับการได้เซซินแล้วนำกลับมามอบให้มุนโนแต่พอมุนโนรู้ว่าพีดัมเอาต๊อกมานไปแลกมาก็ไม่พอใจ

“เจ้าบอกว่าไงนะ สรุปคือเอาเด็กหนุ่มนั่นไปขาย เพื่อแลกกับยางั้นหรือ”

“ท่านเคยบอกว่าอย่างน้อยก็ช่วยคนได้เป็นร้อยไงครับ”

“เจ้ามันโง่นัก” มุนโน กล่าว

“ชีวิตคน ๆ เดียวแลกกับ 200 คน เป็นใครก็ต้องเลือกอย่างหลังอยู่แล้ว”

“แปลว่าเจ้าเอาชีวิตคนมาชั่งน้ำหนักมากน้อยงั้นหรือ เห็นชีวิตคนเป็นของเล่น ดีดลูกคิดเอาง่าย ๆ ใช่ไหม เหตุผลอะไรก็ช่าง ไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิตคนอีกแล้ว”

“แต่คนไข้ตั้ง 200 คน เทียบกับแค่คนเดียว....โอ๊ย....”

“แค่มีเหตุผลฟังขึ้นเราก็ทำได้ทุก อย่างงั้นหรือ เจ้าเคยเรียนรู้อะไรจากข้าบ้างมั้ย” มุนโน กล่าว

“แต่พวกนั้นบอกว่า เขาจะไม่ทำร้ายหนุ่มคนนั้น และหนุ่มนั่นยังขอบคุณข้าก่อนจะไปด้วยซ้ำ”

“อะไรนะ ขอบคุณเจ้าหรือ เขาจะขอบคุณเจ้าเรื่องอะไร”

“หา...เรื่องนี้....ข้าก็ไม่รู้” พีดัม กล่าว และนึกถึงคำพูดของต๊อกมานและสงสัยว่านางมีมีดอยู่ในมือทำไมไม่ตัดเชือกหนีไป และทำไมต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยคน ในที่สุดพีดัมก็รีบย้อนกลับไปหาซอวอน

“เดี๋ยวก่อน ท่านทั้งหลาย หยุดก่อน อุ๊ย....หึ....เฮ่ย....นึกว่าตามไม่ทันซะแล้ว เฮ่ย....”

“มีธุระอะไรกับเราอีก ยาก็ได้ไปแล้วไม่ใช่หรือ” ซอวอน ถาม

“ยาได้มาก็จริง หึ....แต่กลับไปคิดดูอีกที มันไม่ค่อยสบายใจ หึ....เลยคิดว่าเปลี่ยนใจดีกว่า”

“อะไรนะ”

“ถือว่าข้าเป็นหนี้ท่าน ไว้วันหลัง จะเอาเงินไปจ่ายให้....แต่คน ๆ นี้....ข้าอยากจะพาเขากลับไป”

“อะไรนะ เจ้าหมอนี่ เสียสติแล้วหรือไง” ซกพุง กล่าว

“หึ....”

“ไม่อยากตายก็รีบถอยไปซะ รู้มั้ยว่านี่เป็นที่ไหน ถอยไปเร็ว ๆ” ซกพุง กล่าว แต่พีดัมไม่ฟังจนเกิดการต่อสู้กัน

“หึ....กลับมาทำไมอีก ไม่ไปช่วยผู้ป่วยแล้วหรือ” ต๊อกมาน ถาม

“นี่...อย่าให้ข้าเอาชีวิตคนต่อรองเหมือนตัวเลขได้ไหม” พีดัม กล่าว

“อะไรนะ หึ....เจ้าจะทำอะไร”

“หึ....สงสัยวันนี้ต้องผิดศีลอย่างหนักซะแล้ว....กลับไปก็โดนอีก” พีดัมกล่าว พอดีกลับที่คิมยูซินออกมาขว้างไว้

“หยุดนะ ย้าก....”

“ท่านยูซิน หึ....หึ....” ต๊อกมาน กล่าว

“ท่าน....ออกมาได้ไงนี่” พีดัม ถาม

“จบจากนี่เมื่อไหร่ค่อยคิดบัญชีกับเจ้า”

“หึ....ก็ได้ ไว้เสร็จงานแล้วค่อยคุย เวลามีเยอะ หึ....เข้ามาเลย หน้าไหนกล้าแหลมมา ข้าจะสับให้เละ” พีดัม กล่าว

“ใครกล้าทำร้ายต๊อกมาน ข้าขอสู้ตาย” คิมยูซิน ตะโกน





..............จบตอนที่ 22.........



วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 21



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 21
Cr. : Dailynews Online


ธิดาเทพ มาตามหาชิซูที่หายตัวไป ซอวอนอาสาขอเป็นคนออกไปตามหา ด้านชิซูได้มาขอพบมีซิล

“ท่านเซจู ข้ามองเห็นแล้วครับ”

“หา...เห็นแล้วหรือ” เซจอง กล่าว

“เจ้ามองเห็นแล้วหรือ” มีซิล ถาม

“ครับ แต่ว่า...สิ่งที่เห็นหลังจากตาหายก็คือ...”

“คืออะไร”

“เด็กคนนั้น...องค์หญิงฝาแฝด...เด็กอีกคน ที่หนีไป”

“เฮอะ...เดี๋ยว...ช้าก่อน ๆ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด ข้าไม่เข้าใจท่านเอาอะไรมาพูด รบกวน ช่วยขยายความให้ชัดเจนกว่านี้ได้ไหม” มีเซ็งถาม

“ข้าเห็นองค์หญิงฝาแฝดอีกคนหนึ่งอยู่ ในวังด้วย” ชิซู กล่าว

“ฮ้า...อยู่...อยู่ในวัง...ท่านบอกว่าอยู่ในวังหรือ เฮ่ย...แย่จริง”

ยิมจง มารายงานอึยเจว่าเมื่อยูซินออกไปจากที่นี่ก็ตรงไปที่ตำหนักขององค์หญิง ส่วนต๊อกมานก็ออกจากที่นั่นมาพอดี

“แน่ใจหรือว่า เขาไปที่ตำหนักองค์หญิงน่ะ” อึยเจ ถาม

“มีปัญหาอะไรหรือครับ” ไอชอง ถาม

“ข้ารู้แล้ว ตอนนี้พวกเจ้าไปเฝ้าดูคนของ หน่วยยองวาอย่าให้ทำอะไร”

“ใต้เท้าอึยเจ”

“บอกแล้วว่าสิ่งที่ทำเพื่อบ้านเมืองของเรา” อึยเจ กล่าว

“หมดเรื่องแล้วออกไปก่อน” ยองชุน กล่าว ยิมจงจึงเดินออกไป

“แสดงว่าคิมยูซินก็น่าจะรู้อะไรบ้าง” ยองชุน กล่าวต่อ

“ถ้ามีดพกเป็นของต๊อกมานจริง คิมซูยินก็น่าจะรู้เรื่องนี้เหมือนกัน แต่ฝ่าบาทเคยรับสั่งว่า องค์หญิงแฝดอีกองค์สมัยก่อนได้สิ้นพระชนม์ ไปพร้อมกับมีดนี้...แล้วทำไมต๊อกมานถึงได้...เพราะ อะไร...” อึยเจ ถาม

ชิซูมาบอกมีซิลว่าเด็กฝาแฝดขององค์หญิง ยังไม่ตายและยังอยู่ในวังด้วย ทำให้มีซิลตกใจ

“แม้จะแต่งเป็นองครักษ์ ปลอมตัวเป็นผู้ชายก็จริง แต่ดูแล้ว น่าจะเป็นเด็กคนนั้น” ชิซู กล่าว

“แต่งเป็นองครักษ์หรือ” มีเซ็ง ถาม

“ไหนว่านางถูกพายุทะเลทรายพัดพาไปแล้ว” ซอวอน ถาม

“ใช่ครับ ตอนนั้นเกิดพายุอย่างหนัก จริง ๆ แต่ว่า นางกลับมาอยู่ที่นี่” ชิซู กล่าว

“เอ่อ...เดี๋ยวก่อน ท่านต้องคิดให้ดีก่อนจะพูดนะ เด็กขนาดนั้น เจอพายุทรายเข้าจะรอดชีวิตได้ไง” ฮาจอง ถาม

“เรื่องนี้ ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” ชิซู บอกทุกคน

“ไม่แน่ว่า ผ่านไปหลายปีจนจำผิดคนหรือ เปล่า” เซจอง ถาม

“ไม่หรอกครับ แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่เค้าหน้าของนาง ทั้งแววตา และริมฝีปาก เห็น ชัดว่า คือต๊อกมานแน่นอน” ชิซู กล่าว

“ท่าน...บอกว่าใครนะ เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้ ท่านบอกว่านางชื่ออะไร” มีเซ็ง ถาม

“ต๊อกมาน เจ้าบอกว่าชื่อต๊อกมานหรือ องครักษ์ต๊อกมานเนี่ยนะ” มีซิล กล่าว

“ใช่ครับ คือต๊อกมานจริง ๆ ชื่อของเด็ก คนนั้น ก็คือต๊อกมาน”

“ต๊อกมาน เอ่อ...เฮอะ...”

“ต๊อกมาน?”

“เจ้าหมอนั่น...ต๊อกมานหรือ” โพจอง กล่าว

“เฮอะ...หึ ๆ เฮ่อ ๆ.ๆ ข้าพอจะนึกออก แล้ว มีองครักษ์คนหนึ่งหน้าตาสำอางกว่าใคร จริง ๆ” มีเซ็ง กล่าว

“โธ่เอ๊ย....ในบรรดาองครักษ์ของเราที่หน้า ตาหล่อเหลายังมีตั้งหลายคนแน่ะครับ” ฮาจอง กล่าว

“แล้วฝ่าบาทล่ะ ทรงทราบเรื่องนี้แต่แรกหรือเปล่า” เซจอง ถาม

“คิดว่าคงยังไม่ทรงทราบ เพราะหมู่นี้เกิดเรื่องวุ่นในวังหลายอย่าง และคนที่ตั้งหน้าตั้งตาขุดคุ้ยคือใต้เท้าอึยเจ” ซอวอน กล่าว

“อึยเจหรือ”

“ถ้าอย่างงั้น แปลว่าเรื่องทั้งหมดนี้ ต๊อก มานวางแผนคนเดียวหรือไง” เซจอง กล่าว

“ไม่แน่อาจเป็นอย่างงั้นจริงก็ได้ ท่าน เซจู เราคงต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว...โพจองรีบไปจับต๊อกมานมาสอบปากคำหน่อย”

“ครับ”

“เดี๋ยวก่อน ดูเหมือนนางจะออกจากวังไปแล้ว” ชิซู บอกทุกคน

“หา...อะไรนะ หนีไปแล้วหรือ” ฮาจอง กล่าว

“ใช่ ข้าเห็นนางกับองครักษ์คนหนึ่ง ขี่ม้าออกไปพร้อมกัน และมีอีกสองคนไล่ตามหลัง” ชิซู กล่าว

“ท่านเซจู”

“อย่าเพิ่งทำอะไร ขอข้าตั้งสติไตร่ตรองให้ ดี ตอนนี้ให้ทุกคนอยู่เฉยไว้ก่อน อย่าเพิ่งวู่วาม ต้องคิดให้รอบคอบ” มีซิล กล่าว

พระมเหสีมายา และองค์หญิงชอนมยอง เสด็จออกจากตำหนักเพื่อมาหาโซวา แต่กลับพบกับใต้เท้าอึยเจ

“จะหาโซวาใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ...พระมเหสี องค์หญิง ทำไมต้องทรงปิดบังหม่อมฉัน...เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยิ่งไม่สมควรปกปิด สิ่งที่หม่อม ฉันทำก็เพื่อเห็นแก่ส่วนรวม...พระมเหสี...ยังไม่ทรงเข้าพระทัยความหวังดีของหม่อมฉันอีกหรือหม่อมฉันช่วงชิงสิทธิที่จะดูแลวังหลวงมาจากมีซิลเพื่ออะไรกัน”

“ใต้เท้าอึยเจ” องค์หญิงชอนมยอง ตรัส

“เพื่อพระบัญชาของพระเจ้าจินฮึง ใน การปกป้องราชสำนัก แม้จะแลกด้วยชีวิตก็ไม่ กลัว ต่อให้ถูกคนรุ่นหลังประณามหม่อมฉันก็ไม่ เคยใส่ใจซักนิด เพราะฉะนั้น ต่อไปอย่าทำอะไรโดยพลการ ขอให้ทรงเห็นแก่บ้านเมืองบ้าง”

คิมยูซินเดินทางมาหาหญิงแก่คนหนึ่งที่เป็นแม่ของซียอ ที่ตนเองเคยให้ความช่วยเหลือดูแล จากนั้นก็ฝากจดหมายไว้ ให้นางเก็บเพื่อมอบ ให้กุกซอนหรือแทพุงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

อึยเจสงสัยเรื่องของต๊อกมาน จึงไปคาดคั้นถามจากจุปังและโกโตถึงเรื่องมีดพก

“เอ่อ...คือ...มีดหรือครับ เราไม่เคยเห็น ลูกพี่ เคยเห็นต๊อกมานมีมีดอะไรหรือเปล่า” โกโต กล่าว

“โธ่เอ๊ย...ถ้าเป็นมีดของแพง ข้าคงจิ๊กนาน แล้วไม่ปล่อยไว้หรอก จริงนะครับ คือเรา...ไม่เคย เห็นมีดอะไรนั่นจริง ๆ ฮือ...”

“ถ้าอย่างงั้น พวกเจ้าไปรู้จักต๊อกมานได้ ยังไง” อึยเจ ถาม

“คือ รู้จักตอน...เอ่อ...หลายปีก่อน องค์ หญิงเสด็จไปวัดยูไลแล้วหายสาบสูญ” จุปัง กล่าว

“ใช่ครับ ตอนนั้นต๊อกมานบอกว่า มาจาก ที่ที่ห่างไกล 2 หมื่นลี้ พลัดพรากกับแม่...และ ...จะตามหาท่านมุนโน เลยดั้นด้นเดินทางมาถึงแคว้นชิลลาน่ะครับ” โกโต กล่าว
“มุนโนหรือ เจ้ารู้จักต๊อกมานใช่ไหม... นางก็คือเด็กที่เจ้า...พาออกจากวังในสมัยก่อน” อึยเจ ถาม

“ฮือ...ฮือ...”

“นี่แปลว่าต๊อกมานก็คือ...ไม่ใช่ ต๊อกมาน เป็นองครักษ์ เป็นผู้ชายต่างหาก” อึยเจ คิด

“ว้าย...เอ่อ...” จุปัง ร้อง

“ต๊อกมานเป็นผู้หญิงใช่ไหม” อึยเจ ถาม

“เอ่อ...ท่าน...เอาอะไรมาพูดน่ะครับ”

“เป็นผู้หญิงใช่ไหม” อึยเจ ตวาด

“ว้าย...เอ่อ...ใช่ครับ ใช่ คือ...วันก่อน... ข้าก็เพิ่งรู้ไม่นานนี่เอง” จุปัง กล่าวรับ

“เจ้าบอกว่าไงนะ ต๊อกมานเป็นผู้หญิงจริง หรือ” ยองชุน ถาม

“ใช่ครับ นาง...เป็นผู้หญิง เป็นผู้หญิงจริง ๆ” จุปัง กล่าวยืนยัน ด้านโซวา ที่ได้ยิน จุปังเล่าเรื่องต๊อกมาน ทำให้นางถึงกับตกใจแล้วร้องไห้ อึยเจ จึงมั่นใจว่าโซวาและต๊อกมานต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกัน

หญิงแก่ที่เป็นแม่ของซียอได้นำจดหมายของคิมยูซินมาให้กุกซอนและแทพุง เมื่อได้อ่านจดหมายแล้ว ทั้งสองก็จะไปส่งข่าวให้องค์หญิงชอนมยองรู้ แต่กุกซอนถูกใต้เท้าอึยเจ จับตัวและ คาดคั้นถามต่อหน้าองค์หญิง

“เขาเป็นคนที่ท่านยูซินให้มาส่งข่าวถึงข้า ท่านมีสิทธิอะไรมาจับตัวเขาไป...มานี่เร็ว...”

“ห้ามมีความลับกับหม่อมฉัน ที่สำคัญ องค์หญิงก็ทรงรับปากแล้ว...มีอะไรก็พูดต่อหน้านี่แหละ...พูดสิ”

“เอ่อ...”

“คิมยูซินให้เจ้ามาทูลอะไรกับองค์หญิง พูดเร็ว ๆ”

“เอ่อ...คือว่า...”

“พูดได้เลย”

“เอ่อ...คือ...ใต้เท้าอึยเจคิดจะ...เอาชีวิตต๊อกมาน...ให้องค์หญิงทรงทำอะไรบางอย่างมีเท่านี้ แหละครับ” กุกซอน กล่าว

“เป็นความจริงหรือเปล่า ท่านมีสิทธิอะไร มาทำเรื่องแบบนี้”

“หม่อมฉันเคยทูลองค์หญิงไปแล้ว เพื่อปกป้องราชสำนัก หม่อมฉันยอมที่จะถูกประณาม ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร”

“ต่อให้เป็นอย่างงั้นก็เถอะ...ก่อนจะไปถึงบ้านเมือง ยังเกี่ยวพันถึงข้า เกี่ยวพันถึงเสด็จพ่อและเสด็จแม่ด้วย ท่านกล้าดียังไงไม่ทูลเสด็จพ่อก่อน เจ้ากี้เจ้าการทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้”

“ถ้าอย่างงั้น แล้วองค์หญิงล่ะ เคยทูลอะไรต่อฝ่าบาทบ้างมั้ย เรื่องที่ต๊อกมานเป็นขนิษฐา ฝาแฝด องค์หญิงเคยทูลฝ่าบาทบ้างหรือเปล่า”

“ท่านพูดเรื่องอะไรน่ะ เรื่องที่พูดเมื่อกี้หมายความว่าไง” พระเจ้าจินพยอง ตรัสอย่าง สงสัย อึยเจ จึงทูลความจริงเรื่องต๊อกมานให้ฟัง พระเจ้าจินพยองถึงกับตะลึงเมื่อรู้ว่าต๊อกมาน คือลูกแฝดของตน

ซอวอนเข้ามารายงานมีซิลว่าตอนนี้ โซวา ถูกกักตัวอยู่ในห้องไต่สวนของกรมวัง ในตำหนัก “ซายัง” นางจึงสั่งให้ไปนำตัวโซวามา และให้จับ ตาดูทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับต๊อกมาน พร้อม สั่งให้ไส้ศึกที่วางไว้ในทุกหน่วยงาน ให้ทำงานได้แล้ว เพราะต้องการสืบให้รู้ว่าต๊อกมานไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

ต๊อกมานสอบถามคิมยูซินว่าฝ่าบาทมีรับสั่งให้ฆ่าตนใช่ไหม เรื่องที่ตำหนักแทวาทำให้รู้ว่า ฝ่าบาทไม่ยินดีที่ตนจะกลับมา

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่อย่างงั้น...ฝ่าบาทยัง ไม่ทรงทราบเรื่องนี้...อาจเป็นใต้เท้าอึยเจสั่งการด้วยตัวเองเพราะความจงรักภักดี เพราะฉะนั้น เจ้า ต้องเชื่อใจองค์หญิง ไว้ใจพระมเหสี อยู่กับข้าเพื่อ รอฟังคำสั่ง...เพราะเราหนีออกจากวังมากะทันหัน ทำให้ข้าไม่ทันเตรียมเงินมาด้วย แต่ส่งข่าวให้ท่าน พ่อรู้แล้ว รีบไปเถอะ” คิมยูซิน กล่าว

แทพุงมาที่บ้านของคิมยูซิน เพื่อส่งข่าวให้คิมซอยอน ทราบ

“เขาให้เจ้ามาส่งข่าวเรื่องอะไร”

“ครับ เอ่อ...ข้ามีเรื่องด่วนต้องออกจากเมืองหลวงโดยเร็ว ทำให้ไม่ทันเตรียมตัวเรื่องเงิน เพราะฉะนั้น เอ่อ...ขอให้ท่านอย่าบอกคนอื่น เชิญ ไปพบที่กระท่อมเชิงเขาที่สมัยก่อนไปล่าสัตว์แล้ว พักที่นั่นบ่อย ๆ น่ะครับ” แทพุง กล่าว

“เจ้าไม่รู้ว่าเขามีเรื่องอะไรหรือ”

“ครับ หลายวันก่อนเห็นไปเขายอฮัม จากนั้นก็ไม่พบอีก” แทพุง รายงาน จากนั้นลูกน้องของคิมซอยอน ก็เข้ามารายงานว่าใต้เท้าอึยเจ มาขอพบ เมื่อทั้งสองพบกันอึยเจ ก็เล่าเรื่องต๊อกมานให้ฟัง

“ท่านว่าไงนะ องค์หญิงแฝดอีกองค์ยังอยู่หรือนี่”

“และนางก็คือต๊อกมาน ซึ่งถูกลูกชายท่านพาหนีไปไม่นาน เพราะไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า เชื่อว่ายูซินต้องส่งข่าวมาแน่....ท่านซอยอน เรื่องนี้ เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของราชสำนักและลูกท่านก็มาพัวพันด้วย”

“แล้วยังไง ท่านจะให้ข้าทำไงกับเรื่องนี้”

“ให้ลูกท่านกลับมาเร็ว ๆ และฆ่าต๊อกมานซะ”

“ใต้เท้า ทำไมโยนเรื่องนี้มาเป็นหน้าที่ข้าล่ะ”

“อีกหน่อย ข้าจะทูลฝ่าบาท....ให้องค์หญิงชอนมยองกับยูซิน ได้แต่งงานเป็นคู่ครองซะ....เพื่อให้มีรัชทายาทองค์ต่อไป เชื่อว่า ฝ่าบาทกับองค์หญิงคงไม่มีเหตุผลจะคัดค้าน เพราะฉะนั้น...”

“จึงต้องแลกกับหัวต๊อกมาน”

“ตำแหน่งราชบุตรเขย แลกกับหัวของต๊อกมานก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วนี่”

ใต้เท้าอึยเจไปบอกคิมซอยอนให้สังหาร ต๊อกมาน แต่กลับมาทูลพระเจ้าจินพยองว่าจะ ดำเนินการส่งต๊อกมานไปอยู่แผ่นดินใหญ่ที่ไกลโพ้น พระเจ้าจินพยอทำเหมือนเชื่อ แต่ก็คิดว่า อึยเจต้องสั่งสังหารต๊อกมานแน่นอน

ซอวอน นำกำลังทหารจำนวนหนึ่งไปนำตัวโซวามาจากตำหนักของพระเจ้าจินพยอง โดยไม่สนว่ายองชุนจะห้ามปราม จากนั้นใต้เท้าอึยเจก็เข้ามา

“ทำงี้หมายความว่าไง....พาทหารเข้ามาในกรมวัง มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนี้” อึย เจถาม

“ถ้าอย่างงั้น ผู้หญิงคนนี้เป็นใครทำไมถูกกักอยู่นี่ ท่านช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม....ถ้ามี คำตอบให้ข้า ข้าจะไปทันที....เราสงสัยว่าหญิงคนนี้ จะเป็นไส้ศึกของแคว้นแพ่กเจ”

“ไส้ศึกอะไรกัน”

“จึงต้องไต่สวนความจริงให้รู้” ซอวอนกล่าว

ซอวอนนำตัวโซวา จุปัง และโกโตมาให้มีซิล ฮาจองสอบถามถึงการจับตัวจุปังและโกโตมาทำไม

“นอกจากเข้าไปตำหนักแทวาแล้ว พวก เขายังเห็นเหตุการณ์ในห้องสอบปากคำด้วย จึงน่าจะเป็นพยานสำคัญให้เราได้”

“แล้วตอนนี้ จะให้พวกเขาไปอยู่ไหน” เซจอง ถาม

“ทำตามที่ท่านเซจูสั่ง ให้ไปอยู่ในวัดของใต้ซือวาชอนชั่วคราว” ซอวอน กล่าว

“ดี ขอบคุณท่านมาก” มีซิล กล่าว

จุปัง โกโต และโซวา ถูกทหารนำตัวมาขังไว้ที่วัด โซวามีอาการหวาดกลัวจุปังบอกกับนางว่าตนจะหาทางพาหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ ด้านคิมยูซิน และต๊อกมานเดินทางเกือบมาถึงจุดหมายก็รู้สึกหิว แต่ไม่มีเงินซื้ออาหาร จึงมาขอกับพีดัมซึ่งเป็นลูกศิษย์ของมุนโน ที่ออกมาหายาสมุนไพร ยืนยันว่าพรุ่งนี้จะนำเงินมาให้ แต่พีดัมขอให้เอาผ้าคาดผมมาเป็นหลักประกันไว้

“เฮ่อ....ช่างเป็นคนที่กวนประสาทนัก หึ....ขืนคุยนาน ๆ ข้ากลัวจะอดไม่อยู่ ไว้พรุ่งนี้ได้เงินจากพ่อข้าแล้ว เรารีบไปจากที่นี่เถอะ.... หึ....ถ้าเป็นสมัยก่อน ข้ายังไม่ทันพูดอะไรซักคำ เจ้าคงไปต่อยกับเขาก่อนแล้ว” คิมยูซิน กล่าว

“หึ....ตอนนั้น เพราะข้ายังเป็นตัวข้าอยู่” ต๊อกมาน กล่าว

หลังจากหาสมุนไพรได้แล้ว พีดัม ก็กลับมาหามุนโน

“แอบกินเนื้อมาใช่ไหม” มุนโน ถาม

“ขอโทษด้วยครับ”

“หายามาครบหรือเปล่า ข้าบอกว่ายังไงก็ต้องหาเซซินมาให้ได้ พวกนี้ได้แต่ป้องกัน ใช้รักษาไม่ได้หรอกนะ....แล้วคนป่วยมากมายจะให้ทำยังไง”

“เซซิน....ถูกคนอื่นเก็บไปหมด เราเลยหาลำบากน่ะครับ” พีดัม กล่าว

“การช่วยคนเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว....พรุ่งนี้ตั้งใจไปหาใหม่”

“ครับ”

คิมยูซิน คิดถึงอดีตช่วงที่ต๊อกมานมาฝึกเป็นองครักษ์ก็พูดกับนาง

“ยังจำวันแรกที่เจ้ามาเป็นลูกน้องข้าได้ไหม....วันแรกก็ตามคนอื่นไม่ทัน จนต้องถูกมัดถุงทราย ตอนนั้นข้ารู้สึกหมั่นไส้ความอวดดีของ เจ้านัก เลยแกล้งให้ฝึกหนัก จนกว่าเจ้าจะไม่กล้าเถียงข้าอีก เลยให้ฝึกทั้งวันทั้งคืน แต่ว่า ....เจ้า....ให้ฝึกหนักยังไงก็ไม่เคยย่อท้อ....ทำให้ข้าเริ่มมองชื่นชมในความมุมานะของเจ้า ที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ....เจ้าจะเป็นต๊อกมานคนเดิมอยู่กับข้าตลอดไปได้ไหม....ไม่คิดน้อยใจ ไม่โกรธ ใคร ไม่โทษโชคชะตา กลับมาเป็นต๊อกมานคนเดิมซะ กลับมาอยู่กับข้า สร้างตัวตนที่เข้มแข็งอีกครั้งได้ไหม”

“เฮ่อ....เหมือนที่ท่านว่า ข้าก็พยายาม จะให้เป็นอย่างงั้น แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกอ่อนแรง เดี๋ยวก็เจ็บปวด เดี๋ยวก็หน้าชา เดี๋ยวก็ต้องกัดฟันทน เดี๋ยวก็ร้องไห้....ซักพักก็อยากแก้แค้นมีซิล ซักพักก็รู้สึกน้อยใจฝ่าบาท เดี๋ยวก็ว่าองค์หญิงน่าสงสาร เดี๋ยวก็รู้สึกละอายต่อท่านยูซิน หึ....ทั้งหลายเหล่านี้ คิดไปคิดมาก็คือให้ตัวเอง....ไปให้พ้นดีกว่า”

“ต๊อกมาน”

“ข้าไม่รู้จะทำไงต่อดี หึ....”

คิมซอยอนพาลูกน้องมาดักรอคิมยูซิน

“ที่นี่แหละ”

“ว่าแต่ มาแถวนี้จะให้เราทำอะไรบ้างครับ”

“หน้าที่ของพวกเจ้า คือหาทางจับตัวต๊อกมานให้ได้” คิมซอยอน สั่ง

“ต๊อกมานที่ว่า คือลูกน้องของคุณชายใช่ไหมครับ”

“อีกไม่นาน ยูซินจะพาต๊อกมานไปอยู่ กระท่อมอีกหลังหนึ่ง จากนั้นยูซินก็จะออกไป ส่วนต๊อกมานจะให้อยู่ในบ้านคนเดียว พอถึงตอนนั้น พวกเจ้าก็เข้าไปจับเขา แล้วพาไปอยู่เมือง “อูซาน” ชั่วคราว แต่ถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็ฆ่าซะแล้วตัดหัวเขามาแทน”

“ทราบแล้วครับ”

“สำคัญคืออย่าให้ยูซินเห็นพวกเจ้า จะลงมือก็ต่อเมื่อ....ต๊อกมานอยู่คนเดียวแล้วค่อยจับเขา เข้าใจมั้ย”

“ครับ ทุกคน แยกย้ายไปเฝ้าแถวนี้ไว้”

คิมยูซิน มาพบพ่อตามที่ได้นัดหมายไว้ คิมซอยอนให้ลูกชายพาต๊อกมานไปที่กระท่อมร้างสำหรับพวกนายพราน แล้วหลอกว่าจะพาไปพบข้าหลวงที่อยู่ในมณฑลแห่งนี้ จะได้รู้จักหากมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ ให้รีบพาต๊อกมานไปพักที่กระท่อม

“ว่าแต่ ท่านพ่อมาคนเดียวหรือเปล่า”

“อืม....ใช่ พ่อรู้ว่าเรื่องนี้เป็นความลับ เลยมากับพ่อบ้านสองคน” คิมซอยอน โกหกลูกชาย

คิมยูซิน พาต๊อกมานมาพักที่กระท่อม

“หึ....อาจต้องเก็บกวาดหน่อย แต่อยู่ชั่วคราวคงไม่มีปัญหา....หึ...เจ้าจะเข้าไปงีบหน่อยมั้ย เมื่อคืนเห็นไม่ได้นอนเลย ข้าจะไปพบข้าหลวงที่ดูแลแถบนี้ ขากลับจะแวะซื้อของใช้จำเป็นมาให้เจ้า เข้าไปพักก่อน”

“ได้”

“ต๊อกมาน...อยู่คนเดียวอย่าคิดฟุ้งซ่านล่ะ”

ซอวอนสืบจนรู้ที่อยู่ของต๊อกมาน ก็รีบเข้ามารายงานมีซิล ว่านางไปอยู่ในเขต “ยีซอ” เป็นหมู่บ้านชื่อกึมฮัก

“ข้าอยากให้ท่านไปดูด้วยตัวเอง พาโพจองกับซกพุงไปทำงานด้วย” มีซิล กล่าว

“ได้”

“ไม่ว่ายังไงก็ต้องจับตัวกลับมาให้ได้”

“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง” ซอวอน กล่าว

พีดัมออกมาหายา จนไปพบลูกน้องของ คิมซอยอน ที่เฝ้ากระท่อมที่ต๊อกมานพักอยู่ จึงเข้าไปคุยด้วย ลูกน้องของคิมซอยอนเห็นผ้าคาด ผมก็ถาม

“ผ้าคาดผมของคุณชายนี่ เจ้าไปเอามาจากไหน”

“มีคนให้มา แลกกับค่าเนื้อไก่” พีดัม กล่าว

“เนื้อไก่อะไร”

“แหะ...คืนให้ข้าเถอะ”

“เดี๋ยว...บังอาจนัก พูดมาตรง ๆ อย่าเล่นลิ้น”

“คืนให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ มันเป็นของ ๆ ข้า เอามาเร็ว จะมาแย่งได้ไงน่ะ”

“ยุ่งจริง ยังไม่ถอยไปอีก”

“เจ้าหนุ่มนี่พูดไม่รู้เรื่องแฮะ”

“โอ๊ะ...โอย...เอาคืนมานะ นั่นเป็นค่าเนื้อ ไก่ของข้า โอ๊ย...นั่นเป็นค่าเนื้อไก่ของข้าจริง ๆ โอ๊ย...ฟังก่อนซี่ โอ๊ย...เดี๋ยว ข้าเจ็บแล้วนะพอที บอกให้หยุดไงเล่า มาซ้อมข้าทำไม โอ๊ย...พวกป่า เถื่อนนี่ บ้าจริง คนมากรังแกคนน้อยนี่ โอ๊ย...พอ ได้แล้ว ข้าจะตายแล้วนะ” พีดัม กล่าว

“พวกเจ้าทำอะไร...เราจะทำงานแล้วนะ” ผู้ช่วยของคิมซอยอน เข้ามา

“แต่ว่า เจ้าหมอนี่...”

“มันมีที่คาดผมของคุณชายน่ะครับ”

“รีบไปทำงานเร็ว คุณชายไปข้างนอกแล้ว ไปล้อมกระท่อมนั่นไว้ก่อน จะได้ทำงานให้ เสร็จ เร็วเข้า”

“ครับ”

เมื่อคิมซอยอน ได้อยู่กับบุตรชายก็บอก ว่าเรื่องที่ตนได้ทำ ก็เพื่อช่วยลูก แต่เมื่อคิมยูซิน รู้ว่าถูกหลอกให้ออกมาเพื่อเปิดทางให้คนเข้าไป จับต๊อกมานก็โกรธและรีบออกจากบ้านไปช่วยต๊อกมานทันที

ที่กระท่อม คนของคิมซอยอน ได้เข้าไปเพื่อที่จะจับต๊อกมาน

“ต๊อกมาน จงตามเราไปซะดี ๆ เราได้รับคำสั่ง ถ้าขัดขืนก็ฆ่าได้ทันที”

“หึ...ข้าอยากรู้ว่าเป็นคำสั่งใคร...คำสั่งของ ฝ่าบาท หรือว่าท่านซอยอน”

“ไปเถอะ”

“หึ...ข้าไม่ไปหรอ หึ...” ต๊อกมาน กล่าว

“จัดการ”




..............จบตอนที่ 21...........



วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ดูทีวีออนไลน์ : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (ซับภาษาไทย) ตอนที่ 55




สำหรับท่านที่รอดูละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ทางช่อง 3 กำลังออกอากาศ...คลิปที่ท่านได้ชมอยู่ในขณะนี้นำมาจาก คุณ...mini2010na...จาก youtube.. ขอขอบคุณท่านเจ้าของคลิปมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ..

Roytavan & TWSSG TEAM

บทความเกี่ยวกับละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"

สัมภาษณ์ผู้เขียนบทละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติของ "ซังแดดึง พีดาม" หรือ "บิดัม" ในเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
พระสนมมิชิลบรรเลงดนตรีจาก "พิณแก้วน้ำ" - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
The reason to love and fear Mishil : Queen Seon Duk (선덕여왕)
[Article] พีดาม : โศกนาฎกรรมของ "องค์ชายฮยองจง หรือ พีดาม" ในละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติ “กุกซอนมุนโน” - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน
[Article] History's Kim Yu-shin / ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมยูชิน"
ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมอัลชอน" หรือ "ซังแดดึง-อัลชอน"
Wind Flowers(바람꽃)- Ye Song(예송) : เพลงประกอบละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
[Article] ซอนด็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (Queen Seon Duk) เรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์
History's Queen Seon Duk of Silla / ราชินีซอนด็อก แห่งอาณาจักรชิลลา
4 ขุนศึกคู่บัลลังก์ ในละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 1 :คิมยูชินและพีดาม
Nang-cheon Festival (Hwarang Festival) / "นังชอน" หรือ เทศกาลการเฉลิมฉลองของ "ฮวารัง"




Queen Seon duk Ep.55/1 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/1 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.55/2 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/2 (ซับภาษาไทย)







Queen Seon duk Ep.55/3 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/3 (ซับภาษาไทย)







Queen Seon duk Ep.55/4 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/4 (ซับภาษาไทย)







Queen Seon duk Ep.55/5 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/5 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.55/6 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/6 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.55/7 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 55/7 (ซับภาษาไทย)




ดูทีวีออนไลน์ : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (ซับภาษาไทย) ตอนที่ 56




สำหรับท่านที่รอดูละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ทางช่อง 3 กำลังออกอากาศ...คลิปที่ท่านได้ชมอยู่ในขณะนี้นำมาจาก คุณ...manasnina...จาก youtube.. ขอขอบคุณท่านเจ้าของคลิปมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ..

Roytavan & TWSSG TEAM

บทความเกี่ยวกับละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"

สัมภาษณ์ผู้เขียนบทละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติของ "ซังแดดึง พีดาม" หรือ "บิดัม" ในเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
พระสนมมิชิลบรรเลงดนตรีจาก "พิณแก้วน้ำ" - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
The reason to love and fear Mishil : Queen Seon Duk (선덕여왕)
[Article] พีดาม : โศกนาฎกรรมของ "องค์ชายฮยองจง หรือ พีดาม" ในละครเรื่อง "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
ชีวประวัติ “กุกซอนมุนโน” - ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน
[Article] History's Kim Yu-shin / ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมยูชิน"
ชีวประวัติของแม่ทัพ "คิมอัลชอน" หรือ "ซังแดดึง-อัลชอน"
Wind Flowers(바람꽃)- Ye Song(예송) : เพลงประกอบละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน"
[Article] ซอนด็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน (Queen Seon Duk) เรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์
History's Queen Seon Duk of Silla / ราชินีซอนด็อก แห่งอาณาจักรชิลลา
4 ขุนศึกคู่บัลลังก์ ในละคร "ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 1 :คิมยูชินและพีดาม
Nang-cheon Festival (Hwarang Festival) / "นังชอน" หรือ เทศกาลการเฉลิมฉลองของ "ฮวารัง"




Queen Seon duk Ep.56/1 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/1 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.56/2 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/2 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.56/3 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/3 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.56/4 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/4 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.56/5 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/5 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.56/6 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/6 (ซับภาษาไทย)






Queen Seon duk Ep.56/7 (Thai - Sub)
"ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน" ตอนที่ 56/7 (ซับภาษาไทย)




เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 20



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 20
Cr. : Dailynews Online


ชอนมยองและยูซินตามมาถึงที่นัดหมาย เห็นทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่ ต๊อกมานพยายามที่จะบอกความจริงให้มายารู้

“หม่อมฉันผิดเองที่ขัดรับสั่งองค์หญิง แต่ว่าหม่อมฉันจำเป็นต้องสืบให้รู้....หึ....พระมเหสี เจ้าของมีดพกเล่มนั้น ก็คือ....”

“ต๊อกมาน....ๆ....” ชอนมยอง ร้องห้าม

“อย่าทรงห้ามอีกเลย หม่อมฉัน....ยังไงก็ต้องสืบให้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร....หม่อมฉัน.... เป็นลูกใครกันแน่ หึ....”

“งั้นข้าจะบอกเอง เสด็จแม่ ต๊อกมาน.... เป็นผู้หญิงเพคะ....นางเป็นผู้หญิง....เป็นผู้หญิง ลูกสาวเพคะ เป็นธิดาของเสด็จแม่”

“หา....”

“น้องแท้ ๆ ของหม่อมฉัน น้องฝาแฝดที่ถูกพรากจากขณะเพิ่งเกิดมาไม่นาน เป็นน้องฝาแฝดของหม่อมฉันเพคะ

“หา.....” มายา ตกใจกับความจริงที่เพิ่งรู้

“เอ่อ....หึ....องค์หญิง คือ....ทำไมรับสั่งอย่างงั้น ถึงจะ....ไม่พอพระทัยหม่อมฉันแค่ไหน แต่เรื่องแบบนี้....ก็....ไม่ควรจะล้อเล่น”

“เอ่อ....จริงหรือลูก....เด็กคนนี้ เขาเป็นผู้หญิง ที่สำคัญคือ....เป็นน้องฝาแฝดของเจ้าด้วย จริงหรือลูก”

“ฮือ....จริงเพคะ นี่เป็นเรื่องจริง”

“คือ....เอ่อ....องค์หญิงทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว อย่าทรงรับสั่งล้อเล่นสิ หึ....” ต๊อกมาน กล่าว

“คนที่เป็นเจ้าของมีดโซยับ แอบวางฎีกาเพิ่มเติม”

“ฮือ...”

“หลงคิดว่านางในของเสด็จพ่อคือแม่บังเกิดเกล้าแท้ ๆ ถูกคนของมีซิลที่ชื่อชิซูจองล้างจองผลาญหมายเอาชีวิต ก็คือเด็กคนนี้ ก็คือต๊อกมานเพคะ” ชอนมยอง กล่าว

“จริงหรือนี่ ที่แท้เจ้าก็คือ....เจ้าก็คือ....” มายา เดินเข้ามาจับมือต๊อกมานเอาไว้

“เอ่อ....พระมเหสี ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเป็นแค่องครักษ์ธรรมดา เป็นเรื่องที่องค์หญิงทรงล้อเล่นมากกว่า เพื่อดัดนิสัยดื้อรั้นของหม่อมฉัน หึ....ตอนนี้หม่อมฉันเข้าใจดีแล้ว หม่อมฉันจะไปจะไปเขาจุงอั๊กเดี๋ยวนี้ ฮือ....เอ่อ....”

“ต๊อกมาน ฮือ....ที่แท้เจ้าชื่อต๊อกมานหรอกหรือ ฮือ....เกิดมายังไม่ทันตั้งชื่อก็ต้องถูก....ส่งตัวออกไป ที่แท้ลูกของแม่ชื่อ”

“หึ....ไม่ใช่เด็ดขาด ไม่ใช่หม่อมฉันแน่นอน หึ....เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหม่อมฉัน”

“เดี๋ยว....ฮือ....ฮือ....ขวางนางไว้เร็ว พามาพบแม่เดี๋ยวนี้ ฮือ....แม่ยังไม่ทันเห็นหน้าให้ชัดเลย แม่อยากจับมือนางหน่อย ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ”

ต๊อกมานวิ่งหนีออกมา โดยมียูซินรีบ ตามมาเพื่ออธิบายว่าองค์หญิงชอนมยองไม่ได้เล่นตลก แต่ต๊อกมานคือพระขนิษฐาขององค์หญิงจริง ๆ

ด้านชอนมยองก็เล่าเรื่องของต๊อกมานให้มายาฟัง พร้อมขอเวลาให้ต๊อกมานได้ตั้งสติสักหน่อย เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหัน และขอให้มายาอดทน นางจะเป็นคนไปคุยกับต๊อกมานให้เข้าใจเอง

“เกิดมา ข้าไม่เคยนั่งกอดเข่ากับพื้นเหมือนที่เจ้าทำอยู่ตอนนี้ ใคร ๆ บอกว่าเป็นองค์หญิงต้องมีความสำรวม เพราะฉะนั้น ต่อไปเจ้าก็ควร.....”

“อะไรคือเหตุผล....ทำไมข้าต้องถูก ทอดทิ้ง....พ่อแม่บังเกิดเกล้ากลับทิ้งข้า ในขณะที่มีซิลตามหาข้า” ต๊อกมาน กล่าว

“แคว้นของเรา เคยมีเรื่องเล่าขานต่อกันมา....ยามใดที่มีแฝดกำเนิด ทายาทชายจะสูญสิ้น....ยิ่งถ้าพระราชามีลูกแฝดด้วยแล้ว จะไร้ซึ่งรัชทายาทในการสืบบัลลังก์ต่อไป เพราะฉะนั้น เราสองคน ทันทีที่เกิดมา มีซิลก็จ้องจะประกาศเรื่องนี้ เพื่อปลดเสด็จแม่ออกจากตำแหน่งมเหสี แล้วนางจะได้ขึ้นแทน....ทำให้เสด็จพ่อ....จำเป็นต้องปิดเรื่องนี้ไว้ รวมถึงทำให้เจ้า....”

“ถ้างั้น ถึงวันนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิมสิ พอเห็นฎีกาที่ข้าแอบไปวาง ก็คิดจะฆ่าข้าปิดปาก”

“นั่นเป็นเพราะ....”

“หึ....เฮ่อ....ไม่น่าเลยจริง ๆ สมัยก่อนถ้าข้าตามท่านอาคังตั๊กไปโรมันซะ หึ....คงมีความสุขมากกว่านี้เยอะ ฮึ่ม...” ชอนมยองรู้สึกเห็นใจต๊อกมาน

ต๊อกมานตัดสินใจที่จะออกจากวัง แต่ถูกยูซินห้ามไว้ พร้อมทั้งไล่ทุกคนออกไปจากห้องนอนก่อน

“ข้าต่างหากที่ควรออกไป ข้าไม่มีสิทธิอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ อุตส่าห์รอดตายจากพายุทะเลทราย เจอสงครามหนักหน่วงก็ยังรอดมาได้ หึ....ผ่าน อุปสรรคมาตั้งเท่าไหร่ เฮอะ....บ้าชะมัด ไม่ได้หวังลาภยศอะไรซักหน่อย กว่าจะดั้นด้นมาถึงนี่ ฮือ....กว่าจะอยู่ถึงทุกวันนี้ ฮือ....สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดในโลก คือความไม่จริงใจต่อกันหึ....” ต๊อกมาน พูดจบก็ถูกยูซินดึงเข้ามากอด

“อย่าทิ้งข้าไป....ถ้าเจ้ายืนกรานจะไปจริง นอกจากจับเจ้าไปขังแล้วคงไม่มีวิธีอื่น เพื่อไม่ให้เจ้าไป ทุกครั้งที่กลุ้มใจ ข้าจะมาที่นี่....เฮ่อ....แม้ไม่รู้ว่าที่นี่จะเหมาะกับเจ้าหรือเปล่า แต่ก็อยากให้อยู่ชั่วคราว ข้า....มักจะฝึกจิตด้วยการฟันก้อนหิน เลยอยากให้เจ้าลองเอาอย่างดู เผื่อจะช่วยได้บ้าง ....ข้างล่างมีกระท่อมเล็ก ๆ พอให้พัก....”

“ข้าเข้าใจแล้ว เชิญกลับไปเถอะ....หึ.... ข้าไม่หนีไปไหนหรอก” ต๊อกมานตัดสินใจอยู่ต่อ แม้จะเจ็บปวด

มายาไม่ยอมเล่าเรื่องที่ไปพบต๊อกมานให้พระเจ้าจินพยองฟัง เพราะกลัวว่าพระราชาจะมีคำสั่งเหมือนตอนที่คลอดธิดาแล้วให้โซวาพาหนี เพื่อเป็นการรักษาเมืองเอาไว้ แล้วมายาก็ไปหาชอนมยองเพื่อเล่าเรื่องของโซวาให้ฟัง ชอนมยองตกใจ เพราะคิดว่านางตายแล้ว อีกทั้งนางยังเป็นคนที่ต๊อกมานพยายามตามหาอยู่

“ถ้าอย่างงั้น นางในคนนั้น....นางในคนนั้น....ชิซูก็กลับมาด้วยเพคะ”

“หา....ชิซูหรือ”

“หลายปีก่อนโซวาถูกชิซูตามล่าจนนึก ว่าตายแล้ว ต๊อกมานอยากรู้ชาติกำเนิดของตัวเอง จึงเดินทางมานี่คนเดียวเพคะ”

“อ้อ....อย่างงั้นหรอกหรือ งั้นก็แปลว่า ชิซูเป็นคนพาโซวากลับมาน่ะสิ โชคดีที่ตอนนี้โซวาอยู่กับเราก็ค่อยยังชั่ว”

“นางอยู่ไหนเพคะ หม่อมฉันจะขอพบนางหน่อย”

“ไม่ได้หรอก ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพบเลย แม่งงไปหมดแล้ว”

“แล้วจะทำไงดีเพคะ”

“ต๊อกมานน่าจะเจ็บปวดกว่าใคร ไม่ว่ายังไง แม่ก็อยากช่วยนางก่อนแล้วค่อยว่า”

“เพคะ ถ้าอย่างงั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างชัด หม่อมฉันจะให้ต๊อกมานไปอยู่ที่ที่ปลอดภัยก่อน”

“อึม....อีกอย่าง เรื่องของโซวา เจ้าอย่าเพิ่งไปบอกใครให้รู้ โดยเฉพาะต๊อกมานก็ยิ่ง ห้ามพูด”

“เพคะ เกิดนางรู้เข้า ไม่รู้จะก่อเรื่องอะไรมาอีก”

โพจองอยากรู้ว่าใครเอารูปปั้นหยกไปขายให้พ่อค้ายาโป๊ จึงให้ลูกน้องไปสอบปากคำพ่อค้าคนนั้นอีกครั้ง

“หลายวันก่อน เห็นบอกว่าใต้เท้าอึยเจสั่งให้ค้นตัวองครักษ์เพื่อจะหาของกลางใช่ไหม”

“ครับ”

“แต่จับใครไม่ได้เลยหรือ”

“ครับ พอมีพระบัญชาจากฝ่าบาท ใต้เท้าอึยเจกับท่านยองชุนก็สั่งให้หยุดการค้นตัวเหล่าองครักษ์ทันที” โพจอง กล่าว

“ใต้เท้าครับ”

“เขาเป็นใคร”

“คนคนนี้ ที่ให้ยาเพิ่มกำลังแลกกับรูปปั้นหยกไงครับ ยิมจงไปคุยกับเขา พอรู้ว่าเป็นของของตำหนักแทวาก็ยึดกลับไปทันที” ซกพุง กล่าว

“พวกเจ้าพาเขาไปชี้ตัวคนที่เอารูปปั้นไปแลกเปลี่ยน แต่อย่าให้พวกองครักษ์รู้ตัวซะก่อน”

“ครับ”

ระหว่างการฝึกซ้อมของหน่วยยองวาจุปังและโกโตถูกนางในขอร้องให้ไปช่วยอธิบาย ให้องค์หญิงชอนมยองฟังทีว่า ต๊อกมานและยูซินหายไปไหน แต่ช่วงที่เดินกลับออกมานั้นโกโตและจุปังได้เจอกับคนซอวอน ทำให้พ่อค้าชี้ตัว “จุปัง”

ชอนมยองมาดักพบยูซินเพื่อถามถึงเรื่องต๊อกมาน ซึ่งยูซินว่า ต๊อกมานเจอเรื่องแบบนี้เข้าคงยากที่จะทำใจ

“ใช่ เราได้พบกัน แต่ไม่สามารถยอมรับเป็นพี่น้องได้อย่างเปิดเผย....รู้ว่าต๊อกมานเป็นน้องข้า ตามหลักน่าจะดีใจมากกว่า แต่ว่า ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้นะ”

“แล้วจะทรงทำไงต่อไป”

“ตอนนี้เสด็จแม่ ทรงเสียพระทัยยิ่งกว่าข้าหลายเท่านัก”

“หมายความว่า จะให้ต๊อกมานไปอยู่ที่อื่นอีกหรือ....เหมือนอย่างที่นางพูด ทางที่ดีคือไปจากที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าอยากให้นางไปเขาจุงอั๊กก่อน ที่เหลือทางนี้ ข้าจะแก้ปัญหาให้เอง”

“หึ....”

“พรุ่งนี้ข้าจะมาอีก ท่านยูซิน....ขอบคุณที่มีท่านอยู่เคียงข้าง....ถ้าตอนนี้ไม่มีท่าน ข้าคงไม่สามารถเผชิญกับเรื่องพวกนี้ตามลำพังได้....ยังไงซะ ท่านก็ต้องอยู่กับข้าล่ะ”

จุปังถูกจับตัวไปเพื่อเค้นถามเรื่องที่พวก เขานำฎีกาไปถวายในตำหนักแทวากลางดึกโดยที่ไม่มีใครรู้ เมื่อโกโตและเพื่อน ๆ ตื่นขึ้นมาไม่เห็นจุปัง จึงรีบไปบอกไอชองให้ทราบ ไอชอง จึงรีบไปบอกยิมจง เพื่อให้เขาไปรายงานอึยเจให้ทราบอีกที

“นี่มันอะไรกัน เรื่องจบไปแล้ว ใครรื้อฟื้นขึ้นมาอีก”

“พวกซกพุงกับต๊อกชอนที่สังกัดอยู่ฝ่ายกลาโหมน่ะครับ เมื่อคืนคนของหน่วยยองวาที่ชื่อจุปัง เหมือนถูกพวกเขาจับไป”

“ต้องเป็นท่านซอวอนแน่” ยองชุน กล่าว

“จริง ๆ แล้ว องครักษ์ที่ชื่อจุปังและโกโต เป็นคนที่เข้าไปในตำหนักแทวาน่ะครับ”

“อะไรนะ เป็นฝีมือคนของหน่วยยองวาหรือ”

จุปังยังถูกซ้อมอย่างหนัก เพราะซอวอนต้องการรู้ว่าจุปังเข้าไปทำอะไรในตำหนักแทวา

“เพราะ....เรื่อง....ฎีกาน่ะครับ จะถวายฎีกาเพิ่มเติมให้....ฝ่าบาทได้ทอดพระเนตร จึงแอบเข้าไปวางอีกชุดหนึ่งไม่ให้ใครรู้ นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรน่ะครับ ฮือ ๆ ๆ”

“ฎีกาเกี่ยวกับเรื่องอะไร”

“ไม่ ๆ ๆ เรื่องนี้ข้าไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆ เพราะไม่ได้เปิดอ่าน ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ข้าไม่ได้เปิดอ่านเลย ฮือ...จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้โกหก เชื่อข้าสิ ฮือ ๆ” จุปัง อ้อนวอน

เมื่อซอวอนเห็นท่าทีของจุปังแล้ว พอทำให้เชื่อได้ว่าเขาไม่รู้เรื่องเนื้อหาของฎีกา จึงถามใหม่ว่าใครเป็นคนสั่งให้เอาไปวาง จุปังจึงบอกว่า ต๊อกมาน ส่วนใครจะบงการมาอีกทีนั้น เขาไม่ทราบ ซอวอนไม่อยากจะเชื่อ จึงสั่งให้ประหารจุปัง ดีที่อึยเจมาห้ามไว้ได้ทัน

“หยุดนะ....”

“ใต้เท้าทำไมมาถึงนี่ได้ล่ะ”

“จับคนร้ายที่เข้าไปในตำหนักแทวาได้แล้วหรือ”

“ใช่ครับ องครักษ์ช่วยจับมาให้” ซอวอน กล่าว

“ดูเหมือนไม่ใช่งานของท่านนะ.... ตำหนักแทวาขึ้นอยู่กับกรมวัง จับคนได้ก็ควรจะรายงานข้าก่อนไม่ใช่หรือ”

“เป็นเรื่องกรมวังก็จริง แต่การเข้าไปในตำหนักแทวาเกี่ยวพันถึงความลับทางราช การ ถ้าเป็นหนอนบ่อนไส้จริง....”

“นั่นก็เป็นหน้าที่กรมวังอยู่ดี....งานใครก็งานมัน ท่านเป็นทหารมีสิทธิมาก้าวก่ายหน้าที่ข้าด้วยหรือ....ส่งตัวให้ข้าซะ” ซอวอน กล่าว

“งั้นก็ตามใจท่าน”

“เอาตัวเขาไป”

“ครับ”

เมื่อนำตัวจุปังกลับมาแล้ว อึยเจจึงทำการคาดคั้นจุปังและโกโตในเรื่องเดียวกัน ทั้งสองจึงสารภาพว่าคนที่ใช้ไปทำ ก็คือต๊อกมาน

“คนที่ได้ครอบครองมีดสั้นโซยับ ไม่ใช่ทั้งโซวาหรือมีซิล แต่กลับเป็นต๊อกมานงั้นหรือ เป็นไปได้ไงนี่” อึยเจคิดอย่างสงสัย

มีซิลรู้เรื่องเข้า ก็พยายามหาเหตุผลว่าทำไมต๊อกมานจะต้องนำฎีกาไปถวายให้พระเจ้าจินพยองด้วย อีกทั้งยังทำเพียงลำพัง ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ซึ่งคำพูดของมีซิลก็ทำให้ทุกคนต่างพากันสงสัยในตัวต๊อกมาน

“แล้วเขาจะมีอะไรต้องทูลให้ฝ่าบาท ทรงทราบนักหนา เพราะอะไร แค่องครักษ์เล็ก ๆ จะมีอะไรสำคัญ”

“งั้นสรุปก็คือ เจ้าหนุ่มที่ชื่อต๊อกมาน มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างชนิดดิ้นไม่หลุด” ซอวอนกล่าว

องค์หญิงชอนมยองได้พบกับต๊อกมานที่นั่งซึมอยู่ จึงถามว่ายังโกรธเรื่องนั้นอยู่อีกหรือ

“จริง ๆ แล้ว ข้าแทบไม่ได้คิดอะไรเลย....ไม่ใช่ ต้องบอกว่าไม่รู้จะคิดเรื่องอะไรมากกว่า เมื่อก่อนอยู่กับแม่ข้า เห็นนางมองข้าแล้วหัวเราะ ข้ามักรู้สึกหลงตัวเอง คิดว่าเป็นคนเก่งและฉลาดนักหนา....แต่พอรู้ความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิด ข้าก็มีแต่ร้องไห้อย่างเดียว....ที่จริงหลังจากแม่ตายแล้ว ข้าแทบไม่เคยร้องไห้อีก แต่ตอนนี้กลับร้อง....ฮือ....อย่างห้ามไม่อยู่ หึ...ฮือ....เฮ่อ....มันเป็นเรื่องที่น่าแปลก เหมือนข้าสูญเสียตัวตนไป ฮือ....เฮ่อ....ข้าจะไปอยู่ทะเลทรายเหมือนเดิม”

“ต๊อกมาน”

“ถ้าอยู่ที่นั่น น้ำตาจะแห้งเร็วมาก ฮือ.... สมัยก่อน ข้าก็ควรอยู่แต่ที่นั่นแล้ว”

“แต่ว่าต๊อกมาน เราเป็นพี่น้องนะ เราจะร่วมมือกันเล่นงานมีซิล”

“ข้าไม่ควรอยู่ต่อด้วยซ้ำ ไหนว่าข้าไม่ควรมีชีวิตอยู่ไง คนที่ไม่มีตัวตน จะมีพี่น้องและช่วยใครทำอะไรได้ ฮือ....คนที่ไม่มีความหมาย น่าจะหายไปจากโลกนี้ซะ....หึ....มันถึงจะถูก”

“ต๊อกมาน เชื่อข้าซักครั้งได้ไหม”

“ฮึ่ม....เฮ่อ....ถ้าจะขอร้องไม่ให้ข้าไปละก็ ข้าก็ขอขอบคุณ และไม่มีวันลืมด้วย”

ชอนมยองมาขอร้องให้ยูซินช่วยห้ามต๊อกมานไม่ให้กลับไปอยู่ที่ทะเลทรายเหมือนเดิมที เพราะ เชื่อว่าต๊อกมานน่าจะฟังยูซิน มากกว่า

“ได้โปรด ช่วยพูดกับนางหน่อยได้ไหม.... ข้าไปพูดแล้ว นางไม่ยอมฟัง....กว่าจะเจอน้องไม่ใช่ง่าย ๆ ฮือ....ที่สำคัญกว่านั้น คือความอยู่รอดของข้า เกิดจากการเสียสละของต๊อกมานถึงอยู่มาจนวันนี้ ตอนอยู่หมู่บ้านที่แห้งแล้ง ทั้งที่วัดยูไล เป็นเพราะนางช่วยข้าไว้ทั้งนั้น.... ฮือ....อีกอย่าง ถ้าไม่เพราะได้เจอนาง ข้าคงเลิกล้มความตั้งใจที่จะสู้กับมีซิล และอาจจะออกบวชด้วยซ้ำ....ฮือ....ข้าจะไม่ให้นางไป ง่าย ๆ ฮือ....ข้าอยากให้นางอยู่ต่อ เพราะมีอีกมากมายที่จะชดใช้ให้นาง”

“แต่ว่าสิ่งที่นางต้องการจริง ๆ เราไม่ อาจให้นางได้นะพ่ะย่ะค่ะ ฐานะแท้จริงของนาง เราไม่สามารถทำให้นางเป็นที่ยอมรับเหมือนปกติได้....ต๊อกมาน....เป็นคนถือตัวและหยิ่งในศักดิ์ศรี ทำให้นางอยู่มาถึงวันนี้ ที่นี่สำหรับนางแล้ว เหมือนที่ที่ทำลายทุกอย่างที่นางมี”

“ถ้าอย่างงั้น ข้าควรจะทำไงกับนางดี ข้าจะทำยังไง ฮือ....ท่านก็เหมือนกัน อย่าเห็นใจนางฝ่ายเดียว สงสารข้าบ้างสิ ให้นางอยู่ต่อเพื่อข้าได้ไหม ฮือ....ข้าไม่อยากให้นางไปลำบากอีก ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ”

ยูซินสงสารองค์หญิงชอนมยองจึงรีบ มาขวางต๊อกมานไว้ ไม่ให้กลับไปอยู่ที่ทะเล ทรายอีก

“ถ้าอีกหน่อยท่านแพ้มีซิล ไปหาข้า ที่ทะเลทรายก็ได้”

“หึ....อะไรคือการเป็นองครักษ์ สำหรับเจ้าคงคิดว่า คือทางผ่านไว้สำหรับสืบหาชาติกำเนิดของตัวเอง จุปัง โกโต แทพุง กุกซอน หรือแม้แต่ซียอ ไม่มีความหมาย ต่อเจ้าเลยหรือ ไม่ใช่ ยังมีอีกคน ข้า....คิม ยูซิน หัวหน้าของเจ้าก็เหมือนกัน....ใช่ไหม ข้า....ไม่มีความหมายต่อเจ้าเลย....ตอบข้ามาเร็วสิ บอกให้ตอบมา”

“ไม่ใช่อย่างงั้นแน่นอน สำหรับข้าแล้ว ทุกคนเป็นเพื่อนที่แสนดี แม้แต่ท่าน ยูซิน....ก็เป็นคนที่ข้าไว้ใจ”

“งั้นหรือ งั้นข้าขอพูดตรง ๆ บ้าง ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นองค์หญิง แต่เป็นองครักษ์เหมือนเดิม ให้ข้าคอยดุด่าว่ากล่าว อยู่เป็นลูกน้องข้าก็พอแล้ว อย่าไปได้ไหม....ข้าไม่มีปัญญาช่วยให้เจ้ากลับคืนฐานะเดิมก็จริง แต่ว่าข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นคนใหม่ ถ้าไงให้ข้าช่วยเจ้าอีกแรงได้ไหม”

“ท่านคิดว่า เป็นไปได้หรือ”

“ขอเพียงไม่ต้องเสียเจ้าไป ข้าจะพยายาม ไม่แน่บางที ข้าอาจสามารถทำได้ ถือว่าขอร้องเจ้าล่ะ”

อึยเจทูลให้พระเจ้าจินพยองทรงทราบว่า คนที่แอบเอาฎีกาไปวางเพิ่ม ก็คือองครักษ์ที่ชื่อว่า ต๊อกมาน ทำให้พระเจ้าจินพยองสงสัยในตัวต๊อกมานว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับมีดพกได้อย่างไร ระหว่างนั้นชอนมยองเสด็จมาเข้าเฝ้า

“รับสั่งให้หาหรือเพคะ”

“หม่อมฉันให้ทูลเชิญองค์หญิงมาเฝ้าเอง ...มีองครักษ์ชื่อต๊อกมานเข้าไปในตำหนักแทวา เพื่อจะถวายฎีกาให้ฝ่าบาท” อึยเจ กล่าว

“ท่านบอกว่าต๊อกมานหรือ”

“องค์หญิงทรงทราบอะไรหรือเปล่า”

“ข้าไม่รู้เรื่อง”

“ไม่ใช่รับสั่งขององค์หญิงหรอกหรือ งั้นก็แปลว่า เป็นการกระทำของเขาคนเดียวน่ะสิ ...หรือว่าเบื้องหลังยังมีใครสั่งการอีก”

“จะเป็นคำสั่งมีซิลหรือเปล่า”

“ดูแล้วเหมือนจะไม่เกี่ยวกับนางพ่ะย่ะค่ะ เพราะตอนนี้มีซิลก็กำลังสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน”

“ถ้าอย่างงั้น ฎีกาที่จะส่งมาก็ไม่เกี่ยวข้อง กับมีซิลด้วย”

“ใช่”

“ถ้าเป็นโซวา คงเป็นไปไม่ได้ที่จะวาง แผนขนาดนี้”

“พ่ะย่ะค่ะ สภาพของนางไม่เอื้ออำนวย ฉะนั้น น่าจะเป็นความคิดของต๊อกมานคนเดียว”

“แต่ว่า เขามีเหตุผลอะไรต้องทำเรื่องเหิมเกริมขนาดนี้” ชอนมยอง กล่าว

“ถ้าองค์หญิงไม่ทรงทราบจริง ก็น่าจะสืบสาวราวเรื่องต่อไปไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ...ฝ่าบาท ถ้าปล่อยให้มีซิลเป็นฝ่ายเดินเรื่องจนสาวลึกกว่านี้ อาจจะยิ่งยุ่งก็ได้”

“แล้วตอนนี้เราจะทำไงต่อ”

“ก่อนอื่นคือ ไม่ควรให้นางในชื่อโซวาอยู่ในวังอีกต่อไป”

“ไม่ให้นางอยู่แล้วจะส่งไปที่ไหน” มายา กล่าว

“ส่งไปอยู่นอกแคว้นชิลลา”

ใต้ซือวาชอนทำการรักษาตาของชิซูด้วย วิชาความรู้ทั้งหมดที่มีแล้ว จึงขอให้เขารอเวลาอีก สักพักแล้วแกะผ้าออก เพื่อดูว่าดีขึ้นหรือเปล่า

“เมื่อไหร่จะเปิดตาได้ครับ”

“อาจต้องรอซัก 7 วันเป็นอย่างน้อย หวังว่า สวรรค์คงจะคุ้มครองท่าน”

“ขอพบท่านเซจูหน่อยได้ไหม ข้ามีเรื่อง จะพูดกับนาง”

“รออีกหน่อยเถอะ ท่านเซจูก็อยากช่วยท่านเหมือนกัน” ธิดาเทพ กล่าว

“แต่ไม่รู้ว่า ฝ่าบาทจับตัวนางไป จะคิดร้าย ต่อนางหรือเปล่า...หึ...”

ต๊อกมานมาพบองค์หญิงชอนมยองเพื่อบอกว่านางยอมที่จะไปเขาจุงอั๊ก ตามที่องค์หญิงต้องการแล้ว ด้านยิมจงก็บอกให้อึยเจรู้ว่า ต๊อกมานไปฝึกดาบบนเขา แล้วหายตัวไป อึยเจจึงเรียกยูซินมาถาม

“หมู่นี้ทำไมไม่เห็นลูกน้องที่ชื่อต๊อกมาน เขาอยู่ไหน”

“เขาไปฝึกวิชาที่อื่นน่ะครับ ท่านมีธุระอะไร”

“ดูเหมือนว่าเขาจะพัวพันกับเรื่องบางอย่าง เข้า...แถมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ข้ากลัวว่าลูกน้อง มือดีของเจ้า จะถูกทำร้ายเพราะเรื่องนี้...ต่อไป อย่าเชื่อใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนในวัง มีแต่วิธีนี้ ถึงจะช่วยให้เขาปลอดภัยได้...ส่วนเรื่องนี้ ขอให้เชื่อข้า...มีข้าอยู่ทั้งคน ถ้าจะให้ดีก็คือ รีบไปพาต๊อกมานมาพบข้าซะ ไปจับต๊อกมานกลับมาเดี๋ยว นี้...เพื่อเห็นแก่ความมั่นคงของราชสำนักและบ้าน เมืองของเรา เจ้าสองคนไปสะกดรอยตามยูซิน แล้วไม่นาน จะรู้ว่าต๊อกมานอยู่ที่ไหน”

ไอชองได้รับคำสั่งจากอึยเจทำให้รู้สึกสับ สน จึงรีบมาปรึกษากับยิมจง

“ใต้เท้าอึยเจจะจับต๊อกมานถึงขนาด หลอกยูซิน ข้าเลยตัดสินไม่ถูกว่า เรื่องนี้ถูกต้อง หรือเปล่า”

“เรามีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง เรื่องอื่นอย่า ไปคิดมากเลย...นั่นคือ...”

ความหมายของอึยเจก็คือ ให้จับตัวต๊อกมานกลับมาให้ได้ ไอชองจึงรีบตามยูซินไป ทันได้ เห็นยูซินพาต๊อกมานขึ้นบนหลังม้า ก่อนควบออก ไปอย่างรวดเร็ว






..............จบตอนที่ 20..........



วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 19



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 19
Cr. : Dailynews Online


คิมยูซินถูกองค์หญิงชอนมยองคาดคั้นจึงต้องบอกความจริงเรื่องที่ต๊อกมานเป็นผู้หญิง

“ขอทรงอภัยด้วย ความจริงหม่อมฉันน่าจะทูลแต่แรก”

“งั้นก็แปลว่า ไม่แน่ต๊อกมานอาจจะเป็น....น้องสาวฝาแฝดของข้าหรือ”

“แล้วตอนนี้ เราจะทำไงต่อดี ถ้าเป็นอย่างคำทำนายจริง....”

“เราต้องปิดเรื่องนี้ไว้ อย่าให้ใคร....อย่าให้ใครรู้เป็นอันขาด”

“แต่ว่า ถ้าเป็นเหมือนที่องค์หญิงรับสั่ง นางก็คือเชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง แล้วจะให้อยู่ในฐานะองครักษ์ได้ยังไง”

“แล้วทำไมท่าน....ปิดบังฐานะแท้จริงของนางไว้ล่ะ”

“นั่นเพราะว่าหม่อมฉัน ไม่อยากให้นางจากไป”

“ความคิดข้าก็เหมือนท่าน ถ้าฐานะนางถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ เราสองคน....ก็จะสูญ เสียนางไปทันที และต่อไป นางจะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงด้วยซ้ำ”

“แต่ว่า....”

“ตอนนี้ยังไงก็ต้องปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน นางคงรับไม่ได้ถ้ารู้ความจริงที่ว่า....มีชะตาที่ต้องคำสาป....เป็นใครก็คงปวดใจที่สุด เกิดมาก็ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง....กว่าจะรอดชีวิตกลับมาเพื่อจะสืบประวัติตัวเอง แต่แล้วถ้ารู้เมื่อไหร่ก็คือตายทันที”

จุปังอยากรู้ว่ายูซินรู้เรื่องที่ต๊อกมานเป็นผู้หญิงหรือเปล่า จึงแกล้งถาม ซึ่งยูซินก็ยอมรับว่าเขารู้เรื่อง พร้อมทั้งขอให้จุปังเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ด้านต๊อกมานเมื่อมีโอกาสได้เจอกับยูซิน จึงถามเขาว่า ทำไมถึงไม่คิดไล่นาง ออกทั้ง ๆ ที่รู้ว่านางเป็นผู้หญิง

“องค์หญิงให้ข้าดูแลเจ้า ข้าก็แค่ทำตามรับสั่ง ไม่ใช่ว่าเป็นผู้หญิงก็ไล่ออก เป็นผู้ชายก็ให้อยู่ในวังต่อ องค์หญิงไม่ได้สั่งมาอย่างงั้น ข้าแค่ทำตามหน้าที่”

“หึ....สรุปแล้ว ในเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ข้าก็ขอบอกให้รู้ไว้ ที่ข้าจำเป็นต้องปิดบังฐานะตัวเอง จริง ๆ แล้วมีสาเหตุบางอย่าง หึ....บอกตามตรง นั่นเป็นเพราะว่า....”

“ข้าไม่อยากฟัง”

“เอ่อ....หึ....ท่านยูซิน ทำไมทุกครั้งที่ข้าจะบอกเหตุผล ท่านเป็นต้องคอยเลี่ยงอยู่เรื่อยนะ”

“ข้าไม่ได้เลี่ยงแต่ไม่อยากรู้”

“หึ....ใช่ ถึงไม่อยากรู้ก็ขอให้ฟังหน่อย ที่ข้าเดินทางจากทะเลทรายมาถึงที่นี่ ต้องผ่านอุปสรรคร้อยแปดมากมาย ที่สำคัญ ข้าต้องปลอมเป็นชายและฝึกเป็นองครักษ์ มุ่งมั่นอยู่ต่อไปก็เพื่อว่า ข้าต้องการจะสืบให้รู้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน”

“ว่างมากหรือ”

“หา...”

“หาคำตอบเรื่องพวกนี้ไปทำไม มันสำคัญมากหรือ แค่จะหาคำตอบว่าตัวเองเป็นใคร มีชาติกำเนิดยังไง ทำไมไม่สร้างเกียรติประวัติด้วยตัวเองดีกว่า”

“ท่านยูซิน เพราะเป็นเรื่องของคนอื่น ท่านเลยไม่ใส่ใจใช่ไหม”

“ใช่ เจ้าเป็นคนอื่น เรื่องของเจ้าเลยไม่มีความหมาย” ยูซิน กล่าว แต่ในใจคิดสงสารต๊อกมาน ยิ่งนัก

อึยเจรู้ความจริงจากพระเจ้าจินพยองว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นคนสั่งให้โซวาพาลูกฝาแฝดอีกคนหนีออกไปจากวัง โดยให้มีดพกไปด้วย

“ฝ่าบาท ทำไมทรงทำอย่างงั้นล่ะพ่ะย่ะค่ะ ทำไมไม่ทรงเห็นแก่บ้านเมืองมาก่อน”

“นั่นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า ข้าจะใจร้าย ฆ่าลูกที่ยังแบเบาะได้ยังไง”

“แต่ฝ่าบาท ตอนนี้โซวาได้กลับมาอีก นั่นก็แปลว่า องค์หญิงแฝดอีกองค์ ไม่แน่อาจจะกลับมาด้วยเหมือนกัน...อีกอย่าง ตอนนี้โซวาอยู่กับมีซิล ถ้าหาก...เรื่องที่องค์หญิงอีกองค์ยังมีชีวิตอยู่ รู้ไปถึงมีซิลเมื่อไหร่ละก็ หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฝ่าบาท ก็ทรงทราบดีไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

มีซิลพามีเซ็งไปดูหน้า “ชองยิน” ว่าจะใช่คนคนเดียวกันกับโซวาหรือไม่ เมื่อมีเซ็งได้เห็นหน้า นางก็ยืนยันทันทีว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคือ โซวา นางกำนัลตำหนักใหญ่ที่สมัยก่อน หายไปพร้อมกับแฝดอีกคน

ด้านองค์หญิงชอนมยอง กลัวว่าหากต๊อกมานอยู่เมืองหลวงต่อไป เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึง เตรียมจะส่งต๊อกมานไปประจำที่ “จุงอั๊ก”

“คราวก่อนเรื่องที่ตำหนักแทวา ใต้เท้า อึยเจสั่งให้ยิมจงไปสืบว่าใครเอาฎีกาไปวางเพิ่มอีก”

“และต๊อกมานก็จะพยายามก่อเรื่องซ้ำ เพื่อ สืบให้รู้ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ นี่สิน่าเป็นห่วง”

“ข้ากำลังคิดอยู่ว่า จะบอกความจริงให้นาง รู้ทุกอย่าง หรือท่านเห็นว่าไง”

“เฮ่อ...หม่อมฉันก็เคยคิดในแง่ของต๊อกมาน ถ้าหม่อมฉันเป็นเขา หลังจากได้รู้ว่าชาติกำเนิดที่ค้น หามานาน เป็นชะตาที่ต้องคำสาป จะรู้สึกยังไงบ้าง เฮ่อ....หม่อมฉันกลัวว่าจะทนรับไม่ไหว เพราะฉะนั้น แม้นางจะต้องรู้ความจริง แต่อย่าเพิ่งเป็นตอนนี้ดีกว่า”

“ก็ได้ งั้นเราก็ส่งนางไปที่อื่น ไปประจำที่ “จุงอั๊ก” แล้วให้รอคำสั่งใหม่ เป็นการถ่วงเวลาไว้ก่อน ข้าจะพูดกับนางเองดีมั้ย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อึยเจไม่สบายใจนักที่โซวายังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าลูกแฝดอีกคนของพระเจ้าจินพยองจะกลับ มาด้วยหรือไม่ และถ้ามีซิลรู้เรื่องเข้า อาจเกิดปัญหาตามมาก็ได้ พร้อมทั้งสั่งให้ยิมจงไปจับตาดูตำหนักเทพ ไว้ตลอดเวลา ต่อให้มีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ก็อย่า ให้คลาดสายตา รีบมารายงานทันที

มีซิลวางแผนให้โซวาย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ที่ไม่ใช่ตำหนักเทพ โดยอ้างว่า เพื่อสะดวกในการรักษาดวงตาของชิซู โดยที่ชิซูไม่ได้สงสัยอะไรเลย ซึ่งที่จริงแล้วนางต้องการแยกเขาสองคนออกจากกัน

ระหว่างที่ต๊อกมานทำการฝึกนั้น นางเผลอล้ม จุปังรีบเข้ามาช่วย แต่ต๊อกมานขอร้องให้เขาช่วยทำให้ เป็นปกติด้วย อย่าให้ใครสงสัยว่านางคือผู้หญิง ระหว่าง นั้น องค์หญิงชอนมยองเสด็จมาหาต๊อกมาน

“ข้าอยากให้เจ้า...ไปอยู่เขา “จุงอั๊ก” ซักพักจะได้ไหม”

“ให้หม่อมฉัน...ไปเขาจุงอั๊กหรือ”

“เจ้าไปเก็บตัวที่นั่น ตั้งใจฝึกวิชาเพื่อรอคำสั่ง ให้ไปทำงานใหม่...จะเป็นงานที่สำคัญมาก...หน้าที่ของเจ้าคือไปเก็บตัวก็พอ แต่ว่าแค่ชั่วคราวเท่านั้น”

“หึ...องค์หญิง ทรงเป็นคนที่พูดปดไม่เก่งเลย เมื่อก่อนเคยรับสั่งถามหม่อมฉันว่า มีอะไรปิดบังหรือเปล่า แต่ว่า...เท่าที่ดูจากตอนนี้ องค์หญิงเหมือนมีเรื่อง ปิดบังหม่อมฉันมากกว่า เป็นเรื่องอะไร” ต๊อกมานถาม ด้วยความสงสัย

ยิมจงและลูกน้องมาที่ตำหนักเทพ เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของโซวา เมื่อเห็นว่านางกำลังถูกนำตัว ออกไปจากตำหนักเทพ ก็รีบไปรายงานให้อึยเจทราบ เขาจึงสั่งให้ยิมจงไปชิงตัวกลับมาให้ได้

ด้านชิซูคุมตัวโซวาไปส่ง แต่เนื่องจากตาเขามองไม่เห็น จึงถูกโพจองหลอกไปอีกทางหนึ่ง ทำให้โซวา ถูกจับตัวไป แต่ยิมจงก็สามารถที่จะไปชิงตัวกลับมาได้ ทำให้มีซิลโกรธมากที่โพจองทำงานล้มเหลว ด้านชิซู ถูกนำตัวกลับมาที่ตำหนักเทพแล้ว แต่อาการไม่สู้ดีนัก

เมื่อยิมจงพาโซวาออกมาได้แล้วก็อธิบายให้นางเข้าใจว่าเขามาเพื่อคุ้มครองนาง ไม่ได้คิดทำร้ายแต่อย่างใด

ต๊อกมานไม่พอใจนักที่องค์หญิงชอนมยองส่ง นางไปจุงอั๊ก ส่วนยูซินก็มีท่าทีเหมือนปิดบังอะไรบาง อย่าง ทั้งที่สัญญากันแล้วว่าจะไม่มีความลับต่อกัน

“ทุกคนดูแปลกไปหมด เราเคยตกลงว่าจะเป็นเพื่อนร่วมสาบานไม่ใช่หรือ นั่นไม่มีความหมายเลยหรือไง ตั้งแต่สาบานแล้วท่านก็ดูเปลี่ยนไป เราเคย บอกว่าจะไม่มีความลับต่อกัน แล้วตอนนี้ มันหมายความว่าไง”

“เจ้าก็ปิดเรื่องส่วนตัวเหมือนกัน”

“หึ...หึ...ใช่ เราต่างก็มีความลับต่อกันสัญญา ไปก็เท่านั้น เชอะ...ข้ายังไม่เคยลืมว่า มาอยู่ที่นี่เพื่ออะไร”

“หึ...อดีตคืออะไร สิ่งที่หวนคืนไม่ได้...หึ...ไม่ว่าเมื่อก่อนเจ้าจะเป็นใคร เกิดที่ไหนก็ช่าง อนาคตต่างหากที่อยู่ในกำมือเจ้าไม่ใช่หรือ...อนาคตสำคัญกว่าอดีตหลายเท่า จะไปคิดเรื่องไร้สาระทำไม”

“หึ...”

“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ” ยูซิน สั่งต๊อกมาน

“เรื่องไร้สาระหรือ ไม่มีความสำคัญใช่ไหม ทั้งที่แม่ข้าตายเพราะเรื่องอดีต...ปอดของนางถูกทำลาย ปกติแค่หายใจธรรมดายังเหนื่อย แค่หอบเล็กน้อยก็อาจทำให้นางตายได้”

“หึ...ต๊อกมาน...”

“เพราะอะไร อย่างน้อยก็น่าจะให้รู้สาเหตุบ้าง...นางไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เพื่อจะช่วยข้า ฮือ... ตกไปอยู่ในหลุมทรายดูดตายเพราะขาดอากาศหาย ใจ...ทุกวันที่ข้าฝึกอยู่ที่นี่ เหนื่อยจนแทบขาดใจ จะ ตายซะให้ได้ ใจก็คิดว่า แม่ของข้าคงตายในสภาพนี้เหมือนกัน ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องน่ากลัวพวกนี้ ข้าจะถามตัวเองว่าเพราะอะไร ต้องมาอยู่ที่นี่ ฮือ...ทำไมแม่ข้าต้องอายุสั้น ใครคิดจะฆ่านาง มันเป็นเรื่องที่ข้าต้องสืบให้รู้ ฮือ...ถ้าคิดว่านี่คือการขัดคำสั่ง ก็เชิญ ไล่ข้าออกได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ข้าจะอยู่ที่นี่ต่อไป” ต๊อกมานพูดอย่างเจ็บปวด

เมื่อชิซูกลับมาถึงตำหนักเทพ เขาก็มีอาการ คลุ้มคลั่ง อยากที่จะออกไปหาโซวาให้ได้ มีซิลต้องมาเกลี้ยกล่อม เพราะคิดว่าตอนนี้เขายังมองไม่เห็น แต่ตอนนี้ชิซูเริ่มมองเห็นเค้าลางแล้ว

“ท่านเซจู ขอโทษด้วย ยังไงข้าก็ต้องไป หึ...”

“ฮึ่ม...จะไปก็ต้องฆ่าข้าก่อน...นี่ไม่ใช่การต่อ รองเล่น ๆ เพราะรู้ว่าเจ้าทุ่มเทจิตใจให้ผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน ถ้าเป็นห่วงนางมาก ก็ขอให้ฆ่าข้าแล้วค่อยออกไป ถ้าเจ้ารักนางจริง ก็ต้องกล้าที่จะสังหาร ข้า เพื่อพิสูจน์รักแท้”

“ฮือ...ฮือ...ท่านเซจู ข้าจำเป็นต้องหานางให้พบ นางเป็น...ผู้หญิงที่ข้าไม่อยากให้ใครมาทำร้ายอีก”

“เพราะนางคนเดียว นางทำให้เจ้ากล้ามาโกหกข้า จริง ๆ แล้วนางเป็นใครกันแน่ คนร้ายที่มา เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่เจ้าแต่อยู่ที่นางต่างหาก นาง เป็นใคร”

“นาง...นางคือ...”

“หึ...นางก็คือโซวาที่สมัยก่อนพาองค์หญิง แฝดอีกคน หนีไปจากวังหลวงใช่ไหม...หึ...ข้าเพิ่งรู้ ไม่นานนี่เอง”

“ท่านเซจู”

“ฮือ...ทำไมเจ้าถึงโง่นัก นึกว่าใครกันแน่ที่คิดฆ่านาง เป็นเพราะข้าหรือว่า...ฝ่าบาทต่างหากที่คิดกำจัดนางเพื่อไม่ให้มีพยานรู้เห็นเรื่องนี้อีก”

“หมายความว่าฝ่าบาท...”

“สำหรับฝ่าบาทแล้ว โซวายิ่งมีผลต่อพระองค์มากกว่า...ฝ่าบาทไม่เหมือนกับข้า องค์หญิง อีกคนก็ตายแล้ว ข้าจะเล่นงานผู้หญิงคนนี้ไปทำไมอีก ถ้าจะคุ้มครองนาง ก็ควรเป็นหน้าที่ของข้าที่ต้องการ พยานคนนี้มากกว่า...ฮือ...ถ้าเจ้ายอมพูดความจริงให้ ข้ารู้แล้วเลือกที่จะอยู่กับนาง ข้ายังยินดีกับเจ้าด้วยซ้ำ ...ชิซู ไว้ใจข้าหน่อยได้ไหม ข้าจะพาผู้หญิงคนนี้กลับมาอยู่กับเจ้าให้ได้...ตอนนี้ยังไม่สาย เรื่องเป็นมายังไง บอกให้ข้ารู้เร็วเข้า”

มีซิลนำเรื่องของเด็กแฝดมาเล่าให้น้อง ๆ ฟัง เพราะชิซูบอกว่าเด็กแฝดอีกคนถูกพัดหายไป ในทะเลทราย เขาสงสารโซวาที่เสียสติ เพราะลูกต้องตายไป จึงช่วยนางเอาไว้ ซึ่งหลายคนที่ฟังไม่อยากจะเชื่อคำของชิซูมากนัก แต่มีซิลมั่นใจว่าชิซูจะ ไม่โกหกอีก ส่วนคนที่จับตัวโซวาไปนั้น นางสั่งให้โพจองไปสืบมาให้ได้ว่า โซวาถูกนำตัวไปไว้ที่ไหน

พระเจ้าจินพยองได้เจอกับโซวา แต่นางไม่สามารถที่จะพูดอะไรกับพระองค์ได้ พระเจ้าจินพยอง จึงมาบอกมายาให้รู้ มายาจึงรีบไปหาโซวาทันที เพื่อถามว่าลูกของนางตอนนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ซึ่งโซวาพยักหน้าให้มายารู้ว่า เด็กแฝดคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ที่แคว้นชิลลา มายาทั้งตกใจและดีใจ

“ฮือ....แล้วชื่อล่ะ ชื่อของนาง....นางมีชื่อว่าอะไร หา....” มายา พยายามคาดคั้นถาม

“ฮือ ๆ ๆ”

“สมัยก่อนข้ายังไม่ทันตั้งชื่อให้ลูกคนนี้ ก็ให้เจ้าอุ้มไปก่อน แล้วหลังจากนั้น เจ้าไม่ได้ตั้งชื่อให้นางหรอกหรือ”

“ฮือ ๆ ๆ ข้า....เอ่อ....ฮือ ๆ ๆ” โซวา ไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้

ต๊อกมานตัดสินใจจะไปที่เขาจุงอั๊ก นางจึงรีบไปทูลองค์หญิงชอนมยอง เพื่อขอเข้าเฝ้าพระเจ้าจินพยองสักครั้ง

“หม่อมฉันมีเรื่องจะรบกวนองค์หญิงซักนิด”

“เรื่องอะไร”

“หึ....ก่อนออกเดินทาง ให้หม่อมฉัน.... เข้าเฝ้าฝ่าบาทซักครั้งได้ไหม....ได้โปรดเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

“เรื่องนี้คงไม่ได้”

“เพราะอะไร ทำไมถึงไม่ได้ หม่อมฉัน.... เพียงแต่อยาก....”

“บังอาจนัก เจ้าชักกำแหงเกินไปซะแล้ว เป็นแค่องครักษ์ นึกจะเข้าเฝ้าก็เฝ้าได้ง่าย ๆ หรือไง....มีสิทธิอะไรมายื่นเงื่อนไขต่อรองกับข้า เจ้านึกว่าตัวเองวิเศษนักหรือ....รีบออกไปได้แล้ว ไปรอที่เขาจุงอั๊ก เพื่อจะทำงานชิ้นต่อไป”

ระหว่างนั้นนางในทูลว่ามายาเสด็จมา ชอนมยองจึงรีบไล่ต๊อกมานออกไป ก่อนที่มายาจะเข้ามาเห็นนาง

มายาเล่าให้ชอนมยองฟังว่าน้องฝาแฝดของนางยังมีชีวิตอยู่ ชอนมยองตกใจที่มายาก็รู้เรื่องนี้

“หา....นี่เจ้าว่าไงนะ แปลว่าเจ้าก็รู้ด้วยหรือ....หึ....พูดความจริงกับแม่มาเดี๋ยวนี้ ทำไมเจ้าก็รู้เรื่องนี้ด้วย”

“เสด็จแม่”

“ชอนมยอง”

“เพคะ น้องคนนี้....ยังมีชีวิตอยู่ และหม่อมฉัน....ก็รู้เรื่องด้วย”

“หา....ตอนนี้นางอยู่ไหน เจ้ารู้ด้วยหรือเปล่า”

“แต่ว่า ตอนนี้ยังพบนางไม่ได้เพคะ”

“แม้แต่เจ้าก็จะปิดแม่ ไม่เห็นความสำคัญของแม่แล้วใช่ไหม”

“เสด็จแม่เพคะ ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผย มันจะ ยิ่งเลวร้าย ตอนนี้ในวังมีแต่คนของมีซิลอยู่ทุกหนแห่ง”

“แล้วยังไงล่ะ”

“หม่อมฉันได้เตรียมการไว้แล้ว ยิ่งเสด็จแม่ทรงทราบก็ยิ่งเป็นภัยต่อฝ่ายเรามากขึ้น ได้โปรด.... ทรงเชื่อหม่อมฉัน และรอฟังข่าวเถอะเพคะ”

“ให้แม่รออีกหรือ แม่ทำไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าไม่ยอมพูดก็ตามใจ แม่จะไปสืบด้วยตัวเอง หึ...”

เมื่อต๊อกมานเข้าเฝ้าพระเจ้าจินพยองไม่ได้ จึงยัดมีดพกใส่มือของนางในที่มากับมายา จนนางในคิดว่า ต๊อกมานลวนลาม นางจึงโวยวายขึ้น เมื่อมายาออกมาเห็นเข้า จึงถามนางในว่า กำอะไรไว้ในมือ เมื่อนางในแบมือออก มายาถึงกับตะลึง เพราะมันคือมีดพกเล่มเดียวกับที่พระเจ้าจินพยองให้ลูกสาวฝาแฝดอีกคนไป มายาจึงสั่งให้นางในไปตามต๊อกมานมาพบ

“ของสิ่งนี้ ทำไมไปอยู่กับเจ้าได้ ได้ยินว่าเจ้าเป็นคนขององค์หญิงชอนมยอง ช่วยนางทำงานหลายอย่าง....ตามหลักเจ้าของมีดพกเล่มนี้ น่าจะเป็นผู้หญิงมากกว่า ถูกหรือเปล่า”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วเจ้า....รู้มั้ยว่าผู้หญิงคนนี้ ตอนนี้อยู่ไหน”

“พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันรู้ดี”

ต๊อกมานตัดสินใจเดินทางออกจากวังหลวงไปพร้อมกับกุกซอนและแทพุง ระหว่างทางนางพาพวกเขาไปกินเหล้าจนเมาหลับไป ต๊อกมานจึงหนีไปพบมายาตามที่สัญญากันไว้

ด้านมีซิลเมื่อรู้ว่ามีเกี้ยวของฝ่ายในออกจากวัง จึงรีบสั่งให้โพจองตามไปดู ไม่แน่ว่าอาจมีการพาตัวโซวาออกจากวังหลวงก็ได้

แทพุงกลับมารายงานให้ยูซินทราบว่า ต๊อกมานหายตัวไประหว่างทาง

“ข้าบอกให้อยู่กับเขา ไม่ให้คลาดสายตา แล้วทำไมหนีได้”

“พอดี....ดื่มเหล้าไปนิดหน่อยน่ะครับ จริง ๆ ก็ไม่ได้ดื่มมาก แต่....ทำไมหลับได้ก็ไม่รู้”

“แย่จริง ๆ หึ....”

ด้านนางในที่ได้รับบัญชาให้ไปจับตาดูที่ตำหนักยินคัง ก็รีบมารายงานให้องค์หญิงชอนมยองทราบเช่นกันว่า นางเห็นเกี้ยวออกมาจากตำหนัก

ยูซินรีบมาเข้าเฝ้าองค์หญิงชอนมยอง เพื่อรายงานให้รู้ว่าต๊อกมานหายตัวไประหว่างทาง ด้านชอนมยองก็บอกให้ยูซินรู้ว่า ตอนนี้มายาก็เสด็จออกไปนอกวังเช่นกัน

“คงไม่ใช่เพราะต๊อกมาน....ทำไมพระมเหสีถึงได้....”

“ชูซอนมาบอกว่า เมื่อกี้เห็นมีเกี้ยวออกจากตำหนักยินคังไป”

“แต่ว่า ถ้าเป็นการนัดพบเงียบ ๆ ทำไมต้องทำให้เอิกเกริกขนาดนี้....ต๊อกมานเป็นคนวางแผนเก่ง จะใช้วิธีหลอกซ้ายล่อขวาหรือเปล่า”

“จริงด้วย ไม่แน่อาจเป็นที่นั่น ต้องเป็นที่นั่นแน่ หึ....” ยูซินกล่าว พร้อมกับรีบออกตามหาต๊อกมาน

โพจองมาขวางเกี้ยวของมายาไว้ ตามคำสั่งของมีซิล แต่เมื่อทหารมาขวางไว้ จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น สุดท้ายก็เป็นไปอย่างที่คาด ภายในเกี้ยวไม่มีมเหสีมายาอยู่ และไม่มีโซวาอยู่ด้วย ซึ่งมายานั้นหลบมาหาต๊อกมานเพียงคนเดียว ตามที่สัญญากับนางไว้

“ข้าทำตามที่เจ้าบอกทุกอย่างแล้ว.... ให้ทุกคนถอยห่างไปหมด ออกมาคนเดียวโดยไม่ให้ใครรู้....หึ....เจ้าของมีดพกเล่มนั้น นางอยู่ที่ไหนกันแน่” มายากล่าว ส่วนต๊อกมานก็ได้แต่ยืนอึ้ง






..............จบตอนที่ 19.........



วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 18



Queen Seon Deok ( 善德女王/ 선덕여왕)
เรื่องย่อละคร : ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน - ตอนที่ 18
Cr. : Dailynews Online


อึยเจ ถามไอชองถึงเรื่องการเตรียมกำลัง

“สิ่งที่เราจะทำในคืนนี้ถือเป็นความลับสุดยอด เป็นตายร้ายดี ก็ห้ามเปิดเผยให้ใครรู้...พอถึงเที่ยงคืน จะมี...บุคคลน่าสงสัยมาปรากฏแถวนี้ เราต้องจับเขาให้ได้ และถ้า... ระหว่างจับกุมมีปัญหา ก็ให้ฆ่าเขาซะ” อึยเจ กล่าว

“หน่วยฮูกุก แยกย้ายไปประจำที่ หน่วยบีชอน แยกย้ายประจำที่” ไอชอง สั่งพวกลูกน้อง ขณะที่ต๊อกมานแอบสุ่มดูอยู่

“พวกเขาจะฆ่าข้า...ฮือ...ทั้งมีซิล... รวมถึงฝ่าบาท ฮือ...จะฆ่าข้าทั้งนั้น เพราะอะไร ฮือ...ทำไม...” ต๊อกมานคิด

“อย่าขยับ...เป็นคนของหน่วยบีชอน หรือหน่วยฮูกุก...ตอบข้ามาเร็ว เป็นคนของหน่วยฮูกุกหรือเปล่า ขอถามเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าเป็นใครแน่....หันหน้ามาเร็ว บอกให้หันมา มาทางนี้เร็ว ผู้ต้องสงสัยอยู่นี่” ยิมจง กล่าว จากนั้นต๊อกมานก็วิ่งหลบหนี ไอชองและลูกน้องออกตามไปจับทัน จนเกิดการต่อสู้กัน

“ย้าก...ย้าก...”

“หา...เจ้า...” ไอชอง กล่าว

“ฮือ...ท่านไอชอง” ต๊อกมาน กล่าว

“ทำไมเจ้า...” ไอชอง ถาม

“ท่านไอชอง อยู่ไหนน่ะ” ยิมจง ตามมา

“หึ...ทำไมเจ้าถึงได้...” ไอชอง ถาม

“หึ...หึท่านเคยบอกว่า จะตอบแทนข้าให้คุ้มใช่ไหม...หึ...คุ้มกว่านี้หรือ งั้น...วันหลังถ้าข้ามาทวง ท่านก็อย่าลืมซะล่ะ” ต๊อกมาน กล่าว

“ท่านไอชอง อยู่ไหนน่ะ”

“ท่านไอชอง ตอบหน่อยซิ...ท่านอยู่ไหน...”

“ท่านไอชอง จงตอบแทนที่ข้าเคยช่วยท่านไว้ ได้โปรดเถอะ” ต๊อกมาน กล่าว ไอชอง จึงตัดสินใจปล่อยต๊อกมานไป

“ท่านเป็นไงบ้าง คนร้ายอยู่ไหน” องครักษ์ กล่าวถาม

“ไปทางโน้น รีบตามเร็ว” ไอชอง พาลูกน้องไปอีกทางหนึ่ง

ชอนมยอง ค้นหาหลักฐานจนมั่นใจว่าตนเองต้องมีฝาแฝดจึงเดินทางมาทูลถามพระมเหสีมายา

“นี่...เจ้าเอาอะไรมาพูดน่ะ แม่ไม่เข้าใจความหมายของเจ้า ลูกแฝดอะไรกัน ใครว่าเจ้าเป็นฝาแฝด”

“ฮือ...เสด็จแม่ ตรัสให้หม่อมฉันรู้เถอะเพคะ หม่อมฉันอยากรู้ความจริง หม่อมฉัน...ต้องการรู้ความจริงให้ได้”

“เจ้าไปฟังใครพูดมา นี่เป็นเรื่องเหลวไหลจะพูดส่งเดชไม่ได้นะ”

“หึ....ยามใดมีแฝดกำเนิด ทายาทชายจะสูญสิ้น ตอนอายุ 10 ขวบ ขณะที่น้องชายรองเสียชีวิต มีซิลเคยมากระซิบกับหม่อมฉันและบอกให้รู้ถึงเรื่องนี้....นางบอกว่าเพราะหม่อมฉัน บอกว่าการตายของน้อง เพราะหม่อมฉันเป็นตัวต้นเหตุ....ตอนนั้นเพราะความที่ยังเด็กเลยไม่เข้าใจ ว่าการเสียชีวิตของน้องทั้งสามเกี่ยวอะไรกับหม่อมฉันด้วย แต่ว่า ตอนนี้หม่อมฉันจำเป็นต้องรู้ ฮือ....เพราะหม่อมฉัน.... เป็นลูกแฝด....ใช่ไหมเพคะ”

“ฮือ....นั่นไม่ใช่ความผิดของลูก แต่เป็นเพราะแม่ เพราะแม่....คลอดลูกแฝดที่เป็นหญิงออกมา ฮือ....ฮือ....เพราะแม่ไม่ดีเอง เพราะแม่มีลูกแฝด....ถือเป็นกาลกิณี ฮือ.... ฮือ....”

“เสด็จแม่ ฮือ....หลายปีนี้ เสด็จแม่คงจะเสียพระทัย ฮือ ๆ แล้วตอนหลังคู่แฝดของหม่อมฉันไปอยู่ไหนแล้วเพคะ”

“เสียชีวิตไป....พอเกิดมาก็อายุสั้น.... ส่วนแม่ก็บอกใครไม่ได้เลยต้องปิดไว้”

“ใช่ น่าจะเป็นอย่างงั้น”

“ฉะนั้นนี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ต่อไปห้ามคิดเหลวไหลและอย่าทำโง่ ๆ ด้วย เข้าใจหรือเปล่า”

“แล้วเด็กคนนั้น เกิดทีหลังหม่อมฉันหรือเพคะ”

“ใช่ ฮือ....นางเกิดมา....ตามหลังเจ้าช้ากว่านิดนึง”

“แล้วเป็นเด็กผู้ชาย หรือว่า....เป็นเด็กผู้หญิงเพคะ”

“นางมีปานที่หลังหูเหมือนเจ้าไม่มีผิด นางก็เหมือนเจ้า เป็นเด็กผู้หญิง....เด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก ฮือ...”

“คู่แฝดของข้า ไม่ใช่ผู้ชาย น้องที่เกิดทีหลังข้า ไม่ใช่ผู้ชาย เป็นไปได้ยังไง....ทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้ หรือว่าเสด็จแม่ทรงพูดเท็จกับเรา หรือว่า....” ชอนมยองคิด เมื่อออกมานางในก็เข้ามารายงานว่าท่านมีซิลมาที่นี่ จึงสั่งให้เชิญนางเข้ามาได้

“นี่ก็ดึกมากแล้วมาพบข้าทำไมอีก”

“เพคะ ต้องขออภัยที่มาเฝ้ากลางดึก”

“ไม่เป็นไร เชิญนั่งก่อน”

“หม่อมฉันได้เขียนภาพภาพหนึ่ง ตั้งใจจะถวายให้องค์หญิง พอเสร็จแล้วก็รีบนำมาไม่ทันคิดว่าเป็นการรบกวน”

“ภาพเขียนหรือ”

“เอาเข้ามาซิ เป็นพระรูปของพระเจ้า จินฮึงในวัยหนุ่มเพคะ ฝีมือไม่สู้ดีนัก ต้องขออภัยด้วย”

“ไม่หรอก เป็นผลงานที่สวยมาก คงต้องใช้เวลาไม่น้อยสินะ”

“เพคะ ขณะที่องค์หญิงทรงยุ่งกับเรื่อง ดอกเหมยแห่งซาตาฮัม หม่อมฉันก็นั่งเขียนภาพนี้จนออกมาอย่างที่เห็น”

“แล้วที่มาให้ข้า มีเหตุผลอะไรหรือเปล่า”

“เพราะองค์หญิงไม่เคยรู้จักพระเจ้าจิน ฮึง หม่อมฉันจึงนำภาพเขียนมาให้ทอดพระเนตร....เราต้องมีคนที่เก่ง ถึงจะเป็นผู้นำโลกนี้ได้” มีซิล กล่าว

“เป็นรับสั่งของพระเจ้าจินฮึงใช่ไหม”

“ใช่ ถ้าอยากได้คนเก่ง เราก็ต้องเสนอในสิ่งที่เขาพอใจ หรือไม่ก็ด้วยวิธีข่มขู่ให้เกิดความยำเกรง”

“แล้วไงอีก”

“คิมยูซินกับต๊อกมานคือคนที่ประกาศตัวว่าเป็นฝ่ายองค์หญิง พวกเขาต้องการอะไรบ้าง หรือกลัวต่อสิ่งใด องค์หญิงเคยรู้บ้างมั้ย.... ถึงเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีแวว แต่ยังอ่อนประสบ การณ์ คนเก่งแต่ได้นายที่ไม่รู้จักใช้งาน มันก็น่าเสียดาย จริงมั้ยเพคะ”

“หึ....ดูเหมือนท่านจะสนใจพวกเขามาก ใช่หรือเปล่า....ทั้งคำพูดของท่านและรับสั่งของพระเจ้าจินฮึง ข้าจะจำใส่ใจไว้ นี่ก็ดึกมากแล้ว เชิญท่านไปพักผ่อนดีกว่า”

“เพคะ งั้นหม่อมฉันทูลลา”

“ท่านอย่าเพิ่งไป....นั่นคือมีดพก....ของพระเจ้าจินฮึงงั้นหรือ”

“ใช่ องค์หญิงเคยเห็นหรือเพคะ สมัยก่อนเคยช่วยพระเจ้าจินฮึง อีกทั้งเคยช่วยชีวิตองค์หญิงตั้งแต่ยังไม่ประสูติ”

“หา....”

ต๊อกมานกลับมาที่พักอย่างสับสนคิดว่าพระเจ้าจินพยองส่งคนไปฆ่าตน ส่วนจะบอก กับองค์หญิงชอนมยองก็ไม่ไว้วางใจ แล้วคิมยูซิน ละจะไว้ใจได้หรือไม่ ควรจะทำอย่างไรดี ด้านองค์หญิงชอนมยองก็สับสนเช่นกัน สงสัยว่ามีดพกเล่มนั้นไปอยู่ที่ต๊อกมานได้อย่างไร หรือว่าต๊อกมานมีอะไรปิดบังตนอยู่

องค์หญิงชอนมยอง เสด็จมาจะพบกับคิมยูซิน แต่เห็นว่ากำลังฝึกวิชาอยู่ จึงไปที่เชิงเขาเพื่อดื่มน้ำ ก็บังเอิญได้พบกับต๊อกมาน

“เจ้ามานี่ เพื่อจะพบท่านยูซินใช่ไหม.... เจ้าไปที่อื่นก่อน เราสองคน....กลับมาคุยในฐานะเพื่อนอย่างเก่าได้มั้ย”

“อย่าเลยพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวจะเคยตัวจนเป็นนิสัย หม่อมฉันเป็นแค่องครักษ์....ไม่ทราบมีอะไรจะใช้หม่อมฉัน”

“ช่างเถอะ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้ามาก กว่า”

“ได้ เชิญรับสั่งมาได้”

“เจ้ามีอะไร....ปิดบังข้าอยู่หรือเปล่า.... ถ้ามีอะไรปิดบังข้าจริง ขอแค่พูดออกมาก็พอ ข้าจะไม่ตำหนิเจ้า ขอถามอีกครั้ง เจ้ามีเรื่องอะไร ปิดข้าหรือเปล่า”

“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉัน....ไม่มีอะไรปิดบัง”

“แน่ใจนะว่า ไม่มีจริง ๆ น่ะ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อึยเจ สั่งยิมจงให้ไปกำชับลูกน้องให้ปิดเรื่องงานที่ทำเมื่อคืนอย่าให้ใครรู้ ไอชองสงสัยว่าคนที่ให้ไปจับเมื่อคืนไปทำอะไรมา อึย เจบอกว่าเป็นคนที่จะทำให้รากฐานบ้านเมืองเราสั่นคลอนได้

ตอนที่ต๊อกมานให้จุปังและโกโตแอบเอาฎีกาไปวางนั้นได้สั่งให้ทั้งสองห้ามหยิบของมีค่าติดมือมา แต่จุปังไม่เชื่อแอบขโมยรูปปั้นหยกมาด้วย และคิดที่จะเอาไปขายเพื่อแลกเงิน เมื่อ อึยเจรู้ว่ารูปปั้นหยกในตำหนักหายไปก็สั่งให้ลูกน้องออกตามหา

โพจอง รู้ว่าไอชองกับยิมจงพาทหารไปตามจับขโมย ก็บอกให้มีซิลรู้ มีซิลคิดว่าคนที่เข้าไปขโมยต้องเป็นโจรที่เสียสติที่เอาแค่รูปปั้นอย่างเดียว จึงคิดว่าจะต้องเข้าไปเพื่อเอาของวางเพิ่มซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องฎีกา หรืออาจจะมีอะไรถวายให้ฝ่าบาททอดพระเนตรก็ได้ ท่าทางจะไม่ใช่โจรธรรมดา จึงสั่งให้โพจองไปสืบดู

องค์หญิงชอนมยองเปลี่ยนใจจะเดินทางกลับไม่รอพบคิมยูซิน แต่ระหว่างนั้นคิมยูซิน ก็เดินเข้ามาพบพอดี

“องค์หญิง....หึ....ทำไมเสด็จมานี่ได้”

“เห็นความตั้งใจในการฝึกของท่าน ทำให้ข้านึกถึง....สมัยก่อนตอนเจอครั้งแรกที่เมืองมานโน....ถ้าให้เปรียบเทียบตอนไหนจะดีกว่า เมื่อก่อนดีกว่า หรือตอนนี้ดีกว่า....ไม่ต้องมีภาระมากมาย ไม่ต้องรับรู้เรื่องวุ่นวาย มีหน้าที่แค่ฝึกซ้อมไปวัน ๆ เชื่อมั่นในความคิดตัวเอง รวมถึงเชื่อมั่นในคนของท่าน แค่นี้ก็พอแล้ว ท่านชอบตอนนั้นใช่ไหม”

“จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเหมือนก่อน หม่อมฉันเชื่อมั่นตัวเอง เชื่อมั่นในองครักษ์ที่อยู่กับหม่อมฉันทุกคน”

“อย่างงั้นหรือ แต่ว่า ข้ากลับคิดถึงอดีตมากกว่า”

“มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่าน....เคยเกิดความระแวงต่อคนที่เชื่อมั่นหรือเปล่า”

“หม่อมฉัน....ถ้าระแวงก็จะไม่เชื่อใคร ถ้าเชื่อแล้วก็จะไม่ระแวงเขาอีก”

“อย่างงั้นหรอกหรือ”

ไอชองเดินทางมาหาคิมยูซิน เล่าว่าวันก่อนตนเองได้รับคำสั่งใต้เท้าอึยเจ ให้ไปจับคนร้ายที่ทำความผิดมหันต์คนหนึ่ง ที่เข้าไปในตำหนักแทวายุ่งกับเรื่องฎีกา

“ยุ่งกับเรื่องฎีกา ทำเพื่ออะไรน่ะ” คิมยูซิน ถาม

“ข้าไม่รู้สาเหตุ อยากให้ท่านไปถามเขาเอง”

“หึ.....หมายความว่าไง”

“นั่นเป็น....ฝีมือคนของท่านชื่อต๊อกมาน” ไอชอง กล่าว

“ท่านพูดอะไร เขาจะทำอย่างงั้นทำไม.... ข้าว่าน่าจะถูกใส่ร้ายมากกว่า” คิมยูซิน กล่าว

“ท่านยูซิน ข้าเป็นคนจับเขาได้คาหนังคาเขา....แต่สุดท้าย ก็ปล่อยเขาไป”

“เฮ่อ....”

“คิดอยู่นานว่าจะทำไง แต่บอกท่านดีกว่า เพราะเป็นคนของท่าน เชิญไปจัดการเองเถอะ”

ยิมจงสืบจนพบพ่อค้าที่รับซื้อรูปปั้นหยก จึงรู้ว่ามีองครักษ์ สองคนนำไปขายโดยแลกกับยาเพิ่มกำลัง จึงรีบกลับมารายงานให้ใต้เท้าอึยเจรู้ จากนั้น จึงมีการเรียกประชุมองครักษ์ทั้งหมดแล้วทำการตรวจค้นและสั่งให้ถอดเสื้อผ้า ต๊อกมานรู้สึกกังวลใจมากหากจะต้องทำตามคำสั่งความลับก็จะถูกเปิดเผยออกมา

ข่าวเรื่ององค รักษ์ถูกตรวจค้นรู้ไปถึง พระเจ้าจินพยอง จึงรับสั่งว่าจะเสด็จไปที่ตำหนักแทวา ระหว่างนั้นการตรวจองครักษ์ก็มาถึงกลุ่มของต๊อกมาน แต่ต๊อกมานไม่ยอมถอดเสื้อผ้าออกเหมือนคนอื่น ๆ จึงถูกต่อว่า พอดีกับที่ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกใต้เท้าอึยเจว่าฝ่าบาทกริ้วและรับสั่งให้ไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักแทวาเดี๋ยวนี้

ระหว่างที่พระเจ้าจินพยองประทับรอที่ตำหนักแทวานั้น โซวา ก็เดินออกมาอย่างคนไม่ได้สติ พระเจ้าจินพยองจึงตรัสถามว่าเป็นคนของตำหนักเทพหรือไม่ ธิดาเทพจึงทูลว่า นางเป็นคนของตำหนักเทพที่สติไม่ค่อยดีนัก จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ด้านอึยเจเห็นจึงคิดว่า โซวา เป็นคนที่เก็บมีดพกไว้ รวมถึงเป็นผู้นำฎีกามาวาง

“ผู้หญิงคนนั้นคือโซวาจริง ๆ เรื่องเป็นมายังไงแน่ ฝ่าบาทไม่ได้ทรงประหารนางหรอกหรือ ฝ่าบาท ถึงขั้นนี้แล้วอย่าทรงปิดหม่อมฉันอีกเลย ทรงวางพระทัยและตรัสความจริงเถอะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ และทำไม โซวายังมีชีวิตอยู่อีก”

“หึ....ตอนนี้ต้องรีบให้โซวากลับมาก่อน นางไปอยู่กับธิดาเทพได้ยังไง นั่นเท่ากับอยู่ในมือมีซิลเชียวนะ ท่านรู้หรือเปล่า”

“ฝ่าบาท อย่าทรงวู่วามนัก ตอนนี้ สำคัญคือสืบให้รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องซะก่อน”

“หึ....เฮ่อ....”

“ตามหลักแล้ว มีดสั้นโซยับ น่าจะอยู่กับโซวาไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ หรือไม่งั้น ก็อาจไปอยู่กับมีซิล หม่อมฉันคิดว่า ไม่แน่ป่านนี้ มีดสั้นอาจจะอยู่กับมีซิลก็เป็นได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น บอกความจริงให้หม่อมฉันรู้เถอะ ว่าสมัยก่อน ทรงจัดการกับโซวายังไง”

“ฝ่าบาท” ยองชุน เข้ามา

“มีธุระอะไร” อึยเจ ถาม

“ธิดาเทพพาผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในตำหนักอย่างรวดเร็ว....ไม่ทราบว่านาง....เป็นใครหรือครับ....แล้วตอนนี้ องครักษ์ที่ยังอยู่ในลานฝึก...”

“เรื่องตรวจสอบองครักษ์คงไม่สำคัญอีก แล้ว ปล่อยพวกเขาไปเถอะ” อึยเจ กล่าว

ชิซูโกหกธิดาเทพและมีซิลว่า โซวา มีชื่อว่า “ชองยิน”

“งั้นหรือ ชองยิน ใต้ซือวาชอนบอก ว่า นางเป็นโรคตรอมใจชนิดหนึ่ง นอกจากกิน ยาแล้วยังต้องใช้เวลาบรรเทา....เราจะค่อย ๆ รักษานางให้หาย เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ”

“ครับ”

“ยังดีที่ว่า ตาของชิซู ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับจริง ๆ เฮ่อ ๆ ๆ วิชาการแพทย์ของใต้ซือวาชอนช่างน่าทึ่งนัก” ธิดาเทพ กล่าว

“ชิซู....ตั้งแต่กลับมาก็พูดเท็จตลอด” มีซิล กล่าว

“อะไรนะคะ”

“รู้มั้ยว่ามีเซ็งอยู่ไหน เชิญเขามานี่หน่อย ข้ามีเรื่องจะถาม”

การค้นตัวองครักษ์ยุติลง ทหารจึงเอาของที่ยึดจากองครักษ์มาคืนให้ทุกคน และได้ฝากกล่องใส่ของของต๊อกมานให้จุปังเอาไปคืนให้

“ค่อย ๆ เดินนะครับ....เอ๊ะ....นี่มันของต๊อกมานนี่นา” โกโต กล่าว

“นี่อะไร” แทพุง ถามเมื่อเห็นผ้าซับเลือดในกล่อง

“ไว้พันหน้าแข้งหรือเปล่า” กุกซอน กล่าว

“แต่....ข้าว่ามันคือ....” แพทุง กล่าว

“จริงด้วย พี่สาวข้าก็มีของแบบนี้ไว้ใช้” กุกซอน กล่าว

“ถ้ามันใช่จริงละก็....ทำไมมาอยู่นี่ได้” โกโต กล่าว

“เดี๊ยว...” จุปัง ตะโกน แล้วคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาในอดีตที่ได้คลุกคลีกับต๊อกมานและคำสั่งที่ให้ถอดเสื้อผ้า

“ตกใจหมดเลย เฮ่ย....” โกโต กล่าว

“เฮอะ....ข้านี่ช่างโง่จริง ๆ” จุปัง กล่าว

“โง่อะไรอีกล่ะ” โกโต ถาม

“ฮ่า....อดีตเสือผู้หญิงผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เสียยี่ห้อจุปังซะหมด ไม่น่าเชื่อ” จุปัง กล่าว

“พูดอะไรน่ะ” กุกซอน กล่าว

“พวกเราทุกคน ตั้งแต่ฝึกมา เคยอาบน้ำกับต๊อกมานมั้ย” จุปัง กล่าว

“ไม่เคย” กุกซอน กล่าว

“เขาบอกว่าในตัวมีรอยแผลเป็นที่น่ากลัว ไม่อยากให้คนอื่นเห็นน่ะ” แทพุง กล่าว

“ท่านยูซินก็บอกว่า รอยแผลของต๊อกมานมีที่มาที่น่าสงสาร ให้เราอย่าขัดใจ เขา” กุกซอน กล่าว

“ท่านยูซินหรือ จริงด้วย ยังมีเขาอีกคน” จุปัง กล่าว

“มันเรื่องอะไรกันแน่เล่า” กุกซอน กล่าว

“บอกมาเร็ว ๆ ได้ไหม” โกโต

“พอที ถึงว่าพวกเจ้ามันโง่ดักดาน ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด ไม่เคยมีหัวคิดซะบ้าง” จุปัง กล่าว

“อะไรเล่า....หลอกด่ากันอีกแล้ว....”

“โง่แล้วยังไม่เจียม ฮ่า....ขนาดข้าจุปังยังถูกหลอกตั้งนาน ฮ่า ๆ ๆ ไอ้เราก็ไม่ทันสังเกตด้วย โง่นัก ตาบอดอีกต่างหาก เสียทีที่เป็นจุปัง ฮ่า ๆ ๆ แหม....ต๊อกมานนะต๊อกมาน ตุ๋นข้าซะเปื่อยเชียว ฮ่า ๆ ๆ”

“พูดอะไรของเขา....ไม่รู้สิ....ก็งงอยู่เนี่ย....”

คิมยูซินเดินทางมาเข้าเฝ้าตามรับสั่งขององค์หญิงชอนมยอง

“รับสั่งให้หาหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เท่าที่ข้าจำได้ ดูเหมือนท่านไม่เคยบอกข้าว่าสมัยก่อนรู้จักต๊อกมานได้ยังไง....ส่วนครั้งแรกที่ข้าพบต๊อกมาน คืออยู่ระหว่างทางที่จะไปวัดยูไล ตอนนั้นต๊อกมานบอกว่า เขาจะไปที่วัดเพื่อหาท่านมุนโน....ซึ่งข้าก็เหมือนกัน หลังจากนั้นเราก็ฟันฝ่าอุปสรรค จนไปถึงวัดยูไล ด้วยกัน ตอนนั้น ข้ารู้สึกถูกชะตากับเขาอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับเป็นความบังเอิญ หรือเป็นเพราะวาสนา แต่ว่าจริง ๆ แล้ว นั่นไม่ใช่บังเอิญ แต่อาจเป็นเพราะสวรรค์ลิขิต”

“องค์หญิง....หม่อมฉันไม่เข้าใจที่รับสั่ง”

“วันที่ดาวลูกไก่แปรเปลี่ยนเป็น 8 ดวง แคว้นชิลลาจะมีทารกมาเกิด....ดาวดวงที่หกที่ชื่อว่า “แคยาง” นั้น จู่ ๆ แยกเป็นสองดวง ทันใดนั้นก็มีองค์หญิง....กำเนิดขึ้นสององค์....แต่ด้วยคำทำนายที่ว่ามีแฝดกำเนิด ทายาทชายจะสูญสิ้น หนึ่งในสองนั้นจึงถูกส่งออกนอกวังไปพร้อมกับ...มีดพกประจำพระองค์ของพระเจ้าจินฮึง....ต่อมาเด็กที่เป็นเจ้าของมีดเล่มนี้ได้กลับมาในวังหลวงของเรา....เพื่อจะทวงถามเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเอง จึงคิดตามหาท่านมุนโน และข้างหลังหูซ้ายของเขาก็มีปานแบบเดียวกับข้าด้วย....คนที่มีมีดพกโซยับของพระเจ้าจินฮึงนั้น....จากเบาะแสทั้งหมดที่ได้ ล้วนบ่งชี้ไปที่ต๊อกมานคนเดียว....แต่ว่า มีเรื่องหนึ่งที่น่าแปลกก็คือ องค์หญิงที่เป็นคู่แฝด แต่ต๊อกมาน....เขาเป็นผู้ชายไม่ใช่หรือ”

จุปังมาเรียกต๊อกมานให้ออกมาคุย กับตน

“ฮึ่ม....ทำอะไร ข้าไม่ได้ป่วยซักหน่อย” ต๊อกมาน กล่าว

“ฮ่า....นึกแล้วไม่ผิด”

“นึกอะไร”

“ต๊อกมาน ข้าไม่รู้จะพูดกับเจ้ายังไง ดี....เจ้า....เป็นผู้หญิงใช่ไหม” จุปัง ถาม

“เอ่อ....ท่าน....พูดอะไร อย่ามาเพ้อเจ้อนะ....เอ่อ....” ต๊อกมาน ไม่ตอบ

“เจ้า....ต้องเป็นผู้หญิงแน่ ใช่ไหม ใช่หรือเปล่า ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องขนาดนี้เจ้ายังปิดบังได้ ส่วนข้าก็ดูไม่ออกซักนิด เฮอะ....”

“เอ่อ....พี่....พี่จุปัง ท่านอย่าบอกใครเชียวนะ ได้ไหม” ต๊อกมาน กล่าวยอมรับ

“คุณพระช่วย สวรรค์โปรด ใช่จริงหรือนี่ เจ้าช่างเป็นคนน่ากลัวจริง ๆ ไม่ใช่....ต้อง บอกว่าเป็นผู้หญิงที่น่ากลัว”

“เอ่อ....พี่จุปัง ท่านรู้คนเดียวก็พอ อย่าไปบอกท่านยูซินให้รู้อีกคนล่ะ ได้ไหม”

“เฮ่อ....เจ้า....เคยบอกท่านยูซินเกี่ยวกับแผลเป็นในตัวหรือเปล่า”

“ไม่เคย”

“แสดงว่าเขาก็รู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิง”

“หา....อะไรนะ”

“เขาบอกว่าเบื้องหลังรอยแผลของ เจ้ามีอดีตที่โหดร้าย สั่งพวกเราทุกคน ห้ามยุ่งกับเจ้า”

“หา....ท่าน....ท่านยูซิน สั่งอย่างงั้นหรือ”

“ใช่”

“โอย....ตายล่ะ หึ...”





..............จบตอนที่ 18.........